เราทำอะไร
องค์การยูนิเซฟมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์นโยบาย และรณรงค์ให้ได้มาซึ่งสิทธิเด็กในประเทศไทย เราช่วยรัฐบาลประเมินผลกระทบของกฎหมาย นโยบาย และติดตามการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ และข้อตกลงระดับชาติและนานาชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเด็กและสตรี ในการริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ นั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรคือปัญหา เด็กกลุ่มใดที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด และระดับความรุนแรงของปัญหาที่พบ ด้วยเหตุนี้ เราจึงร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติดำเนินการสำรวจสำมะโนครัวครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ทางสวัสดิภาพและภาวะเสี่ยงของมารดาและเด็ก "การสำรวจพหุดัชนีแบบจัดกลุ่ม" (Multiple Indicator Cluster Surveys - MICS) นี้ จัดทำใน 60,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ และได้กำหนดตัวชี้วัดเรื่องต่างๆ จำนวนนับร้อยในแต่ละพื้นที่ เช่น สุขภาพและโภชนาการของมารดาและเด็ก ประวัติการฉีดวัคซีน ความรู้เรื่องสิทธิเด็ก การขึ้นทะเบียนเกิด การศึกษา และการตระหนักเรื่องเอชไอวี/เอดส์และพฤติกรรมทางเพศ เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ได้มาจากระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ทำให้เราสามารถระบุปัญหาของเด็กได้ในแต่ละพื้นที่ การสำรวจนี้ยังแสดงให้เห็นว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับประเทศนั้น ไม่ได้หมายความว่าความเจริญทางเศรษฐกิจได้ถูกส่งไปยังเด็กทุกคนในประเทศไทยเสมอไป การสำรวจนี้ถือเป็นงานใหญ่ แต่ผลที่ได้รับทำให้องค์การยูนิเซฟและทุกฝ่ายที่ทำงานเรื่องการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็กในประเทศไทย มองเห็นภาพกว้างขึ้นว่าเราจำเป็นจะต้องลงมือปฏิบัติ ณ ที่ใด ด้วยวิธีการใด เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ เป้าหมายที่จะเห็น ‘โลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก’ และข้อผูกพันอื่นๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
งานวิจัยเรื่องการบาดเจ็บในเด็ก เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าการมีข้อมูลที่มีคุณภาพสามารถนำไปสู่การปรับปรุงที่ดี งานวิจัยที่องค์การยูนิเซฟทำร่วมกับ Center for Disease Control และ the Alliance for Safe Children - TASC ชี้ให้เห็นว่า การตายจากอุบัติเหตุเป็นตัวการคร่าชีวิตที่สำคัญของเด็กในประเทศไทย สิ่งที่พบจากงานวิจัยได้มีการนำเสนอต่อที่ประชุมนานาชาติเรื่องการบาดเจ็บในเด็ก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อ พ.ศ. 2547 กระทรวงสาธารณสุขได้รีบนำเสนอสาระสำคัญที่ได้จากการสำรวจต่อที่ประชุม และยื่นมือเข้าไปจัดการเรื่องการตายจากอุบัติเหตุและการประทุษร้ายมากขึ้น โดยจัดรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างจิตสำนึกของคน หยุดยั้งการขับรถขณะมึนเมา การขับรถเร็ว และการขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย จากงานวิจัยนี้ องค์การยูนิเซฟจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการรณรงค์ต่อไป เพื่อคุ้มครองเด็กและครอบครัวให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุต่างๆ ที่สามารถป้องกันได้ ความสำเร็จอีกประการหนึ่งของยูนิเซฟ คือ การจัดทำโครงการตัวชี้วัดเพื่อพัฒนาจังหวัด หรือ TPD info (Thailand Provincial Development Information) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและปัญหาต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้ระบบดังกล่าวได้เมื่อต้องการกำหนดนโยบายและติดตามความก้าวหน้า ยูนิเซฟสนับสนุนรัฐบาลเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ใน พ.ศ. 2546 และ 2547 เราได้อบรมตัวแทนเยาวชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากเด็กและเยาวชนจำนวน 12,000 คน แล้วนำความคิดเห็นที่ได้มารวมไว้ในแผนปฏิบัติการของประเทศไทยสู่เป้าหมาย ‘โลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก’ นอกจากนี้ เราได้จัดกิจกรรมแบบเดียวกันกับผู้ใหญ่และเยาวชนในภาคใต้ และได้อบรมเยาวชนให้เป็นวิทยากรดำเนินกิจกรรมนี้กับเยาวชนคนอื่นๆ อีก 1,000 คน ผลของกิจกรรมนี้ได้ถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ ซึ่งมี อดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยเป็นประธาน ยูนิเซฟมีงานวิจัยเกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญอื่นๆ โดยใน พ.ศ. 2548 และ 2549 เราได้จัดทำการศึกษาเรื่องการจัดสรรงบประมาณสำหรับภาคสังคมและการกระจายอำนาจ เรื่องความผาสุกของประชากรอพยพ และเรื่องการศึกษาและการดูแลเด็กก่อนวัยเรียน
|