การคุ้มครองเด็ก

ภาพรวม

การจดทะเบียนเกิด

เด็กที่กระทำผิดกฎหมาย

 

เด็กที่กระทำผิดกฎหมาย

© © UNICEF Thailand/2010/Athit

คำว่า “เด็กที่กระทำผิดกฎหมาย” หมายถึงบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพราะถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา เด็กที่กระทำผิดเป็นกลุ่มเด็กที่มีความเปราะบางที่สุดกลุ่มหนึ่ง ปัญหาทางพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากปัญหาทางจิตใจหรือปัญหาเชิงเศรษฐกิจสังคม และหลายคนเคยตกเป็นเหยื่อของการกระทำมิชอบ ความรุนแรง การถูกทอดทิ้งและการถูกเลือกปฏิบัติมาก่อน

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กได้บัญญัติไว้ว่า ไม่มีเด็กคนใดควรถูกจำกัดเสรีภาพโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือโดยพลการ ทั้งนี้การจับกุม การคุมขังและการจำคุกเด็กนั้นควรเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะนำมาใช้และควรใช้โดยให้มีระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะวิธีดังกล่าวส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อพัฒนาการของเด็ก ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีหน้าที่ที่จะกำหนดนโยบายยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่มุ่งเน้นการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและแก้ไขสาเหตุรากฐานมากกว่ามุ้งเน้นที่จะลงโทษเด็ก และกำหนดให้มีการใช้ทางเลือกอื่นสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดนอกเหนือจากการการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทางเลือกเหล่านี้ ได้แก่ การเบี่ยงเบนคดี (การเบี่ยงเบนเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไปสู่การแก้ไขพฤติกรรมผ่านกระบวนการทางชุมชน) กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (ส่งเสริมการประนีประนอม การชดใช้ความเสียหายและความรับผิดชอบผ่านการมีส่วนร่วมของตัวเด็กเอง ของสมาชิกครอบครัว ผู้เสียหายและชุมชน) หรือทางเลือกอื่นๆ แทนการจำคุก เช่น การให้คำปรึกษา การทำทัณฑ์บนและการทำงานให้ชุมชน)

สำหรับประเทศไทย ประเด็นเรื่องการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนกำลังกลายมาเป็นปัญหาที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อยๆ  ประเด็นหลักที่สำคัญคือ

• อายุขั้นต่ำของการรับผิดทางอาญาของประเทศไทยคือ 10 ขวบ ซึ่งต่ำกว่าที่กำหนดในระดับสากลคือ 12 ขวบ นั่นหมายความว่าเด็กที่อายุเพียงแค่ 10 ขวบสามารถตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาได้และสามารถถูกพิพากษาให้คุมขังในสถานควบคุม
• ไม่ค่อยมีทางเลือกอื่นให้เด็กนอกเหนือจากการคุมขัง
• ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด ยกตัวอย่างเช่นในเดือนพฤษภาคม 2554 มีจำนวนเด็กเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3,600 คนที่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และอีก 6,900 คนอยู่ในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน นอกเหนือจากนี้ไม่มีการควบคุมตัวเด็กแยกออกจากกันโดยใช้เกณฑ์อายุ หรือความรุนแรงของคดี
• ขาดสถานที่และอุปกรณ์ การให้บริการและกิจกรรมในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนที่ตอบสนองความจำเป็นของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดโดยเฉพาะในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการและช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ขาดการติดตามและช่วยเหลือเด็กและครอบครัวอย่างเป็นระบบภายหลังจากที่เด็กถูกปล่อยตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เด็กและเยาวชนการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้เยาวชนที่กระทำผิดหลายคนจึงกระทำผิดซ้ำอีก
• สังคมมีทัศนคติในทางลบต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด อันเป็นสาเหตุทำให้คนส่วนใหญ่เห็นชอบกับการใช้มาตรการลงโทษที่รุนแรงต่อเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่มีประสิทธิภาพในการลดการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน
• ทัศนคติเชิงลบและการขาดความเข้าใจของสังคมยังทำให้เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดขาดโอกาสกลับตัวเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมหลังถูกปล่อยตัว เช่นการสมัครงาน หรือการศึกษาต่อ โดยมักถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นคน “ไม่ดี”

เราทำอะไร

ยูนิเซฟทำงานกับภาคีหลายภาคส่วนเพื่อ

• ลดจำนวนเยาวชนที่กระทำผิดผ่านการพัฒนาระบบการคุ้มครองเด็กที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ
• ส่งเสริมและพัฒนาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการคุมขังตัวเด็กที่กระทำผิดเพื่อให้การคุมขังเด็กเป็นทางเลือกสุดท้าย
• พัฒนากิจกรรมที่ตอบสนองความจำเป็นของเด็กและเยาวชนที่ถูกคุมขัง กิจกรรมเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิตเช่น ทักษะการวิเคราะห์และการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตน
• พัฒนาระบบการติดตามและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดและครอบครัวหลังปล่อยตัว เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
• พัฒนาระบบการส่งต่อและการช่วยเหลือที่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีที่กระทำผิดกฎหมาย
• ผลักดันทางนโยบายเพื่อเพิ่มอายุขั้นต่ำในการรับผิดทางอาญาให้เป็นอย่างน้อย 12  ขวบตามที่เป็นที่ยอมรับกันในระดับสากล
• ลดการเลือกปฏิบัติต่อเยาวชนที่กระทำผิดด้วยการสร้างความเข้าใจในสังคมเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เด็กเหล่านี้กระทำผิด

เป้าหมายของยูนิเซฟ

ยูนิเซฟส่งเสริมการฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดโดยไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการทำงานกับเยาวชนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงครอบครัวและชุมชนด้วย ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากกว่ามาตรการเชิงลงโทษ กระบวนการยุติธรรมสำหรับผู้ใหญ่นั้นมักขาดศักยภาพในการตอบสนองความจำเป็นของเด็กอย่างเหมาะสม และมักจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดีต่อเด็กและสังคมในอนาคต ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ยูนิเซฟจึงสนับสนุนให้เกิดการใช้การเบี่ยงเบนคดี การใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และการใช้ทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสมที่สำหรับเด็กและเยาวชน โดยให้การคุมขังเป็นทางเลือกสุดท้าย

 

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children