เรื่องราวของเด็กๆ

วิดีโอ

เรื่องราวของเด็กๆ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

ค่ายเด็กซ่าส์ - วัยรุ่นมีปัญหากับความรู้เรื่องเอชไอวี/เอดส์

© UNICEF-Thailand/2006/Few
ขาบกับเพื่อนๆกำลังแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเพศผ่านการปั้นตุ๊กตาซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในค่ายเพื่อสร้างความตระหนักเรื่องเอชไอวี/เอดส์ให้กับเยาวชนกลุ่มเสี่ยง

เรื่อง โดย โรเบิร์ต ฟิว

เชียงใหม่, มกราคม 2549 – เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว และดวงอาทิตย์เริ่มจะลับหายไปเบื้องหลังเขา รถบัสแล่นเข้ามาหยุดนอกโรงแรม วัยรุ่นประมาณ 20 คน ป่ายปีนออกมาจากรถ มองดูราวกับจะเป็นกลุ่มเยาวชนที่เดินทางมากับโรงเรียน – แต่ไม่ใช่ ที่นี่คือค่ายเยาวชนเพื่อสร้างความตระหนักในการรับรู้เรื่องเอชไอวี/เอดส์ สำหรับเด็กที่ชอบปาร์ตี้ ซึ่งเด็กเหล่านี้มักจะปาร์ตี้บ่อยจนเสียการเรียน

คนแรกที่ลงจากรถ คือ พีช เธออายุ 14 ปี ท้องและกำลังตัดสินใจว่าจะคืนโทรศัพท์มือถือที่ขโมยเพื่อนมาดี หรือจะขายเพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าทำแท้งดี

ถัดมาคือเจ ผู้ที่เพิ่มเริ่มเสพยาตอนอายุ 15 ปี และเลิกเสพได้ตอนพ่อไปเรียกตำรวจมาจับเขา

ต่อจากเจ คือ ขาบวัย 17 ปี ลูกสาวของเขาจะมีอายุ 2 ขวบในปีหน้า คนรักเก่าที่ห่างเหินกันไปผู้เป็นแม่ของลูกสาวอายุอ่อนกว่าเขาหนึ่งปี

ถัดจากขาบมีเด็กตามมาอีก 15 คน หิ้วกีตาร์ เป้สะพายหลัง และขวดโซดา ที่นี่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเสพยา ปัญหาของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป แต่เด็กทุกคนจะมีปัญหาเหมือนๆ กันเป็นส่วนใหญ่ -- ทุกคนหลงทาง สับสน ขัดสน ต้องการคำแนะนำ ลึกๆแล้วทุกคนเป็นคนเรียบร้อย ใจจริงแล้วพวกเขาเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับการเริ่มต้นที่ยากลำบากของชีวิตเท่านั้น

ค่ายแห่งนี้ดำเนินงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชนที่ยูนิเซฟให้การสนับสนุน ชื่อ ดับเบิ้ลยูวาย (WY หรือ We Are Your Friends - เราคือเพื่อนคุณ) โดยจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือเยาวชนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

ซาร่าห์ ผู้จัดการของดับเบิ้ลยูวายอธิบายให้ฟังว่า “จุดมุ่งหมายของค่ายคือการนำเยาวชนให้มาพิจารณาถึงชีวิตของตน และให้ข้อมูลเขาอย่างชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศและยาเสพติด”

© UNICEF-Thailand/2006/Few
เอกกำลังเล่าว่าเขากับเพื่อนๆ ชอบทำอะไรบ้างยามว่าง ซึ่งสิ่งที่เขาชอบทำก็คือ กินเหล้า ตีสนุ๊ก ร้องคาราโอเกะ แล้วก็มีเซ็กส์

แม้ว่าเยาวชนทุกวันนี้จะไวในเรื่องเพศมากกว่าคนรุ่นก่อน ความรู้เรื่องเพศของเขายังตามไม่ทันการประพฤติตัวของพวกเขา ซึ่งเห็นได้ชัดจากสิ่งที่เด็กๆ พูดตอนที่อยู่ค่าย

“หนูไม่ต้องการใช้เครื่องป้องกันตอนมีเซ็กส์ด้วยกัน” แอปเปิ้ล วัย 15 ปีบอก “หนูดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ทุกวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่หนูจะท้อง”

ส่วนในจำนวนเด็กผู้ชาย 15 คนที่นี่ 5 คนยกมือขึ้น เมื่อถูกถามว่ามีกี่คนที่เคยทำให้คนรักท้องมาแล้ว

ขาบคือหนึ่งในจำนวนนั้น “แฟนผมท้องเมื่อปีที่แล้ว” เขาบอก "บางครั้งเราก็นอนด้วยกันเมื่อถุงยางหมด"

เคราะห์ยังดี ที่เขาได้หันไปหาซาร่าห์เพื่อขอคำแนะนำ ตอนแรกขาบต้องการให้คนรักไปทำแท้ง ซึ่งย่อมหมายความว่าแฟนเขาจะต้องยอมเสี่ยงอันตราย เขาเปลี่ยนใจหลังจากได้ปรึกษากับดับเบิ้ลยูวาย

“ผมอธิบายไม่ได้นะว่าการเป็นพ่อนี่มันเป็นยังไง” เขาบอก “แต่ผมรู้สึกว่าจะเป็นคนเกเรอย่างแต่ก่อนไม่ได้อีกแล้ว ผมกำลังเก็บเงินไว้ให้ลูกได้เรียน”

ขาบไม่ใช่สมาชิกคนเดียวในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์อย่างไม่ป้องกัน “เราจะไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้หญิงบริสุทธ์ ซึ่งเราจะสังเกตได้จากเลือด” เอกเล่า เด็กคนอื่นมองเขาอย่างงงๆ เล็กน้อยก่อนที่เด็กอีกคนหนึ่งจะบอกเอกว่าเลือดน่ะจะเห็นได้ก็หลังมีเซ็กส์ไปแล้ว! แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจใช้ถุงยางหรือไม่ แต่เอกก็ไม่ยอมแพ้ เขายักไหล่ ฉีกยิ้ม ก่อนเถียงอย่างข้างๆคูๆ ว่า “อือ! ถ้าเธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างบนเตียง ก็แปลว่าเธอเป็นสาวบริสุทธิ์ละ!”

แต่ในวัฒนธรรมที่ถือว่าผู้หญิงควรจะมีความไร้เดียงสาในเรื่องเพศ และผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายหลอกล่อคู่นอนของตนนั้น ทำให้วัยรุ่นไทยทั้งหญิงและชายมักไม่ใส่ใจในประสบการณ์เรื่องเพศของอีกฝ่าย ซึ่งจริงๆแล้วความเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายไว้ใจได้นั้นเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง

“เราไม่ใช่ถุงยางอนามัยกับ ‘เมีย’ หรือ ‘คนรัก’ ของเรา เพราะเราไว้ใจว่าพวกเธอจะมีเพศสัมพันธ์เฉพาะกับเราคนเดียวเท่านั้น” เอกบอก “เมียหมายถึงคนที่เราเป็นแฟนมาเป็นเวลานาน – อย่างน้อยก็สามหรือสี่เดือน แฟนหมายถึงคนที่คุณจะนอนด้วยเป็นบางครั้ง” ซึ่งไม่ควรนำไปปนกับ ‘กิ๊ก’ (เพื่อนสนิทเป็นพิเศษ) ซึ่งเป็นคนที่นอนด้วยได้ถ้าเมียหรือแฟนไม่อยู่”

ยังมีปัจจัยทางวัฒนธรรมบางประการที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศ บางอย่างไม่ทำให้เกิดอันตราย (เช่น เด็กผู้ชายที่เคยไปให้พระสักตามตัวหลายคนบอกว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงอยู่ข้างบนเพราะจะทำให้สักเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ลงไป) แต่บางอย่างก็เป็นอันตรายถึงตายได้

ยกตัวอย่างเช่น ชายหนุ่มบางคนฝังโลหะไว้ตรงปลายอวัยวะเพศ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับคู่นอนของตน บางคนใช้แผ่นกรองพลาสติกใต้ฝาขวดวิสกี้สอดใส่เข้าไป การติดเชื้อที่ตามมาอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี/เอดส์มากขึ้น

คงต้องใช้เวลานานกว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ได้ แต่อย่างน้อยการให้ข้อมูลและโอกาสที่ให้วัยรุ่นเหล่านี้ได้พิจารณาถึงชีวิตของตนถือเป็นการเริ่มต้นทีดี

ในวันที่สองของการอยู่ในค่าย รถบัสอีกคันแล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรม ในรถบัสมีเด็กนักเรียนชั้นประถมนั่งอยู่เต็ม ดูเหมือนเด็กๆ จะร้องไห้มากกว่าเคย ภาพของเด็กๆ ที่กำลังร้องไห้บ่งบอกว่า นี่ไม่ใช่ทัศนศึกษาของโรงเรียนอย่างแน่นอน

แท้จริงแล้วนี่เป็นอีกค่ายหนึ่งขององค์กรพัฒนาเอกชน คราวนี้เป็นค่ายสำหรับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือเด็กที่พ่อแม่ตายด้วยโรคเอดส์ ถ้าความรู้ต่างๆ ที่วัยรุ่นได้รับจากค่ายดับเบิ้ลยูวายทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ เราหวังว่าต่อไปเราจะไม่เห็นรถบัสเหล่านี้ทยอยแล่นมาจอดอีกในอนาคต

 

 

 

 

 
ค้นหา

 Email this article

unite for children