ของเล่นใหม่จากคุณตาคุณยาย
เรื่อง โดย โรเบิร์ต ฟิว เชียงราย, เมษายน 2549 - สิ่งแปลกประหลาดปรากฏขึ้นในห้องเรียนของโรงเรียนบ้านป่าแดด สูงขึ้นไปในเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกในจังหวัดเชียงราย ท่ามกลางกองหนังสือเรียนและไม้บรรทัด คุณจะพบงูทำด้วยไม้ไผ่ที่เกาะนิ้วมือแน่นราวกับเหล็ก มีท่อกลวงทำให้เกิดเสียงดังเหมือนเสียงนกในท้องถิ่น และท่อนไม้ที่หมุนได้ ส่งเสียงร้องโหยหวนน่ากลัวเสียยิ่งกว่าผี สิ่งของทั้งหมดนี้คือของเล่นสมัยก่อนที่ปู่ย่าตายายเป็นผู้สอนเด็กนักเรียนให้ประดิษฐ์ขึ้นมา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สนับสนุนโดยองค์การยูนิเซฟ ซึ่งมุ่งไปที่การอนุรักษ์ประเพณีท้อง ถิ่น และกระตุ้นการเรียนรู้ในพื้นที่ที่ขาดแคลนอุปกรณ์การศึกษา และเป็นที่ที่เด็กส่วนมากลาออกก่อนเรียนจบชั้นมัธยม "นี่แหละ ‘งูดูด’" กรกฎ วงศ์ยาง วัย 13 ปี อธิบายให้ฟัง ในขณะที่เขายื่นของเล่นชิ้นโปรดให้เราดู มันเป็นหลอดทำด้วยไม่ไผ่ชนิดพิเศษ “ลองวางบนนิ้วดู เวลาที่เราพยายามจะดึงมันออกมันจะเกิดสุญญากาศขึ้น ทำให้ยิ่งดึงแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งดึงออกยากเท่านั้น” เด็กๆ รู้สึกสนุกสนานกับของเล่นชิ้นนั้น ทั้งๆ ที่มันถูกดัดแปลงจากภูมิปัญญาพื้นเมืองในท้องถิ่น นอกจากนี้ของเล่นสมัยโบราณยังสามารถใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ เช่น งูดูดอันใหญ่สามารถใช้สำหรับเป็นเครื่องดักจับปลาไหลที่ว่ายเข้ามาในท่อไม้ไผ่ และตอนนี้หมอประจำท้องถิ่นเริ่มใช้งูของเล่นนี้ในการนวดมือคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบ ทุกวันนี้ครูต่างก็ใช้มันในการอธิบายกฎเกณฑ์พื้นฐานด้านฟิสิกส์ เนื่องจากของเล่นหลายชนิดสามารถนำมาใช้เป็นตัวอย่างอธิบายเรื่องหลักวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เกิดสุญญากาศ การสั่นสะเทือนของเสียง และปรากฏการณ์ธรรมชาติอื่นๆ
เมื่อเด็กสามารถมองเห็นกฎของฟิสิกส์จากตัวอย่างง่ายๆ ทำให้พวกเขาก็จะเข้าใจทฤษฎีได้ง่ายขึ้น “ผมชอบจักจั่น (ใบพัดชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงเมื่อมันบินร่อนในอากาศ)” พิษณุพงศ์ อุปละ วัย 14 ปีบอก “เล่นจักจั่นทำให้เข้าใจเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องความต้านทาน การสั่นสะเทือนและเสียงได้ง่ายขึ้น” “แต่ของเล่นพวกนี้ช่วยเด็กได้มากกว่าแค่ได้เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์” ชัชวาล บำเพ็ญ ผู้จัดการโครงการอธิบาย “ยกตัวอย่างเช่น งูดูดซึ่งต้องทำจากไม้ไผ่ชนิดพิเศษ ซึ่งจะตัดมาใช้งานได้ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น มันช่วยสอนเด็กเรื่องของสิ่งแวดล้อม และให้รู้จักสังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา” ชัชวาลบอกว่าของเล่นยังสอนเด็กเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะในอดีตงูดูดใช้กันในการเกี้ยวพาราสี “ย้อนไปในอดีต ชายและหญิงไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวกันได้ ดังนั้นพวกผู้ชายจึงวางงูดูดนี้ไว้บนนิ้วมือของผู้หญิงที่ตนพอใจ” ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือ โครงการนี้ ยังทำให้ปู่ย่าตายายและลูกหลานได้มีโอกาสอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งหนึ่ง สำหรับบางครอบครัวความใกล้ชิดแบบนี้ได้ห่างหายไปนานนับชั่วอายุคนเลยทีเดียว “เมื่อของเล่นแบบดั้งเดิมหายไปและถูกแทนที่ด้วยความบันเทิงในรูปแบบใหม่ๆ ช่องว่างจึงเกิดขึ้นระหว่างคนต่างรุ่นต่างวัย” ชัชวาล ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญทางการเล่น การพัฒนาและการประถมศึกษาอธิบายให้ฟัง "คนที่สูงวัยกว่าจะนั่งอยู่เฉยๆ ในบ้าน ส่วนเด็กๆ ก็ชอบเล่นวิดีโอเกมกันมากกว่า" “นับตั้งแต่มีโครงการนี้เป็นต้นมา ชีวิตของพวกเรามีความอบอุ่นมากขึ้น” กรกฎบอก “เราได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับปู่ย่าตายายของเรามากขึ้น และเราก็รู้สึกรักท่านมากขึ้นด้วย” เพื่อนร่วมชั้นของเขา พัฒนา ปานขอ วัย 13 ปี เห็นด้วย “โครงการนี้ นำความสามัคคีมาให้หมู่บ้านของเรา เพราะตอนนี้เราขลุกอยู่กับปู่ย่าตายายของเราเกือบทุกวัน” โครงการดังกล่าว ยังนำความภาคภูมิใจในประเพณีท้องถิ่นตนของเด็กๆ กลับคืนมา และทำให้เกิดการตระหนักในคุณค่าของตนและความสำเร็จมากยิ่งขึ้น เวลาที่กรกฎพูดถึงการเดินทางไปกรุงเทพเพื่อไปสอนเด็กๆ ในเมืองใหญ่ถึงวิธีทำแมงปอกระดาษ สีหน้าของเขาสดใสขึ้นทันที “ผมภูมิใจมากที่ได้นำของเล่นในท้องถิ่นไปสู่เมืองหลวง และผมก็มีความสุขมากตอนที่แสดงให้เด็กๆ ที่นั่นดูถึงวิธีการทำของเล่นขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องซื้อหาในราคาแพงๆ มันดีเหมือนกันที่เรามีอะไรสักอย่างจากชนบทไปการแลกเปลี่ยนกับกรุงเทพ” ของเล่นต่างๆ นี้ จัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในหมู่บ้านของกรกฎ เพื่อสาธิตให้เห็นว่าโครงการเช่นนี้สามารถช่วยให้เด็กเกิดความสมหวังในสิทธิที่จะได้เล่น ที่จะได้ศึกษา และมีครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความรัก ชัชวาลกำลังพยามยามทำให้โรงเรียนแห่งอื่นๆ นำเอางานฝีมือในท้องถิ่นมาใช้ในบทเรียน และช่วยกันเผยแพร่ความคิดนี้ไปทั่วประเทศ “ข้อดีประการหนึ่งของโครงการนี้คือ สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ” เขากล่าว “ตราบใดที่เราไม่ยอมให้ความรู้ประจำท้องถิ่นต้องสูญหาย ก็ย่อมไม่สิ่งใดมาขัดขวางการเผยแพร่ความรู้นี้ออกไปได้”
|