ฟื้นคืนชีวิต(ชีวา)ให้กับเด็กๆหลังสึนามิทำมันหายไป
เรื่อง โดย นัททินี รอดรักษา ระนอง, มกราคม 2548 – อิสมาแอล กูมูดา วัย 11 ปี จำได้อย่างแม่นยำถึงวันที่คลื่นยักษ์ได้พรากเอาน้องชายวัย 7 ขวบของเขาจากไป พี่น้องสองคนกำลังอยู่ที่โรงเรียน ซ้อมละครที่จะแสดงในงานปีใหม่ในตอนที่ได้ยินเสียงดังกึกก้อง “เราหันมาและเห็นคลื่นขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่าอาคารเรียนของเราอีก โถมเข้ามาที่พวกเรา ผมกอดน้องชายไว้แน่น แต่คลื่นทำให้เราพลัดกัน ผมรอดตายเพราะคลื่นซัดเอาผมไปที่เชิงเขา แต่น้องไม่รอด ผมคิดถึงน้องมากๆ และคอยสวดมนต์ให้เขาอยู่ตลอด” อิสมาแอลเล่า บรรดาครูที่โรงเรียนของเขาสังเกตเห็นว่า อิสมาแอลไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เขาน้ำหนักลด เจ้าทุกข์ และพูดน้อยลง เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนอีกหลายคนของโรงเรียนบ้านทะเลนอกที่เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูสภาพจิตใจที่องค์การยูนิเซฟให้การสนับสนุน ในขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่กำลังดำเนินไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ องค์การยูนิเซฟได้เน้นเรื่องการฟื้นฟูสภาพอารมณ์และจิตใจไปพร้อมๆ กัน โดยการให้ความช่วยเหลือทางจิตวิทยาแก่เด็กที่มีได้รับผลกระทบทางจิตใจ เพื่อช่วยบำบัดความทุกข์และฟื้นฟูจิตใจจากความหายนะดังกล่าว กิจกรรมมากมายหลายชนิด รวมทั้งศิลปะบำบัด การเล่าเรื่อง และการละเล่นต่างๆ ได้รับการกำหนดมาเพื่อส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ถึงการแสดงออกทางอารมณ์ของตน มันเป็นการผ่อนคลายจากความโศกเศร้าและความกังวลใจ นอกจากนี้ ความเข้าใจและความเอื้ออาทรจากเพื่อนๆ ครู และพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกันในการช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็ก
ด้วยการสนับสนุนขององค์การยูนิเซฟ ทีมหมอเด็ก นักจิตวิทยา พยาบาลจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดกิจกรรมเพื่อการฟื้นฟูทางจิตใจขึ้นเป็นเวลาสองวัน สำหรับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เพื่อช่วยให้เด็กๆ ฟื้นคืนสู่สภาวะปกติเท่าที่จะเป็นไปได้ ในระยะเริ่มแรก กิจกรรมต่างๆ ดำเนินการในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง 6 โรงเรียนในจังหวัดระนองและพังงา “การตายของนักเรียน 8 คนและครูผู้เป็นที่รักอีก 1 คนทำให้เด็กๆ 22 คนที่รอดชีวิตซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทะเลนอก สุภาวดี นาควิเชียร บอก “เด็กส่วนใหญ่ยังคงหวาดหวั่นและตื่นกลัวทะเล บางคนก็ตกใจง่ายเมื่อได้ยินเสียงต่างๆ ที่ฟังคล้ายเสียงคลื่น สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีอาการซึมเศร้า ขาดชีวิตชีวา และกลายเป็นคนเงียบขรึม ที่มีอาการรุนแรงที่สุดพบในกลุ่มเด็กที่สูญเสียคนที่ตนรัก รวมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และเพื่อน” อุษา มูโนะ เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านทะเลนอกวัย 11 ปี สูญเสียแม่ พี่สาว และพี่สะใภ้ไปกับกระแสคลื่น “หนูยังรู้สึกเศร้าในสิ่งที่เกิดขึ้น คลื่นมันกลืนชีวิตของคนที่หนูรัก ทั้งแม่ พี่สาวแล้วก็ครูที่เพื่อนนักเรียนของหนูทุกคนสนิทด้วย พ่อกับหนูทุกข์มากจากการตายของแม่ แต่พ่อจะพยายามไม่แสดงออกมาให้เห็น หนูสงสารพ่อ เพราะตอนนี้พ่อออกไปจับปลาไม่ได้แล้วเพราะเรือหาปลาพังไปหมดแล้ว หนูคิดถึงแม่มากจนต้องร้องไห้ แต่หนูต้องเข้มแข็ง หนูโกรธทะเลที่มาเอาชีวิตแม่และพี่สาวหนูไป” เด็กหญิงตัวน้อยพูดด้วยความหม่นหมอง โครงการ 2 วัน เป็นเพียงการเริ่มต้นของการเยียวยา ดร.พูนศรี รังสีขจี แห่งภาควิชาจิตเวช มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่า “การแก้ไขปัญหาทางจิตเหล่านี้ต้องใช้ความพยายามร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย สำหรับวิธีการทางจิตวิทยานั้น ควรจะต้องทำกันในหลายระดับ ทั้งกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ครู และชุมชนทั้งหมด เพื่อทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ช่วยปกป้องเด็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ ฟื้นคืนจากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดนี้ได้"
|