เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

โรงเรียนในป่าลึกของเด็กชาวเขา

© UNICEF-Thailand/2006/Few
สุภาพรอายุ 9 ขวบเพิ่งได้เข้าเรียนคร้งแรกหลังจากยูนิเซฟไปตั้งศูนย์การศึกษาขึ้นในหมู่บ้านของเธอที่อยู่ห่างไกลจากชุมชน

แม่ฮ่องสอน, มีนาคม 2549 – “รองเท้าคู่นี้ราคาแค่ 40 บาท แต่มันเหมือนกับรถโฟร์วิลล์ไดร์ฟทีเดียว” ประจวบ แก้วสิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมปางมะผ้าหัวเราะ โชคดีแล้วที่รองเท้าคู่นี้ใช้งานได้ดี เพราะเรากำลังจะเข้าไปที่หมู่บ้านชนกลุ่มน้อยในป่าลึกที่มีคนอยู่ 200 คน ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเดินทางไปถึงได้ด้วยความยากลำบาก แม้ว่าจะสวมรองเท้าที่เหมาะเจาะที่สุดแล้วก็ตาม

หมู่บ้านดงมะไฟอยู่ห่างจากถนนสายที่ใกล้ที่สุดไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร ลึกเข้าไปในป่าไม้เขียวชอุ่ม บนเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกของแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่สูงที่สุดและเข้าถึงได้ยากที่สุด ในหน้าร้อน การเดินทางต้องขับรถนานครึ่งชั่วโมงไปบนทางที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อแถมยังเป็นทางลาดชันขึ้นไปถึง 45 องศา ในหน้าฝนการขึ้นดอยใช้เวลานานถึงสองชั่วโมง

การเดินทางที่ยากลำบากหมายถึงเด็กๆ ที่นี่จะไม่มีโอกาสได้เล่าเรียน เพราะว่าโรงเรียนแห่งที่อยู่ใกล้ที่สุดนั้นอยู่ห่างไกลออกไปเหลือเกิน แต่ตอนนี้องค์การยูนิเซฟได้เข้ามาร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างศูนย์การศึกษาเด็กก่อนวัยเรียน

“ก่อนที่ศูนย์เปิดหนูไม่ได้เรียนหนังสือ” สุภาพร วัย 9 ขวบบอกขณะนั่งอยู่ในห้องเรียนไม้ เธอกำลังหาเหาให้เพื่อนนักเรียนรุ่นน้องไปพลางๆ “แม่ของหนูไม่อยากให้หนูไปอยู่โรงเรียนประจำเพราะว่าหนูเป็นลูกสาวคนเล็ก แม่กลัวอันตรายถ้าต้องไปอยู่คนเดียวไกลๆ หนูเลยต้องไปช่วยแม่ทำนาปลูกข้าวแทนที่จะเรียนหนังสือ”

แต่ทุกวันนี้ สุภาพรมีชีวิตประจำวันที่แตกต่างไปจากเดิม เธอใช้เวลาหกวันในหนึ่งสัปดาห์เรียนภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และทักษะพื้นฐานที่จะช่วยสอนให้เธอมีสุขภาพแข็งแรง และปลอดภัย

“ตอนนี้พอเด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนแล้ว ก็ย่อมจะเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างมากมาย” ธัญรัตน์ ผ่องศรี ครูของสุภาพรบอก "ถึงแม้ว่าตอนนี้ เด็กๆ จะยังอ่านยังเขียนไม่ได้ และไม่มีความรู้เรื่องสุขภาพอนามัยและสุขาภิบาล แต่หากเรียนจบจากที่นี่ไป เด็กๆ ก็จะมีโอกาสได้เรียนต่อและมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม”

© UNICEF-Thailand/2006/Few
เด็กๆ กำลังตั้งใจฟังครูสอน ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยได้ไปโรงเรียนเลย เพราะหมู่บ้านอยู่ไกลเกินกว่าจะสามารดเดินทางไปโรงเรียนที่อยู่ใกล้ที่สุดได้

การศึกษาแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีผลมากมายเมื่อเด็กเดินทางเข้าไปในเมือง ถ้าเด็กเพียงแค่อ่านป้ายต่างๆได้ เขาก็จะหาทางกลับบ้านเองได้ พอเด็กเติบโตขึ้นและเริ่มทำงาน ความรู้ที่เล่าเรียนมา จะทำให้มีโอกาสมากขึ้น ยากแก่การถูกหลอกลวงหรือแสวงประโยชน์

การมีศูนย์การศึกษาให้เด็กยังมีประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากการศึกษาอีก นอกเหนือไปจากการสอนแล้ว ธัญรัตน์ยังทำงานพิเศษเป็นที่ปรึกษาให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีปัญหา นับตั้งแต่เรื่องของสัญชาติ ไปจนถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของเด็ก และเธอยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างชุมชนกับภาครัฐอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น เด็กบางคนในหมู่บ้านไม่ได้มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องกับหน่วยงานประจำท้องถิ่น เพราะชาวบ้านรู้ว่าไม่มีเจ้าพนักงานรัฐคนใด จะยอมเป็นพยานในการยื่นใบสมัครของพวกเขา แต่ในตอนนี้ธัญรัตน์กำลังช่วยในเรื่องนี้อยู่ นอกจากนี้ เธอยังรณรงค์หาทุนในการสร้างส้วมสำหรับครอบครัวของชาวบ้านที่ไม่มีส้วมใช้ ในขณะเดียวกัน เธอก็ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องความจำเป็นของการส่งเสริมอนามัย “เป็นหน้าที่รับผิดชอบของฉันที่จะต้องผลักดันให้หมู่บ้านนี้เจริญก้าวหน้า” เธอกล่าว

ชีวิตในโรงเรียนยังช่วยให้สุขภาพอนามัยของเด็กแข็งแรงขึ้น เด็กได้กินอาหารทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กไม่อาจทำให้เด็กได้ เด็กยังไม่ต้องใช้เวลาทั้งวันในท้องนาอันเป็นที่ซึ่งเด็กๆ เสี่ยงต่อการถูกยุงกัดซึ่งอาจทำให้เป็นมาเลเรียและไข้เลือดออก

พ่อแม่ดีใจที่ลูกๆ ของตนใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีเกิดประโยชน์ พวกเขารู้แล้วว่าการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกหลานของตนในการมีชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า

กรณีของสุภาพร ความใฝ่ฝันของเธอคือการได้เป็นหมอ ศูนย์การศึกษาเด็กก่อนวัยเรียนนี้อาจเป็นเพียงก้าวแรกบนทางชีวิตของเธอ แต่จะว่าไปแล้ว สุภาพรก็ได้ลงมือกำจัดเหาให้คนไข้คนแรกของเธอไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 
ค้นหา

 Email this article

unite for children