เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นไปได้สำหรับคุณแม่ทำงาน

© UNICEF Thailand/2011/Athit Perawongmetha
ฉันธิรา กานต์แก้ว พนักงานโรงงานเครื่องประดับ แมริกอท โชว์น้ำนมที่เธอเก็บระหว่างวัน

โดย เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา

สมุทรปราการ 12 สิงหาคม 2554 - ทุกเช้า นัทนารี แก้วประกอบ จะให้นมลูกวัย 14 เดือนก่อนไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ในระหว่างวันเธอจะปั้มน้ำนมเก็บไว้ 2-3 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าบุตรสาว น้องนัทธิดา จะมีนมพอกินในวันถัดไป และเมื่อกลับจากการทำงานในตอนกลางคืน เธอจะให้นมลูกอีกครั้ง

“ดิฉันไม่เคยเหนื่อยเกินไปที่จะให้นมลูกค่ะเพราะรู้ถึงประโยชน์จากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” คุณนัทนารี ผู้ซึ่งทำงานในโรงงานเครื่องประดับ บริษัทแมรีกอท กล่าว “การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกแข็งแรง ไม่เสียเงิน และยังสร้างความผูกพันระหว่างดิฉันและลูกค่ะ”

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้นมแม่เป็นอาหารที่มีคุณค่าเป็นเลิศสำหรับทารก เนื่องจากประกอบไปด้วยสารอาหาร ภูมิต้านทาน ฮอร์โมน และสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ทารกต้องการในการเจริญเติบโตและป้องกันโรค องค์การอนามัยโลกยังได้แนะนำให้บรรดาคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวสำหรับช่วง 6 เดือนแรกโดยไม่มีอาหารหรือของเหลวอื่นแม้แต่น้ำเปล่า ทั้งยังแนะนำให้คุณแม่ทั้งหลายเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องพร้อมกับการให้อาหารเสริมจนกว่าลูกจะอายุเกิน 2 ขวบหรือนานกว่านั้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟและพันธมิตรร่วมมือกันทำงานเพื่อสนับสนุน ปกป้อง และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทยทั้งในระดับชุมชนและระดับชาติเพื่อให้แน่ใจว่าทารกได้รับอาหารที่ดีที่สุดในช่วงแรกเกิดจนก้าวเข้าสู่วัยเด็ก

การปกป้องและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

“นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก” พรธิดา พัดทอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสารนิเทศของยูนิเซฟประเทศไทย ซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรอื่นๆในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กล่าว “นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงต้องการให้แม่สามารถให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นช่วงที่แม่กลับไปทำงานแล้ว แม่หลายคนยังคงเข้าใจผิดว่านมผงดัดแปลงสำหรับทารกนั้นดีเท่านมแม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงเลย”

ยูนิเซฟสนับสนุนการตั้งมุมนมแม่ในที่ทำงาน การพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับแพทย์และพยาบาล รวมถึงการตรวจสอบ ติดตามและรายงานเรื่องการตลาดของนมผงดัดแปลงสำหรับทารกและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่ที่ผิดหลักจริยธรรม นอกจากนี้ยังสนับสนุนการยืดระยะเวลาการลาคลอดโดยได้รับเงินชดเชยจาก 3 เดือนเป็น 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าแม่สามารถให้นมและดูแลลูกได้อย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2524 รัฐบาลไทยได้ยอมรับหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารเสริมและอาหารทดแทนนมแม่เพื่อปกป้องและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หลักเกณฑ์ดังกล่าวซึ่งเป็นที่ยอมรับของประเทศกว่า 180 ประเทศห้ามการโฆษณาและประชาสัมพันธ์นมผงหรือผลิตภัณฑ์ดัดแปลงสำหรับทารก สิ่งทดแทนนมมารดา รวมถึงการใช้ขวดนมและจุกนมในสาธารณะหรือผ่านทางระบบสาธารณสุขของประเทศ ถึงแม้ว่าผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสิ่งทดแทนนมมารดาจะยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ แต่พวกเขายังคงดำเนินการด้านการตลาดที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ดังกล่าวอยู่เสมอ ยูนิเซฟจึงพยายามส่งเสริมและสนับสนุนการทำให้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นกฎหมายซึ่งจะมีการลงโทษหากมีการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์นี้

ในปีพ.ศ. 2552 รัฐบาลได้แสดงถึงความตั้งใจจริงในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยดำเนินโครงการจัดตั้งมุมนมแม่และศูนย์ดูแลเด็กเล็กวัย 2-6 ขวบในสถานประกอบการทั่วประเทศผ่านทางความร่วมมือกับเจ้าของกิจการและผู้บริหาร โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากยูนิเซฟและศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย

นมแม่ดีที่สุด

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักในประเทศไทย เห็นได้จากการสำรวจซึ่งยูนิเซฟได้ให้การสนับสนุนในปี 2549 พบว่าร้อยละ 15 ของเด็กในประเทศไทยไม่เคยกินนมแม่ และมีเพียงร้อยละ 5.4 ที่กินนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งประเทศไทยจัดว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต่ำที่สุดในเอเชีย และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต่ำที่สุดในโลก

“การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหลักประกันได้ว่าเด็กจะได้รับรากฐานและการพัฒนาที่ดีในการเจริญเติบโต” พญ. ยุพยง แห่งเชาวนิช จากศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์การที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการสนับสนุนจากยูนิเซฟ กล่าว “นมแม่ช่วยในด้านพัฒนาการของอวัยวะสำคัญๆ อย่างเช่น สมองและตา และยิ่งไปกว่านั้นนมแม่ยังสามารถป้องกันโรคต่างๆ เช่น ท้องร่วง การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงภูมิแพ้อีกด้วย”

ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยได้พัฒนาความรู้และเทคนิคด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสร้างเสริมระบบและกลไกที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสังคมไทย รวมถึงการตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการหรือโรงงานต่างๆ

พญ.ยุพยง กล่าวว่า ขณะนี้มีสถานประกอบการประมาณ 660 แห่งทั่วประเทศที่จัดให้มีมุมนมแม่สำหรับพนักงาน

มุมนมแม่

มุมนมแม่ที่แมริกอทถูกจัดขึ้นในห้องพยาบาล มีโซฟาสำหรับพนักงานนั่งขณะปั้มน้ำนม ตู้เย็นสำหรับเก็บน้ำนม และอุปกรณ์สำหรับการปั้มน้ำนม

ไพโรจน์ พุ่มประสาท หัวหน้างานอาวุโสด้านความปลอดภัยของโรงงานกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการตั้งมุมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในที่ทำงานอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท

แต่สิ่งที่บริษัทได้กลับคืนมามีค่าเกินกว่าค่าใช้จ่ายนั้น

“แม่ลางานน้อยลง เพราะว่าลูกที่กินนมแม่แข็งแรงมาก เลยไม่ค่อยไปหาหมอบ่อยนัก” กรรณิการ เซ็นมุกดา ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของแมริกอท กล่าว “เมื่อเด็กๆแข็งแรง แม่จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสิ่งนี้สามารถสะท้อนให้เห็นได้ในคุณภาพงานและความสามารถในการเพิ่มผลผลิตของแม่”

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children