เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

เด็กกำพร้าในภาคอีสาน - ผลกระทบจากสึนามิที่แผ่วงกว้างออกไป

© UNICEF-Thailand/2005/Few
เด็กจำนวนมากในอีสานหรือที่ต่างๆ ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า เนื่องจากพ่อแม่ของพวกเขาถูกคลื่นยักษ์พัดหายไประหว่างไปทำงานประมงหรือทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวใน 6 จังหวัดที่โดนสึนามิ

เรื่อง โดย โรเบิร์ต ฟิว

นครพนม, มิถุนายน 2548 – น้อง เด็กนักเรียนหญิงพูดน้อย วัย 15 ปี ยังคงร้องไห้เมื่อพูดถึงแม่ของเธอ ผู้สูญหายไปในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ 6 เดือนก่อน ขณะที่นั่งอยู่ตามลำพังข้างสนามในโรงเรียน เธอเล่าว่า แม่จากเธอไปโดยบอกเพียงว่าจะไปแต่งงานใหม่ การพยายามที่จะลืมมันคือหนทางเดียวที่เธอจะจัดการกับความเศร้าได้

น้องเป็นเด็กกำพร้า เธอเผชิญกับอนาคตที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเหมือนๆ กับเด็กจำนวนกว่า 1,200 คนในประเทศไทยที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปกับคลื่นสึนามิ แต่กรณีของน้องมีความแตกต่างสำคัญประการหนึ่ง คือ เธออยู่ห่างไกลจากท้องทะเลนับ 1,000 กิโลเมตรในจังหวัดนครพนมที่แห้งแล้ง

ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 คลื่นถาโถมขึ้นมาบนบกเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร แต่ผลกระทบเกิดขึ้นทั่วประเทศ ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เด็กจำนวนหลายร้อยคนอย่างน้องต้องเป็นกำพร้า เมื่อพ่อแม่ผู้ที่เป็นแรงงานอพยพในอุตสาหกรรมประมงและการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เกาะพีพี และเกาะใกล้เคียงอื่นๆ ถูกกลืนหายไปในความพิโรธของคลื่นยักษ์สีนามิ ในบรรดาแรงงานหลายพันคนที่ทำงานอยู่ทางภาคใต้ หลายคนไม่ได้กลับบ้าน

ห่างออกไปจาก 6 จังหวัดที่ประสบภัยจากสึนามิ

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทยประมาณการณ์ไว้ว่า คลื่นสึนามิเป็นสาเหตุให้มีเด็กมากกว่า 300 คนที่อยู่ตามภาคอื่นๆ กลายเป็นเด็กกำพร้า เฉพาะที่นครพนม มีเด็ก 44 คนสูญเสียไม่พ่อก็แม่หรือทั้งสองคน และน้องยังคงรอคอยแม่ให้กลับบ้าน เด็กอีกหลายๆ คนมาจากครอบครัวที่มีรายได้ขึ้นอยู่กับธุรกิจท่องเที่ยวในภาคใต้ที่ปัจจุบันพังพินาศไปหมดแล้ว

เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกละเลย เพราะบ้านของพวกเขาอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ธุรกิจท่องเที่ยว และห่างไกลจากพื้นที่ที่ความช่วยเหลือเข้าไปสู่ นอกจากนี้ สำหรับครอบครัวที่ยากจนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องยากมากที่จะสามารถหาเงินเพื่อเดินทางมาภาคใต้ มาชี้ศพ และรับใบมรณบัตร หากปราศจากใบมรณบัตรแล้ว พวกเขาก็ไม่อาจอ้างสิทธิเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้

“ในจังหวัดทางภาคใต้ รัฐบาลได้เปลี่ยนกฎหมายใหม่ เพื่อให้สามารถประกาศว่า บุคคลที่สูญหายไปนานเป็นเวลาสามเดือน ถือว่าได้ถึงแก่ความตายไปแล้วตามกฎหมาย”  คุณอาภาวดี เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอธิบาย “แต่ที่นี่ (ภาคเหนือ) ขั้นตอนใช้เวลานานถึงสองปี”

น้องและพี่น้องเธออีกสามคนอยู่ในความดูแลของตายาย ที่ไม่มีเงินพอจะเดินทางลงไปภาคใต้เพื่อค้นหาและชี้ศพแม่ของน้องได้ จริงๆแล้วตายายก็อาจไม่มีเงินพอให้น้องเรียนต่อด้วย เธอฝันไว้ว่าจะเป็นช่างเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ในอนาคต

© UNICEF-Thailand/2005/Few
ยูนิเซฟ: “เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยติดตามว่าพวกเด็กๆ ได้รับการดูแลเอาใจใส่มากน้อยเพียงใด และเด็กๆ ได้รับความช่วยเหลือทุกอย่างตามที่ต้องการหรือไม่”

เราต้องการความช่วยเหลือด่วนด้วยเหมือนกัน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย และเด็กหลายคนที่นี่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกแสวงประโยชน์ แม้ก่อนเกิดความพังพินาศทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์สึนามิ ปัจจุบันความเสี่ยงของพวกเขามีมากกว่าเดิม

“เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยติดตามว่าพวกเด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่มากน้อยเพียงใด และเด็กๆ ได้รับความช่วยเหลือทุกอย่างตามที่ต้องการหรือไม่” บริแจตต์ เดอเลย์ เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กฉุกเฉินขององค์การยูนิเซฟกล่าว

“เราเรียนรู้จากประสบการณ์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติแห่งอื่นๆ ว่าเด็กกำพร้าและเด็กที่มีครอบครัวสูญเสียอาชีพจะมีความเสี่ยงสูงต่อการให้ออกจากโรงเรียน หรือถูกกระทำทารุณจากผู้ดูแล ยังมีอันตรายที่เกิดกับเด็กกำพร้าจากการถูกนำไปขายเพื่อการแสวงประโยชน์ทางเพศด้วย ถ้ามาตรการคุ้มครองนั้นไม่ได้ถูกปฏิบัติตาม” เธอกล่าวเสริม

องค์การยูนิเซฟกำลังทำงานทั่วภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเด็กๆ ที่กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงจะได้รับการคุ้มครอง ยูนิเซฟร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นต่างๆ จัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ที่นำทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ ครูอาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ มาร่วมกันจับตาดูสัญญาณบอกเหตุว่ามีการทำรุณต่อเด็กหรือไม่ ตลอดจนลงมือดำเนินการป้องกันไม่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

องค์การยูนิเซฟยังได้จัดการอบรมวิชาชีพ และจัดหางานให้แก่เด็กผู้หญิงที่เสี่ยงกับการถูกล่อลวงไปค้าบริการทางเพศ กับทั้งหางานให้ทำในโครงการพัฒนาอาชีพยุวสตรี ซึ่งกำลังดำเนินการร่วมกับโรงแรมในกรุงเทพมหานครกว่า 20 แห่ง ธนาคาร 1 แห่ง และโรงพยาบาลอีก 1 แห่ง มีการรับเด็กผู้หญิงมากกว่า 100 คนเข้าในโครงการในปี พ.ศ. 2547 และเกือบทุกคนได้งานที่ให้เงินเดือนเป็นที่น่าพอใจเมื่อจบการอบรม

หากปราศจากความระแวดระวังและความช่วยเหลือที่มีต่อเด็กกำพร้า หรือเด็กที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิไม่ว่าจะอยู่ในภาคใด – น้องไม่มีวันจะได้เป็นช่างเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเด็กอื่นๆ อีกหลายคน ก็จะต้องสูญเสียโอกาสในการทำความฝันของตนให้เป็นจริง

 

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children