เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

เยาวชนจากภาคใต้เรียกร้องขอสันติสุขกลับคืนสู่บ้านเกิด

© UNICEF-Thailand/2005/Rodraksa
เหตุการณ์ความไม่สงบที่ปะทุขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ตั้งแต่ต้นปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากและโรงเรียนหลายแห่งถูกเผา

เรื่อง โดย นัททินี รอดรักษา

ปัตตานี สิงหาคม 2548 – คนหนุ่มสาวมีบทบาทสำคัญในการยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และองค์การยูนิเซฟร่วมกับศูนย์ประสานงานเยาวชนสากล (YCCI - Youth Coordination Center International) และมูลนิธิเพื่อการวิจัยค้นคว้าแห่งเอเซีย (ARF Asian Research Foundation) กำลังพยายามทำให้ความเห็นของคนหนุ่มสาวเหล่านี้มีผู้รับฟังและนำไปปฏิบัติจริง

เมื่อปีที่แล้ว องค์การยูนิเซฟพร้อมด้วย YCCI และ ARF ได้นำเยาวชนจำนวนกว่า 1,000 คนจากจังหวัดที่ประสบกับความรุนแรง 5 จังหวัดทางภาคใต้มาประชุมหารือกัน โดยเยาวชนได้แสดงความวิตกกังวลถึงความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น และยังระบุถึงข้อเรียกร้องต่างๆ ของชุมชนของตน และพยายามหาทางจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ความคิดเห็นของเยาวชนเหล่านี้จะถูกนำเสนอในการวิเคราะห์สถานการณ์ในภาคใต้ของประเทศไทยขององค์การยูนิเซฟ และในรายงานเกี่ยวกับเยาวชนที่แยกต่างหากอีกฉบับหนึ่ง

“กระบวนการประชุมปรึกษาหารือกับเยาวชนครั้งนี้ ช่วยให้เราได้มองเห็นถึงปัญหาและความต้องการของเด็กๆ และเยาวชนจากชุมชนต่างๆ ของ 5 จังหวัดที่เกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง” ปัทมา หามิ่งมา ผู้ประสานงานกิจกรรมเยาวชนประจำจังหวัดปัตตานี มูลนิธิวิจัยค้นคว้าแห่งเอเซียกล่าว

© UNICEF-Thailand/2005/Rodraksa
นักเรียนต่างต้องกลับบ้านเร็วขึ้นหลังโรงเรียนเลิกเนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยโรงเรียนหลายแห่งถูกตกเป็นเป้าโจมตี

ปัทมากล่าวว่ากระบวนการให้คำปรึกษา ช่วยให้ทั้งเยาวชนและคนที่ทำงานในชุมชนเข้าใจถึงปัญหาที่มีและความแตกต่างซึ่งแต่ละชุมชนกำลังเผชิญอยู่ และเข้าใจถึงวิธีจัดการกับปัญหานั้นๆ ตามความต้องการของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น การประชุมหารือทำให้ได้รับข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง ซึ่งบางอย่างประสบผลเป็นอย่างดี

ตัวอย่างหนึ่ง คือ การสร้างศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ของเด็กในจังหวัดปัตตานี เพื่อให้โอกาสเด็กๆ ได้เข้าเรียนเสริมในระดับประถมนอกเหนือจากการเรียนในโรงเรียนตามปกติ การพัฒนาด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้นั้นนั้นล้าหลังกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ปัญหาการย้ายออกของครูในพื้นที่หลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ความแตกต่างทางภาษา การขาดแคลนทรัพยากร และความยากจน นอกจากนี้นักเรียนจำนวนมากก็ยังต้องปลีกเวลาไปโรงเรียนปอเนาะระหว่างเวลาเรียนตามปกติ

ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กดำเนินงานโดยนักศึกษาอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยจัดสอนพิเศษหลังโรงเรียนเลิกในวันธรรมดา โดยมีสอนคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ในช่วงสุดสัปดาห์ทางศูนย์ฯ ก็จัดสอนวิชาส่งเสริมประสบการณ์ชีวิต และกิจกรรมสันทนาการสำหรับเด็กหลังชั้นเรียนภาษาอิสลาม

ความคิดริเริ่มที่เป็นผลพลอยได้อื่นๆ จากการประชุมหารือกับเยาวชน ได้แก่ โครงการสร้างอาชีพซึ่งนำโดยเยาวชน 2 โครงการในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลา และค่ายสร้างสันติสุขเพื่อเยาวชน

การประชุมหารือกับเยาวชนเน้นเรื่องการแก้ปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ คือ การฟื้นฟูสภาพจิตใจ และการปลูกฝังเรื่องสันติสุขในหมู่เด็กและเยาวชน

“เราจำเป็นต้องจัดการกับผลกระทบของความรุนแรงที่มีต่อเด็กและเยาวชนทันทีก่อนที่จะสายเกินไป” นารี เจริญผลพิริยะ หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติกล่าว

“ปราศจากแนวคิดเรื่องความสมานฉันท์แล้ว ผลของความรุนแรงที่มีต่อแต่ละคนจะกลายเป็นความไม่พอใจและความโกรธแค้น ซึ่งจะบ่อนทำลายสังคมและเติมเชื้อไฟให้กับปัญหา การสร้างความเข้าใจและการส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในหมู่เด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อที่จะยุติความรุนแรง”

 

 
ค้นหา

 Email this article

unite for children