เรื่องราวของเด็กๆ

บทความ

วิดีโอ

เรื่องราวจากภาพถ่าย

 

นักเตะระดับตำนานของแมนยู ไบรอัน ร๊อบสัน ช่วยโครงการของยูนิเซฟในกรุงเทพฯ

โดย แอนดี้ บราว์น

กรุงเทพฯ 18 เมษายน 2554 - สำหรับคนจำนวนมาก ฟุตบอลคือกีฬา คือสิ่งที่รักและโปรดปราน และคือส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์แห่งภาคพื้นถิ่นฐาน แต่สำหรับยูนิเซฟ ฟุตบอลคือหนทางหนึ่งในการช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเป็นช่องทางการสอนทักษะชีวิต เช่นการสร้างระเบียบวินัยและการรู้จักทำงานเป็นกลุ่ม ยูนิเซฟยังได้ร่วมงานกับสโมสรฟุตบอลและนักฟุตบอลในการสร้างความตระหนักและระดมทุนเพื่อการทำงานเพื่อสิทธิเด็กอีกด้วย

นักฟุตบอลระดับตำนานของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไบรอัน ร๊อบสัน และแอนดรูว์โคล ได้มาเยือนกรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางทัวร์เอเชียเพื่อช่วยระดมทุน 50 ล้านบาทให้กับโครงการของยูนิเซฟเพื่อการช่วยเหลือเด็กทั่วโลก สำหรับการระดมทุนในประเทศไทย มีการนำสิ่งของที่มีคุณค่าเฉพาะตัวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาประมูลในงานราตรีการกุศล และเงินที่ได้จากการประมูลในงานทั้งหมดจะนำมาสนับสนุนโครงการของยูนิเซฟที่ช่วยเหลือเด็กยากไร้ในประเทศไทย

ในการระดมทุนในประเทศไทย ร็อบสันซึ่งเป็นหัวหน้าทีมของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุด ที่มีสมญานามว่า “กัปตันมาร์เวล” และเป็นผู้จัดการทีมชาติของไทยในปัจจุบัน ได้เดินทางไปเยี่ยมสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ดเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานของยูนิเซฟในช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำทารุณหรือเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

จอห์น ชีลส์ ผู้อำนวยการมูลนิธิแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านภูมิเวทพร้อมกับร๊อบสันด้วยในครั้งนี้

สถานแรกรับเด็กชายบ้านปากเกร็ด หรือที่เรียกกันว่าบ้านภูมิเวทนั้น เป็นสถานแรกรับเด็กชายเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย บ้านภูมิเวทให้ที่พักพิงแก่เด็กชายทั้งไทยและต่างชาติอายุระหว่าง 6-18 ปีที่ต้องการความคุ้มครองกว่า 130 คน เด็กเหล่านี้บ้างก็เป็นเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้าหรือเด็กขอทาน บ้างก็เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ การถูกทารุณหรือความรุนแรงในครอบครัว ประมาณร้อยละ 40 ของเด็กที่พักอยู่ที่บ้านภูมิเวทมาจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น กัมพูชาและพม่า

ที่บ้านภูมิเวทนี้ ยูนิเซฟสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนคือ องค์การเฟรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในการจัดการศึกษานอกระบบและการสอนทักษะชีวิตให้กับเด็กในภาษาถิ่นของเด็ก เจ้าหน้าที่ขององค์การเฟรนด์ยังได้ช่วยนักสังคมสงเคราะห์ที่บ้านภูมิเวทจัดทำรายงานประวัติของเด็กแต่ละคน มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผลที่เด็กเดินทางมายังประเทศไทยและปัญหาที่เด็กต้องประสบในประเทศถิ่นฐานของตน รายงานนี้จะถูกส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในแต่ละประเทศเพื่อสืบหาครอบครัวของเด็กต่อไป

“ผมได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และได้พบว่างานที่ทำอยู่ไม่ใช่แค่การช่วยเด็กให้พ้นจากการเร่ร่อนตามถนนเท่านั้น แต่คือการให้การศึกษาเด็กเพื่อให้เขาไม่จำเป็นต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องไปใช้ชีวิตตามถนนตั้งแต่แรก” ร๊อบสันกล่าว “และคือการช่วยให้เด็กชาวพม่าและกัมพูชาที่ถูกค้ามนุษย์ได้กลับคืนสู่ครอบครัวในประเทศถิ่นฐานของตน”

ในระหว่างการเยี่ยมโครงการ ร๊อบสันและชีลส์ได้เห็นการทำกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก เช่นการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการฝึกทักษะวิชาชีพเช่น การทำผม การปั้นเครื่องปั้นดินเผาและการเล่นดนตรีพื้นเมือง

แต่สิ่งที่สนุกที่สุดของการเยี่ยมโครงการครั้งนี้คือ การสาธิตทักษะการเล่นฟุตบอลให้กับเด็กๆ ที่มารอกันในชุดแมนยูที่สนามฟุตบอลของสถานสงเคราะห์ ร็อบสันและชีลส์จัดให้เด็กเล่นกันเป็นคู่ โดยคนหนึ่งเป็นคนยิงประตูและอีกคนหนึ่งเป็นคนป้องกันประตู ในตอนสุดท้ายร๊อบสันลงมายิงประตูเองและทำประตูได้ในที่สุด

“สิ่งที่ผมชอบก็คือเด็กได้เล่นกีฬาพร้อมๆ ไปกับได้เรียนหนังสือด้วย” ร๊อบสันบอก “เราทุกคนก็รู้กันดีว่าการศึกษานั้นมีความสำคัญ แต่เมื่อเด็กได้เล่นกีฬาด้วย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตาม เขาจะได้สนุกกับการเล่นการแจ้ง ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับเขา ทำให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง”

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children