ชีวิตที่ชุ่มฉ่ำขึ้นหลังสึนามิ
เรื่อง โดย นัททินี รอดรักษา พังงา, ตุลาคม 2548 – เช่นเดียวกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ อาย เด็กหญิงวัย 11 ปี มุ่งหน้าออกจากบ้านท่ามกลางแสงแดดร้อนราวจะแผดเผา เพื่อไปร่วมงาน “กีฬาสี” ครั้งแรกในรอบหลายปีของโรงเรียนบ้านบางม่วง ความเหน็ดเหนื่อยมากจากการเล่นวอลเลย์บอล อายทำให้ตนเองสดชื่นด้วยการดื่มน้ำใสสะอาดหลายอึกใหญ่ น้ำสะอาดคือความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่เด็กนักเรียนไม่ค่อยจะเจอะเจอมาก่อน เว้นเสียแต่ว่าพวกเขามีเงินซื้อพอที่จะซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด “หนูดีจังที่ตอนนี้โรงเรียนของเรามีน้ำสะอาดให้ดื่มตลอดเวลา” อายบอกแล้วกดน้ำดื่มอีกแก้วเพื่อดับกระหาย “แต่ก่อน น้ำจากก๊อกจะขุ่น มีสนิม และรสชาติแย่มากค่ะ” สำหรับนักเรียนที่บ้านบางม่วง การมีน้ำดื่มสะอาดที่โรงเรียนเป็นสัญญาณว่าอะไรๆ กำลังจะดีขึ้น คลื่นยักษ์ในปี 2548 ได้คร่าชีวิตของเด็กนักเรียนในโรงเรียนไป 51 คน และอีก 54 คนต้องกลายเป็นกำพร้า ไม่มีโรงเรียนแห่งใดในประเทศอีกแล้วที่มีเด็กตายมากกว่านี้ ก่อนเหตุการณ์คลื่นสึนามิ โรงเรียนเคยพึ่งแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งสูบขึ้นมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำเก่าๆ ที่สร้างเมื่อปี 2503 เด็กที่ไม่อยากดื่มน้ำรสชาติแย่ๆ เช่นนี้ ต้องยอมจ่ายเงินคนละ 1 บาทเพื่อซื้อน้ำสะอาดดื่ม “หนึ่งบาทอาจจะดูว่าไม่แพง แต่แพงนะคะสำหรับเพื่อนๆ ที่เขายากจน” อายบอก ธนิต ทิพย์พิทักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าว่า "แต่ก่อนเด็กๆ ที่โรงเรียน จะปวดท้องและท้องเสียกัน เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์น้ำจากสำนักงานอนามัยอำเภอมาบอกว่าน้ำดื่มที่โรงเรียนมีสนิมปน” ปัญหากลับเลวร้ายลงไปอีกหลังจากเหตุการณ์สึนามิ เมื่อเด็กๆ และกลุ่มคณะทำงานและเจ้าหน้าที่มาใช้สถานที่ของโรงเรียนเป็นฐานปฏิบัติการต้องการน้ำดื่มที่สะอาด องค์การยูนิเซฟได้ขานรับความต้องการนั้น โดยการติดตั้งระบบกรองน้ำและทำให้น้ำบริสุทธิ์โดยจะมีน้ำสะอาดให้ดื่มอย่างสม่ำเสมอ โรงเรียนอีก 6 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ ก็ได้รับความช่วยเหลือในการปรับปรุงระบบประปาเช่นกัน ธนิตเชื่อว่าระบบน้ำนี้คือความช่วยเหลือจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิซึ่งดีที่สุดเท่าที่โรงเรียนได้รับมา “ลองดูนักเรียนของเราสิครับ เด็กๆ สุขภาพดีว่าเดิม และสนุกสนานกับวันกีฬาสี” เขาบอก “พอเขาเหนื่อยและหิวน้ำ เขามีน้ำสะอาดดื่มให้สดชื่น สิ่งนี้ช่วยเด็กๆ ให้ฟื้นคืนจากเหตุการณ์สึนามิอย่างแท้จริง ทั้งทางร่างกายและจิตใจเลยหล่ะครับ”
|