"ฉันทำได้" - วัยรุ่นกับภารกิจที่ช่วยเหลือสังคม
กรุงเทพฯ, กรกฎาคม 2548 – ช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายงานข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์เด็กและเยาวชนไทยมักจะออกมาในแง่ลบ การสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น การดื่มสุราเพิ่มมากขึ้น และการแต่งตัวก็มักถูกผู้ใหญ่ออกมาประนามว่ารับไม่ได้จริงๆ อย่างไรก็ดี แม้จะมีความวิตกกังวลของคนรุ่นเก่าที่มักมาพร้อมกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ของเยาวชน แต่ยังคงมีอะไรดีๆ จากคนรุ่นใหม่บ้างเหมือนกัน ในขณะที่วัยรุ่นหลายคนอาจไปมั่วสุมอยู่ตามผับ ยังมีเด็กวัยรุ่นอีกจำนวนไม่น้อยที่หันมามองโลกรอบตัวเองอย่างจริงจัง และบอกกับตัวเองว่า “เราน่าจะทำอะไรที่ดีกว่านี้ได้” “เยาวชนจำนวนมากต้องการจะช่วยคนอื่นๆ ที่ด้อยกว่าตน” กฤติยา ศรีสรรพกิจ ผู้อำนวยการวายไอวาย (YIY - Why I, Why) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาสังคม “เยาวชนมักมีแรงบันดาลใจและเป็นนักอุดมคตินิยม ปัญหาคือเมื่อตอนที่ยังเล็กอยู่นั้นอาจยังวางแผนไม่เป็นหรืออาจไม่เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ พอโตขึ้นและมีประสบการณ์มากขึ้นก็มัวแต่ยุ่งกับชีวิตและลืมอุดมคติที่เคยมีตอนเด็กๆ ไป” ดังนั้นวายไอวายจึงติดต่อองค์การยูนิเซฟ จัดทำแผนงานซึ่งยูนิเซฟให้ทุนสนับสนุน เพื่อจัดการประกวดขึ้นในหมู่เยาวชนที่สนใจการพัฒนาสังคม โดยเด็กๆ จะส่งแนวความคิดของตนมา และคณะทำงานของวายไอวายจะทำหน้าที่จัดหาทุน ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือในการทำให้แนวความคิดนั้นเป็นความจริง หลังจากประกาศออกไป มีแนวคิดที่ส่งเข้ามาประกวดรวม 200 แนวคิด ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่ายังมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความกระตือรือร้นต่อการพัฒนาสังคม สำหรับเยาวชนหลายคนในจำนวนนี้ การประกวดดังกล่าวถือเป็นโอกาสครั้งแรกที่ให้พวกเขาสามารถนำแนวความคิดของตนไปปฏิบัติจริง “จริงๆ มีการประกวดในทำนองเดียวกันนี้ที่หน่วยงานใหญ่ๆ ทำ แต่ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด และไม่รับเด็กนักเรียน นักศึกษาไทย” กฤติยาอธิบาย
วายไอวายคัดเลือกผู้ชนะได้ 17 คน ซึ่งรวมถึงโครงการห้องสมุดที่จัดหาหนังสือให้กับโรงเรียนในชนบทและจัดอบรมวิธีการดูแลห้องสมุดให้แก่เด็กในโรงเรียนชนบท การอบรมให้กับเด็กๆ ทำให้โครงการนี้สามารถเอาชนะการต่อต้านของครูหลายท่านที่กลัวว่าตนเองจะมีภาระเพิ่มขึ้น และเคยขัดขวางโครงการคล้ายกันก่อนหน้านี้ ปัจจุบัน โครงการยังอบรมเยาวชนกลุ่มอืนๆ ให้ทำโครงการลักษณะเดียวกันนี้ด้วย การประกวดปีนี้มีชื่อว่า “ฉันทำได้” (I’m Possible) ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ชนะได้รับการคัดเลือกในงานที่จัดขึ้นที่สยามสแควร์ “ทางที่ดีที่สุดสำหรับการเข้าหาเยาวชน คือ การไปในที่ที่พวกเขามักไปเตร็ดเตร่กันเป็นประจำ” กฤติยาอธิบาย วันนั้นสยามสแควร์ได้เต็มไปด้วยป้ายและบูธอกงานที่บอกถึงแนวคิดของผู้ที่สมัครในปีนี้ โครงการที่ได้เข้ารอบ เช่น “คาราวานภาพยนตร์” (Movie Caravan) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายจะจัดตั้งชมรมภาพยนตร์ขึ้นในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนต่างๆ เพื่อจัดฉายภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาสังคม เพื่อสร้างจิตสำนึก และให้โอกาสนักเรียน นักศึกษาที่อาจมีความสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ให้นักเรียนชั้นประถมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในเขตชุมชนแออัด อีกโครงการหนึ่งเป็นของของนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่ต้องการสร้างระบบให้คำปรึกษาแก่เด็กวัยรุ่นที่กำลังกลุ้มใจและมีอาการซึมเศร้า ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูง แต่โครงการที่ชนะการประกวดได้แก่ โครงการที่เสนอจะจัดหาคอมพิวเตอร์พร้อมการอบรมวิธีการใช้ให้แก่เด็กชนเผ่าและเด็กไร้สัญชาติในท้องถิ่นชนบท ซึ่งสามารถช่วยเหลือตนเองและชุมชนเกษตรกรรมให้มีชีวิตอยู่ได้และมีงานทำ หัวหน้าโครงการ ยืนยง ยิ่วยงเยี่ยม นักศึกษามหาวิทยาลัยอธิบายว่า “แนวคิด คือ เด็กๆ สามารถจะใช้ทักษะที่ตนเรียนรู้เรื่องการหางานในอนาคต และยังเป็นการช่วยชุมชนของตนเองด้วย” งานนี้ยังแสดงถึงความคิดริเริ่มของวายไอวายอีกเรื่องหนึ่ง คือ ตลาดนัดเยาวชนอาสาสมัคร ที่นำองค์กรต่างๆ ซึ่งกำลังมองหาอาสาสมัครและเยาวชน รวมทั้งเยาวชนที่กำลังมองหาสิ่งใหม่ๆ ให้ได้มาพบปะกัน แนวคิดก็คือ การให้โอกาสเด็กหนุ่มสาวได้มีประสบการณ์ครั้งแรกในการพัฒนาสังคมอย่างมีคุณค่า “เยาวชนมีอะไรมากมายที่จะมอบให้สังคมและสามารถหาคำตอบต่อปัญหาสังคมต่างๆ ได้ พวกเขาทำงานกันหนักมาก” กฤติยาพูด “เป็นเรื่องสำคัญที่โครงการต้องนำไปปฎิบัติได้จริงเพื่อให้คนทั่วไปเชื่อว่าเด็กๆ ทำได้จริงๆ” เธอเสริม และผู้ชนะการประกวดเมื่อปีที่แล้วหลายรายก็ได้เริ่มแสดงให้ผู้ใหญ่ที่คอยเคลือบแคลงสงสัยเด็กๆ เห็นว่า วัยรุ่นก็ทำอะไรดีๆ ได้เหมือนกัน และไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ชนะในปีนี้อีกหลายรายจะได้เข้าไปช่วยเสริมความเชื่อมั่นนี้ในอนาคตอันใกล้
|