เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่บอกเล่าประสบการณ์และความรู้สึก

โดย ณัฐฐา กีนะพันธ์

กรุงเทพฯ 6 พฤศจิกายน 2555 – ด.ช. ณัฐสิทธิ์ เมืองสว่าง วัย 11 ปีมีประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำท่วมมาหลายครั้งแล้วเพราะที่บ้านของเขาในจ. ลพบุรี น้ำท่วมทุกปี แต่ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ณัฐสิทธิ์มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและบอกเล่าประสบการณ์ของเขาจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อปีที่แล้วซึ่งพัดเอาโต๊ะเขียนหนังสือ หนังสือเรียน ของเล่นและของใช้อื่นๆ ของเขาไปด้วย

”รู้สึกเบื่อครับเพราะไม่มีอะไรทำและออกไปข้างนอกไม่ได้เลย” ณัฐสิทธิ์พูดถึงเมื่อตอนที่น้ำท่วมบ้านมิดหัวอยู่หลายอาทิตย์ “ผมอยากบอกผู้ใหญ่ว่าอย่ากดดันเด็กๆ มากนัก เพราะแค่น้ำท่วมเด็กๆ ก็เครียดพออยู่แล้วครับ”

ณัฐสิทธิ์เป็นหนึ่งในเด็กกว่า 500 คนจากจ. ลพบุรี อยุธยา และกทม. ที่มีส่วนร่วมในงานวิจัยเรื่อง เสียงสะท้อนของเด็กที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือ Voices of Children: Attitudes and Opinions of Children and Youth regarding Disaster Response and Preparedness ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิรักษ์ไทยระหว่างเดือนมี.ค.-ก.ค. 2555 ภายใต้การสนับสนุนจากยูนิเซฟ งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ อายุตั้งแต่ 8 – 18 ปีได้มีส่วนร่วมในการแสดงความรู้สึกที่มีต่อน้ำท่วม และความคิดเห็นที่มีต่อความช่วยเหลือที่ได้รับ และสิ่งที่อยากได้ในอนาคตหากเกิดภัยพิบัติขึ้นอีก โดยผ่านการการวาดรูป ระบายสี การใช้บัตรภาพ การแบ่งกลุ่มคุยและการสัมภาษณ์เชิงลึก

“เด็กเป็นกลุ่มที่อ่อนแอและเปราะบางที่สุดในสถานกาณ์ฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ แต่มักถูกมองข้ามและไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในช่วงภัยพิบัติและในช่วงการรับมือกับภัยพิบัติ” แอนดรู เคลย์โพล หัวหน้าแผนกนโยบายสังคมขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยกล่าว “งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม ให้ผู้ใหญ่รับฟังเสียงของพวกเขาและคำนึงถึงความต้องการของพวกเขาในการตัดสินใจ” 

น้ำท่วมในปี 2554 ถือเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปีของประเทศไทย ซึ่งได้คร่าชีวิตประชาชนถึง 680คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 103 คน ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการจมน้ำตาย มีการประมาณ์การว่าน้ำท่วมครั้งนั้นยังสร้างความเสียหายถึง 45,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เด็กๆ เกือบทุกคนที่เข้าร่วมงานวิจัยบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเบื่อและอยากให้รัฐจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับพวกเขาในช่วงน้ำท่วม  เด็กหลายคนบอกว่าชอบกระโดดลงเล่นน้ำทั้งๆ ที่ว่ายน้ำไปเป็นเนื่องจากไม่มีอะไรทำ นอกจากนี้เด็กๆ ยังบ่นเรื่องความสะอาดและสุขอนามัน หลายคนปัสสาวะลงน้ำและถ่ายอุจจาระลงในถุงดำซึ่งทิ้งไปกับน้ำเนื่องจากไม่มีห้องน้ำให้เข้า

"อยากได้ห้องน้ำแบบที่เคลื่อนย้ายได้ค่ะ สมมติว่าบ้านเราได้ใช้แล้วเคลื่อนไปบ้านอื่นได้ด้วยค่ะ”  อรุณี วรรณพานิช อายุ 18 ปีจากอยุธยาบอก

ธนัชพร พันธ์แย้ม วัย 17 ปี เพื่อนของอรุณีบอกว่าเธอต้องอพยพไปอยู่ทีศูนย์พักพิงชั่วคราวใน จ. อยุธยาในช่วงน้ำท่วม แต่แม้ว่าที่ศูนย์ฯ จะมีห้องน้ำ ธนัชพรก็รู้สึกลำบากใจเนื่องจากห้องน้ำไม่มีการแยกชายหญิง

”หนูไม่กล้าไปอาบน้ำเพราะชอบมีวัยรุ่นผู้ชายมียืนอยู่ตรงห้องน้ำและคอยมอง หนูต้องรอจนมืดให้พวกผู้ชายไปก่อนถึงค่อยไปอาบได้”

แอนดรูจากยูนิเซฟกล่าวว่าเขาหวังว่าความคิดเห็นของเด็กๆ จะช่วยให้เกิดการเตรียมพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติที่เหมาะสมและตอบรับกับความต้องการของเด็กๆ มากขึ้น  ผลงานวิจัยครั้งนี้ได้มีการนำเสนอในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่กรุงเทพฯ โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคธุรกิจ องค์การสหประชาชาติ สื่อมวลชนและเด็กๆ กว่า 80 คนมาร่วมรับฟัง

“ผมก็อยากให้พวกผู้ใหญ่ ฟังเสียงของเด็กบ้างครับ” ณัฐสิทธิ์บอก

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children