วัตถุและจิตใจต้องไปพร้อมๆ กัน- การซ่อมแซม สร้างใหม่หลังสึนามิ
เรื่อง โดย นัททินี รอดรักษา กระบี่, ตุลาคม 2548 – มุทิตา วัย 3 ขวบ รอดตายจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เธอกอดคอพ่อในขณะที่พ่อกับแม่พากันหนีตาย แต่ในที่สุดทั้งสองก็ไม่อาจหนีรอดจากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังพังพินาศอันเป็นผลพวงจากคลื่นยักษ์นี้ได้ คลื่นยักษ์กวาดบ้านเรือนของพวกเขา เรือหาปลา และแม้แต่ร้านของชำเล็กๆ ของพวกเขาบนเกาะพีพี แม่ของมุทิตา ชื่อปรานี วันคามา อายุ 31 ปี บอกเราว่า ปัจจุบันพวกเขาหาเงินได้เพียงครึ่งหนึ่งของที่เคยหาได้ และต้องดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ “ตอนนี้ ตัวฉันกับสามีต้องทำงานในสวนยางนานกว่าเดิม เราก็เลยมีเวลาดูแลลูกๆ น้อยลง” เธอพูดอย่างเศร้าสร้อย สภาพเศรษฐกิจของครอบครัวมุทิตาและครอบครัวอื่นๆ ทำให้มีความจำเป็นในการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเกาะขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟู นอกจากนี้ยังต้องจัดหาสิ่งที่ทำให้เด็กสดชื่นเบิกบานซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาร่างกายและจิตใจ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถปล่อยเด็กให้อยู่ได้ในขณะที่พวกเขากำลังทำงาน หรือพักผ่อนนอนหลับหลังกรีดยางมาทั้งคืน องค์การยูนิเซฟได้ช่วยสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบนเกาะขึ้นมาใหม่สองแห่ง รวมทั้งอีกสามแห่งในอำเภอเหนือคลองในจังหวัดกระบี่ หนึ่งในสองแห่งนี้ คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเด็กศรีโบยา ซึ่งการก่อสร้างศูนย์ครั้งนี้ยังทำให้เกิดการจ้างงานในเกาะอีกด้วย เด็กน้อยมุทิตาไปอยู่ที่ศูนย์ในระหว่างที่พ่อแม่ทำงาน เธอชอบที่นี่ เพราะ “ใหญ่โตดี” และ “มีของเล่นเยอะ” มากกว่าโรงเรียนเก่าของเธอซึ่งเป็นเพิงไม้ชำรุดทรุดโทรม นารี คงเดิม ผู้ดูแลเด็กที่ศูนย์ บอกว่านอกเหนือจากการให้ความรู้สึกปลอดภัยและทัศนคติที่ดีต่อชีวิตแก่พวกเด็กๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองแล้ว ศูนย์ยังทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ เกิดความสนใจกิจกรรมต่างๆ เพื่อการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนอีกด้วย แม่ของมุทิตาเห็นด้วย เธอดีใจมากที่ศูนย์ได้ช่วยให้ลูกสาวได้พัฒนาทักษะต่างๆ ที่เธอจะต้องมีเมื่อเข้าเรียนชั้นประถม และยังมีเพื่อนให้เล่นด้วยจำนวนมาก นอกจากนี้ ศูนย์ยังได้ “ช่วยแบ่งเบาภาระในการดูแลลูกของพวกเราในตอนกลางวัน” ปรานีบอก การฝากลูกไว้ที่นี่ช่วยให้เธอและสามีมุ่งทำงานหาเงินเพื่อให้ฐานะครอบครัวดีขึ้น ปรานีได้แต่หวังว่า ครอบครัวของเธอจะกลับมาพอมีพอกินเช่นเดิมได้ในไม่ช้า
|