เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

คุณอยากเห็นเด็กไทยเป็นอย่างไรในปี 2570

เด็กๆจากทั่วทุกภูมิภาคร่วมกันระดมความคิดเพื่อหาวิสัยทัศน์สำหรับเด็กในปี พ.ศ. 2570

โดย นภัทร พิศาลบุตร

กรุงเทพฯ 3 พฤษภาคม 2554 - เมื่อถามคำถามนี้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนในการประชุมหนึ่งเมื่อ 6 เดือนก่อน หลายคนมีสีหน้างงๆ เพราะปี 2570 หรืออีก 16 ปีข้างหน้าถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร สำหรับเด็กวัยรุ่นอายุประมาณ 15 ปี คำถามนี้หมายถึง พวกเขาอยากเห็นลูกๆของเขาเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตามเด็กและเยาวชนเหล่านี้ยังคงกระตือรือร้นที่จะออกความเห็น และหลังจากที่ร่วมระดมสมองกันพักใหญ่ พวกเขาก็ลงมือเขียนออกมาว่า วิสัยทัศน์เด็กในความคิดของพวกเขาเป็นอย่างไร บางคนเขียนถึงเด็กอายุ 0-5 ปีว่า "อยากให้เด็กมีสัญชาติตั้งแต่กำเนิด" และ "เด็กแรกเกิดควรกินนมแม่จน 2 ขวบ" และเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในยุคของเฟซบุ๊ค เด็กบางคนก็ "กด Like" ให้ความเห็นเหล่านั้น

นี่เป็นหนึ่งในคำถามเกี่ยวกับอนาคตของเด็กและเยาวชนที่ใช้ในการกำหนดวิสัยทัศน์แห่งชาติสำหรับเด็กและเยาวชนปี 2570 ซึ่งเป็นกระบวนการที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ โครงการนี้เป็นการระดมสรรพกำลังของคนจากทั่วประเทศกว่าหกหมื่นคน เพื่อแสดงความคิดเห็นว่าพวกเขาต้องการให้อนาคตของเด็กในประเทศไทยเป็นอย่างไร

เด็กและเยาวชนจากทุกจังหวัดได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้ โดยเข้าร่วมประชุมระดับจังหวัด หรือแสดงความคิดเห็นผ่านแบบสอบถาม ความคิดเห็นจากแต่ละจังหวัดได้ถูกรวบรวมในการประชุมระดับภาคที่จัดขึ้นใน 5 ภูมิภาค และมีเด็กและผู้ใหญ่เข้าร่วมกว่า 100 คนในแต่ละครั้ง เพื่อทบทวนข้อเสนอแนะและเรียงลำดับความสำคัญของวิสัยทัศน์ตามที่จังหวัดต่างๆเสนอมา

ผู้ใหญ่ในภาคส่วนต่างๆของสังคมก็ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ด้วย เช่น ภาคธุรกิจ ภาคศาสนา ภาคสื่อสารมวลชน ภาควิชาการ รวมถึงข้าราชการ องค์กรต่างๆ ผู้นำชุมชน และผู้ปกครอง ซึ่งคณะกรรมการโครงการจะเรียบเรียงข้อเสนอแนะทั้งหมด ทั้งจากเด็กและผู้ใหญ่ เป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติสำหรับเด็กและเยาวชน และจะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายด้านเด็กในอนาคต นอกจากนี้ คณะกรรมการยังจะนำเสนอวิสัยทัศน์เด็กและเยาวชน ต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ได้พิจารณาความคิดของเด็กๆประกอบด้วย

เมื่อมองไปถึงปีพ.ศ. 2570 เราสามารถมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ในหลายๆด้าน สัดส่วนของเด็กและเยาวชนต่อประชากรทั้งหมดจะน้อยลง เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลง และประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัย คนจำนวนมากขึ้นจะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในกรุงเทพและเมืองใหญ่ๆ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้เกิดอุทกภัยและภัยธรรมชาติอื่นๆบ่อยครั้ง เป็นที่คาดการณ์กันว่าความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันน่าจะยังคงอยู่ เช่น การเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ และการที่คนยากจนและกลุ่มเปราะบางอื่นๆไม่สามารถที่จะเข้าถึงบริการต่างๆได้อย่างเต็มที่  นอกจากนี้ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนและเปิดการค้าชายแดนอย่างเสรี ซึ่งจะส่งผลให้แรงงาน สินค้าและบริการของประเทศต่างๆไหลเวียนได้โดยปราศจากการควบคุม

วิสัยทัศน์เด็กและเยาวชน ไม่ได้คำนึงถึงความท้าทายต่างๆเพียงด้านเดียว หากแต่ยังมองไปข้างหน้าเพื่อบันทึกภาพความหวังและความฝันที่ชาวไทยมีต่อเด็กและเยาวชนด้วย

ดิฉันได้เข้าร่วมการประชุมในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และการประชุมของภาคส่วนต่างๆหลายครั้ง จะเห็นว่าในการประชุมแทบทุกครั้งจะมีประเด็นที่คล้ายคลึงกันได้รับการเสนอขึ้น เช่น การต้องการเห็นโอกาสทางการศึกษา การรู้เท่าทันสื่อ การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และการพูดภาษาที่ 2 และ3 ได้ นายพีระพงศ์ สุดสงวน เยาวชนอายุ 20 ปีจากสิงห์บุรี กล่าวในการประชุมภาคกลางว่า เขาอยากเห็น "เด็กไทยมีการศึกษาที่เท่าเทียมกันมากขึ้น เพราะในตอนนี้เด็กในภาคกลางและกรุงเทพนั้นใช้เวลาเรียนเยอะเกินไป ในขณะที่ในบางพื้นที่ก็แทบไม่ได้รับการสนับสนุนเลย"

วิสัยทัศน์เด็กและเยาวชนจากแต่ละภูมิภาคยังสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะและความท้าทายของภาคนั้นๆ เช่น วิสัยทัศน์จากภาคอีสานมีกล่าวถึงการหางานและการส่งเสริมอาชีพพิเศษมากกว่าภาคอื่นเพราะเป็นพื้นที่ที่มีความยากจนสูง ส่วนวิสัยทัศน์ของภาคใต้นั้นต้องการเห็นเด็กๆได้ไปโรงเรียนอย่างปลอดภัยและหยุดการเลือกปฏิบัติระหว่างคนกลุ่มต่างๆ "ตอนนี้ผู้หญิงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสิทธิจำกัดมาก ตัวอย่างเช่น ผู้นำที่เป็นหญิงจะไม่ได้รับการยอมรับ" นางสาวบัสตี สารี อายุ 19 ปี จากปัตตานี พูดในการประชุมของภาคใต้ "ในปี 2570 ฉันอยากเห็นผู้หญิงและเด็กผู้หญิงมีบทบาทเท่าเทียมกับผู้ชาย"

ดิฉันรู้สึกประทับใจในความกระตือรือร้นของผู้เข้าร่วมกระบวนการทุกคน เด็กและผู้ใหญ่จากพื้นที่ต่างๆร่วมมือกันทำงาน  ดิฉันเห็นภาพเยาวชนคนหนึ่งอ่านข้อความที่ผู้เข้าร่วมประชุมเขียนลงบนกระดาษให้เพื่อนๆจากโรงเรียนสอนคนตาบอดฟัง น้องๆจากโรงเรียนคริสต์และโรงเรียนมุสลิมช่วยกันแต่งกลอนวิสัยทัศน์เพื่อนำเสนอในการประชุมของภาคศาสนา ในกระบวนการนี้ ความคิดเห็นของนักวิชาการจะต้องนำมารวมกับความคิดเห็นของเด็กๆจากครอบครัวที่ยากจน ทุกคนมีความเห็นที่เท่าเทียมกัน

หลายคนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้บอกว่า กระบวนการของการกำหนดวิสัยทัศน์เด็กและเยาวชนนั้นสำคัญพอๆกับผลงานที่ได้ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ การให้คนจากทุกกลุ่มในสังคมมาร่วมกันคิดและพูดคุยถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ได้ช่วยสร้างความมุ่งมั่นและความร่วมมือในการทำงานเพื่อเด็กในระดับจังหวัด ตัวอย่างเช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยาและสมุทรปราการต่างก็แสดงความสนใจในกระบวนการและอยากให้มีการสานต่อเพื่อทำเป็นแผนระดับจังหวัด ผู้นำด้านธุรกิจก็กล่าวว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การทำวิสัยทัศน์ให้เกิดขึ้นจริงนั้น ไม่ใช่งานของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนในการที่จะช่วยให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงภายในปี 2570

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children