เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

“เด็กมิใช่สินค้าที่อาจซื้อขายได้”

© UNICEF/MAMA2012-00004/Hlaing Moe
เฉินหลง ทูตยูนิเซฟเดินทางไปประเทศพม่าเพื่อรณรงค์ต่อต้ารการค้ามนุษย์ เขาได้พบกับเด็กเร่ร่อนและเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ศูนย์แห่งหนึ่งที่ยูนิเซฟให้การสนับสนุน

โดยแซนดาร์ ลิน

กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า, กรกฎาคม 2555 

เฉินหลง นักแสดงภาพยนตร์ชื่อดังของโลก ดารายอดนักบู๊และทูตยูนิเซฟได้เดินทางไปเยือนประเทศพม่าเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นเวลา 3 วัน เพื่อรณรงค์ต่อต้านขบวนการค้าเด็ก

เฉินหลงผู้เป็นขวัญใจของเด็กๆ และผู้ใหญ่ชาวพม่าเริ่มภารกิจในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เขาได้พบกับเด็กๆ และเยาวชนที่รอดพ้นจากการเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ เด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นโดยไม่มีพ่อแม่ บ้างอาศัยและทำงานอยู่บนท้องถนน นอกจากนี้ เขายังได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะในการใช้ชีวิต

จากนั้น เฉินหลงได้เดินทางไปที่โรงเรียนฝึกอบรมอาชีพให้แก่เด็กหญิง และได้รับฟังปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ ตลอดจนความเจ็บปวดและภาวะแปลกแยกที่เด็กได้รับ เด็กหลายคนได้แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความหวังและความฝันให้แก่เฉินหลงได้รับทราบ

“เด็กๆ ที่ผมได้พบในพม่าทำให้ผมมีแรงบันดาลใจครับ” เฉินหลงกล่าว “ผมรู้สึกประทับใจในการมองโลกในแง่ดีของเด็กชายและเด็กหญิงที่เคยเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ และความมุ่งมั่นของพวกเขาที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น”

นักแสดงผู้ทำงานรณรงค์เพื่อสิทธิเด็กผู้นี้ยังได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของพม่าที่ศูนย์ปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ในเมืองมัณฑะเลย์ เฉินหลงยังได้เข้าเยี่ยมเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 ถึง 16 ปีที่โรงเรียนอบรมอาชีพให้แก่เด็กชายแห่งหนึ่ง โดยเขาได้เข้าร่วมประเพณีรำในเทศกาลน้ำ และยังได้เล่นฟุตบอลกับเด็ก ๆ ด้วย

เฉินหลงร้องเพลงด้วยภาษาสัญลักษณ์

นักแสดงชื่อดังรู้สึกประทับใจเมื่อเด็กๆ ในโรงเรียนสอนคนหูหนวกทำภาษาสัญลักษณ์เป็นชื่อเฉินหลง ดังนั้น เขาจึงร้องเพลงชื่อว่า “One Country, one world” เป็นภาษาสัญลักษณ์เพื่อเป็นการตอบแทน โดยเพลงดังกล่าวเป็นเพลงที่เขาแต่งขึ้นให้เด็กๆ “การที่เฉินหลงมาที่นี่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เด็กๆ ที่โรงเรียน ใบหน้าและดวงตาของเด็กฉายแววแห่งความสุขเมื่อเฉินหลงยื่นมือหาพวกเขา เด็กๆ จะจดจำเฉินหลงไม่เพียงแต่การที่นักแสดงผู้มีเสน่ห์ผู้นี้ได้มาเยี่ยมเท่านั้น หากแต่ยังจดจำคำแนะนำสั่งสอนที่เขาได้บอกให้เด็กๆ ตั้งใจเรียนด้วย” ด่าว ติน มาร์ ออน รองผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนหูหนวกกล่าว

นอกจากนั้น เฉินหลงยังได้เดินทางไปที่สมาคมเด็กกำพร้าสำหรับพุทธศาสนิกชนแห่งพม่า หรือ Myanmar Buddhist Orphanage Association (MBOA) ซึ่งสมาคมนี้เป็นสถาบันศาสนาในเมืองมัณฑะเลย์ที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสมาคมภายใต้กำกับดูแลของกรมสวัสดิการสังคม โดยเฉินหลงได้พบกับเด็กๆ ที่มาจากพื้นที่ต่างๆ ของประเทศพม่าเพื่อแสวงหาที่พักพิงและการศึกษา สมาคมนี้ซึ่งดูแลเลี้ยงดูเด็กชายจำนวน 162 คนได้รับการบริหารจัดการโดยเจ้าอาวาสและพระรูปอื่นๆ อีก 10 รูปซึ่งอาศัยในอารามแห่งนี้รวมทั้งเด็กโตอีกจำนวนหนึ่ง

สารสำคัญจากเฉินหลง

เฉินหลงเล่าถึงสารสำคัญที่เขาได้เคยเรียนรู้จากพ่อของเขาให้แก่เด็กๆ และเยาวชนทุกคนที่เขาได้พบ ว่า “การศึกษาต้องมาก่อนเป็นลำดับแรก จงตั้งใจเรียนหนังสือที่โรงเรียน และห้ามใช้ยาเสพติด”

นักแสดงผู้เปี่ยมด้วยพลังและไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยผู้นี้ยังได้เยี่ยมชมโครงการด้านการศึกษาที่จัดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในเมืองมัณฑะเลย์ เขาตั้งใจฟังเรื่องราวที่เด็กๆ เล่าให้ฟัง นั่นคือเรื่องอันตรายจากคนแปลกหน้า เรื่องดังกล่าวสอนให้รู้วิธีระวังตัวและหลีกเลี่ยงจากกลลวงของขบวนการค้ามนุษย์

การค้ามนุษย์มิใช่ปัญหาของพม่าเพียงประเทศเดียว หากแต่เป็นปัญหาระดับโลก

เฉินหลงผู้มีอารมณ์ขันและทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกไปกับศิลปะป้องกันตัวของเขาได้ส่งผ่านความเข้าใจให้แก่เด็กๆ ในเรื่องความสำคัญของการศึกษา ระเบียบวินัย ความเคารพและความสามัคคี

หลังจากที่ได้เดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ของมัณฑะเลย์เป็นเวลาสองวัน เฉินหลงก็เดินทางไปที่นครย่างกุ้งและเข้าเยี่ยมชมศูนย์ชุมชนซึ่งมีองค์กรเอ็นจีโอท้องถิ่น ชื่อ Ratana Metta Organisation หรือ (RMO) เป็นผู้ดำเนินการร่วมกับยูนิเซฟ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการคุ้มครองเด็กกำพร้าและเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยง รวมทั้งเด็กที่ได้รับผลกระทบและติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ที่ศูนย์ดังกล่าวนี้ เฉินหลงได้ชมการแสดงของเด็กๆ ซึ่งตัดตอนมาจากภาพยนตร์ที่โด่งดังของเขา หลังจากนั้นเขาก็ตอบคำถามของเด็กๆ ในงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ย่างกุ้ง เฉินหลงเรียกร้องให้สื่อมวลชนให้การสนับสนุนในการนำเสนอข่าวและปัญหาเกี่ยวกับเด็ก

“การค้ามนุษย์มิใช่ปัญหาของประเทศพม่าเพียงประเทศเดียว หากแต่เป็นปัญหาระดับโลก ทุกคนต้องช่วยกันขจัดปัญหานี้ให้สิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อ ผมอยากให้สื่อทำข่าวให้มากขึ้นในเรื่องของเด็กที่เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ มากกว่าที่จะไปทำข่าวดารา” เฉินหลงเรียกร้อง

ในคืนเดียวกันนั้นเอง มีงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ยูนิเซฟและสมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศพม่าเป็นเจ้าภาพ เฉินหลงได้เรียกร้องให้ดารานักแสดงของประเทศพม่าช่วยเหลือสังคมโดยใช้ชื่อเสียงของตนเป็นสื่อกลาง

“ผมขอให้พวกเราร่วมมือกันในวันนี้เพื่อยุติปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ หากท่านให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ในโทรทัศน์ ลงข่าวหรือในภาพยนตร์ของท่าน แฟนๆ รวมทั้งเด็กๆ จะรับฟังมากขึ้นซึ่งจะช่วยให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้น” เฉินหลงกล่าว

"ผมมีโอกาสได้เยี่ยมชมหลายประเทศเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กๆ"

ในงานเลี้ยงต้อนรับ เฉินหลงกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างเรียบง่ายทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังว่า “ในฐานะที่ผมเป็นทูตยูนิเซฟ ผมมีโอกาสได้เยี่ยมชมหลายประเทศและเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กๆ ผมได้ตระหนักว่าการใช้ชื่อเสียงของผมรวมทั้งแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับผู้ที่ต้องการมีความสำคัญเพียงใด ขอขอบคุณยูนิเซฟที่ได้ให้โอกาสผมได้ทำความดีต่อผู้อื่น”

นักแสดงฮอลลีวูดยังได้แจกของขวัญอันเป็นผลงานของเด็กๆ ที่เขาซื้อมาจากโรงเรียนอบรมวิชาชีพให้แก่ดารานักแสดงชาวพม่าเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้ทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อแก้ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์

“การที่เฉินหลงได้เดินทางมาที่พม่าครั้งนี้มีความสำคัญมาก เขาได้รับความอบอุ่นจากเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่คอยต้อนรับ เห็นได้ชัดว่าเราสามารถยึดถือเขาเป็นแบบอย่างที่ดีได้ การที่เฉินหลงมาที่พม่าจะช่วยทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อขจัดปัญหาขบวนการค้ามนุษย์” ราเมศว์ เศรษฐา ผู้แทนยูนิเซฟประจำประเทศพม่ากล่าว “เราจำต้องดำเนินการต่อยอดจากการเรียกร้องของเฉินหลง และมุ่งมั่นทำงานเพื่อป้องกันและเรียกร้องต่อไป”

การเดินทางเยือนประเทศพม่าของเฉินหลงประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และเป็นการกระตุ้นให้ประเทศพม่ามุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาขบวนการค้าเด็ก ดังที่ปรากฏในแผนดำเนินงานแห่งชาติของประเทศพม่าเพื่อยุติขบวนการค้ามนุษย์  

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children