ฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กๆหลังความทุกข์ครั้งใหญ่ของชีวิต
เรื่อง โดย โรเบิร์ต ฟิว พังงา, มิถุนายน 2548 – เมื่อมองอย่างผิวเผินเพียงแว่บแรก จะดูเหมือนว่า โรงเรียนบ้านบางม่วงในจังหวัดพังงาของไทยที่รอดพ้นจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิมาได้ไม่มากนัก ไม่มีร่องรอยเสียหายใดๆ หลงเหลือให้เห็นตามตัวอาคาร และการสอนยังคงดำเนินไปตามปกติ แต่เด็กนักเรียนที่นี่ 51 คน ตายไปในภัยพิบัติครั้งนี้ และเด็กอีก 47 คนกลายเป็นกำพร้า การสูญเสียผู้เป็นที่รักและเพื่อนๆ ได้สร้างรอยแผลเป็นในใจให้กับเด็กๆ ที่นี่ จรี คือ หนึ่งในนักเรียนเหล่านั้น เด็กที่ฉลาด เข้ากับคนง่ายคนหนึ่ง ถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักจากการสูญเสียแม่ที่จมน้ำตาย ปัจจุบัน เธออาศัยอยู่ในบ้านพักชั่วคราวกับน้องชายสองคน กับพ่อผู้ซึ่งบาดเจ็บจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิ และป่วยเกินกว่าจะทำงานไหว น้องชายคนเล็กเองก็ต้องผ่านบทพิสูจน์ที่ทารุณร้ายกาจด้วยการเกาะเศษไม้ที่ลอยคออยู่นาน 8 ชั่วโมงก่อนมีผู้มาพบ ภาณุพงศ์ เพื่อนนักเรียนของเธอก็มีเรื่องเศร้าเช่นกัน พ่อของเขาตายในเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เพียงหนึ่งเดือนให้หลังเขาก็จำต้องรับมือกับความตายอีกครั้งหนึ่งเมื่อแม่ของเขาจากไป ปัจจุบัน เขาต้องช่วยป้าสร้างบ้านใหม่เพื่อที่ตัวเขาและน้องสาวจะได้มีที่ซุกหัวนอน จรีและภาณุพงศ์ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านน้ำเค็ม ซึ่งมีคนตายถึง 1,500 คน รวมถึงเด็กจำนวน 500 คน แม้ว่าบ้านพักถาวรและเรือประมงจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่แล้วในตอนนี้ แต่รอยแผลในใจจะยังคงต้องใช้เวลาเยียวยานานไปจนตลอดชีวิต จรีและภาณุพงศ์ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การยูนิเซฟในการจัดให้คำปรึกษา โดยผู้เชี่ยวชาญและคณะทำงานได้เยี่ยมเยียนโรงเรียนบ้านบางม่วง 3 ครั้ง เพื่อจัดการละเล่นและกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กๆ ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ กิจกรรมเหล่านี้นำเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิ และเด็กๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบมารวมกัน เพื่อให้เด็กๆ ให้กำลังใจแก่กันและกัน
“ก่อนที่จะมีการกิจกรรมเหล่านี้ หลานของฉันบอกว่าเขาอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะแม่ของเขาตายไปแล้ว” กานดา ธรรมธาโต ครูคนหนึ่งของโรงเรียนบ้านบางม่วงบอก เธอต้องซ่อนความโศกเศร้าของตนเองไว้ภายในเพื่อให้กำลังใจพวกเด็กๆ “แต่หลังจากเขาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญและร่วมกิจกรรมต่างๆ เขาบอกว่าไม่อยากฆ่าตัวตายอีกต่อไปแล้ว เพราะเรียนรู้ว่ายังคงมีคนชอบเขา ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมากและอยากใช้เวลากับเพื่อนๆ และเรียนให้หนักขึ้น” จิตดี ทองแสน ครูใหญ่ก็ประทับใจกับการให้คำปรึกษา “ดิฉันไม่ใช่นักจิตวิทยา แต่ดิฉันมองเห็นประโยชน์ที่เกิดกับเด็ก” เธอบอก “หลังจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เด็กๆ ที่นี่เศร้าซึมและหงอยเหงากันอย่างมาก แต่ตอนนี้บรรยากาศทั่วไปในโรงเรียนดีขึ้นมาก” พร้อมๆ กับความโศกเศร้า เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านบางม่วงยังจะต้องเอาชนะความกลัว มีเสียงไซเรนดังให้ได้ยินอยู่หลายวันหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติ และทุกครั้งที่รถพยาบาลหรือรถตำรวจแล่นผ่านมา เด็กๆ จะพากันกลัวว่าจะมีคลื่นสึนามิมาอีกครั้ง “เราต้องบอกเด็กๆ ให้แน่ใจตลอดเวลาว่าสึนามิไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน มันไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ อย่างที่คิด” กานดาเล่า ในภาพรวม องค์การยูนิเซฟได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมเชิงจิตวิทยาให้เด็กทั้งสิ้น 150,000 คน มีการจัดแข่งกีฬาและอุปกรณ์ด้านสันทนาการให้แก่โรงเรียนประมาณ 800 แห่ง สำหรับเด็กจำนวน 141,000 คน ขั้นตอนการฟื้นฟูทำไม่ได้รวดเร็วนัก แต่การให้คำปรึกษาและเล่นกับเพื่อนๆ คือ ก้าวหนึ่งบนเส้นทางของการเยียวยาจิตใจ กานดาบอกว่า “เราไม่อาจบอกเด็กๆ ให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง แต่ในบางขณะ เช่น ตอนที่เด็กๆ เล่นกับเพื่อนๆ พวกเขาจะรู้สึกมีความสุข มันช่วยทำให้เขามีพลังที่จะเล่าเรียนต่อไป” เด็กอย่างจรีและภาณุพงศ์ต้องการพลังอย่างมากสำหรับอนาคต อย่างที่จรีบอก “หนูดีใจที่เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษามา เพราะถ้าไม่มีคนเหล่านี้ หนูจะไม่มีวันได้รับกำลังใจที่หนูต้องการเพื่อจะสู้ต่อไป"
|