เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

นมแม่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในภาวะน้ำท่วม

โดย ณัฐฐา กีนะพันธ์

อยุธยา 2 พฤศจิกายน 2554 – สุจิรา เอี่ยมสำราญ คลอดลูกสองวันหลังจากอพยพจากบ้านมาอยู่ที่ศูนย์พักพิง บ้านของเธอเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดพื้นที่หนึ่งในอยุธยา  แต่ถึงแม้ว่าสุจิราจะเครียดจากการที่ต้องอพยพโยกย้ายบ้านและกังวลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของลูก เธอก็ยังคงพยายามให้นมลูกต่อไปเพื่อให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้

“ตอนนี้ลำบากค่ะ แต่ก็ไม่อยากให้ลูกป่วย” สุจิรา วัย 26 ปีบอก เธอต้องย้ายออกจากบ้านกะทันหันกลางดึกเมื่อน้ำไหลบ่าท่วมบ้านฉับพลัน “แต่ตอนนี้ลูกยังแข็งแรงดีค่ะ”

สุจิราและครอบครัวมาพักอยู่ในตึกที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จแห่งหนึ่งในตัวเมืองอยุธยามาเป็นเวลากว่าสองอาทิตย์แล้ว ที่นี่ได้กลายเป็นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้คนนับร้อยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้  นอกเหนือจากสุจิรายังมีอีกหลายครอบครัวที่มีลูกเล็ก ซึ่งมาจับจองพื้นที่ใกล้ๆ กันในตึก ทุกคนในชั้นนี้ล้วนแต่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

“แม้จะไม่ค่อยสะดวก แต่ก็ยังให้นมลูกต่อเพราะอยากให้เขาแข็งแรงค่ะ” ฐิติพร พาชื่น อายุ 32 ปีกล่าวระหว่างให้นมลูกอายุห้าเดือน  “การให้นมแม่ปลอดภัย ง่ายและประหยัดค่ะ”

ขณะนี้ยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลกรณรงค์ให้มารดาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้นมลูกต่อไป โดยได้อ้างถึงผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายฉบับซึ่งระบุว่านมแม่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับทารกและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยปกป้องเด็กจากความเจ็บป่วยในภาวะฉุกเฉินเช่นน้ำท่วม

“การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่แม่จะพึงทำได้ในการปกป้องลูกจากความเจ็บป่วย” นภัทร พิศาลบุตร เจ้าหน้าที่สารนิเทศเพื่อการพัฒนาของยูนิเซฟกล่าว “แม่ที่ต้องอพยพจากบ้านเรือนเพราะน้ำท่วมอาจไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มใช้ที่สะอาด ยังไม่ต้องพูดถึงน้ำสำหรับการล้างมือหรืออุปกรณ์ประกอบอาหารด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้เราถึงพยายามแนะนำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองต่อไปแทนที่จะหันไปพึ่งนมผง”

นภัทรกล่าวว่าแม่ที่ใช้นมผงเลี้ยงลูกอาจสร้างความเสี่ยงให้กับลูกโดยไม่ได้ตั้งใจจากน้ำและขวดนมที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคท้องร่วงเป็นอันตรายต่อชีวิตทารกได้

อย่างไรก็ตาม มีแม่บางคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมไม่มั่นใจว่าจะสามารถให้นมลูกต่อไปได้ บางคนเชื่อว่าความเครียดจะทำให้น้ำนมแห้ง ในขณะที่บางคนเชื่อว่าไม่สามารถให้นมลูกได้ถ้าตนเองไม่ได้รับอาหารเพียงพอ นอกจากนี้แม่ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเมื่อหยุดให้นมลูกแล้วจะไม่สามารถกลับมาให้นมใหม่ได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ล้วนแต่ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่าความเครียดอาจจะมีผลกระทบชั่วคราวต่อน้ำนมแต่จะไม่มีผลต่อการผลิตน้ำนมตราบใดที่แม่และทารกยังอยู่ด้วยกันและได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในขณะเดียวกันการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยลดความเครียดในแม่ด้วยซ้ำ และสร้างสายใยความผูกพันระหว่างแม่และลูก

สุขจริง วงศ์เดชกุล นักโภชนาการอาวุโสจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าได้มีการส่งคณะทำงานด้านสาธารณสุขไปตามศูนย์พักพิงเพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนให้แม่สามารถให้นมลูกอย่างต่อเนื่องต่อไป

“เราพยายามเข้าถึงแม่จำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้” สุขจริงกล่าว “เราสนับสนุนคนที่ให้นมลูกอยู่แล้วให้ให้ต่อไปและช่วยคนที่หยุดให้นมกลับมาให้ใหม่”

อย่างไรก็ดีมีแม่หลายคนที่หยุดให้นมลูกในภาวะฉุกเฉินหลังจากที่ได้รับบริจาคนมผง พบว่าในบางประเทศมีการบริจาคนมผงจำนวนมหาศาลให้กับแม่ที่ให้นมลูกในช่วงภาวะฉุกเฉินโดยไม่มีการกำกับควบคุมอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในทารกจำนวนมาก

ในประเทศไทยซึ่งมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำที่สุดในเอเชียและต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก มีทารกเพียงร้อยละ 5.4 เท่านั้นที่ได้รับการเลี้ยงด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกของชีวิต

นภัทร ซึ่งได้ไปเยี่ยมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลายแห่งในจังหวัดชัยนาท ลพบุรีและสิงห์บุรีเพื่อประเมินสถานการณ์ของเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกล่าวว่า แม่ส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติเหมือนเดิม คือถ้าให้นมแม่ก็ยังคงให้นมแม่ต่อไป หรือให้นมผงก็ยังให้นมผงต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแม่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยเลี้ยงลูกด้วยนมผง จึงไม่น่าแปลกใจที่นมผงเป็นสิ่งที่แม่ต้องการมากที่สุด

“แต่ไม่ใช่แม่ทุกคนที่ใช้นมผงเลี้ยงลูกจะรู้ถึงความเสี่ยงของการใช้นมผงในช่วงน้ำท่วม” นภัทรกล่าว “ดังนั้นสถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรให้ข้อมูลแก่แม่ และช่วยควบคุมการแจกนมผงเพื่อให้แน่ใจว่านมผงจะไม่ถูกส่งไปให้แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่ แต่จะให้เฉพาะแม่ที่มีความจำเป็นต้องให้นมผงเท่านั้น”

เจ้าหน้าที่อนามัยได้เตือนแม่ที่ใช้นมผงเลี้ยงลูกให้ใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำขวดในการผสมนมผง นอกจากนี้ยังเตือนให้ใช้ถ้วยที่สามารถล้างให้สะอาดได้ง่ายในการให้นมลูก เพราะขวดนมและจุกนมสามารถถูกปนเปื้อนได้โดยง่ายและอาจทำให้ท้องร่วงได้

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children