ภาพรวม

ภาพรวมของประเทศ

สถานการณ์เด็กในประเทศไทย

งานของยูนิเซฟในประเทศไทย

กรอบการดำเนินงานของยูนิเซฟ

 

สถานการณ์เด็กในประเทศไทย

© UNICEF-Thailand/2004/Youkonton

เด็กจำนวนมากในประเทศไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นมาก โดยใน พ.ศ. 2535 รัฐบาลได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ  ซึ่งทำให้เกิดการปรับปรุงเรื่องสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวกับเด็กนับตั้งแต่นั้นมา

ยกตัวอย่างเช่น ตัวเลขการตายของเด็ก และอุบัติการณ์ของโรคที่มักเกิดกับเด็กลดลงอย่างรวดเร็ว อัตราการอ่านออกเขียนได้สูงขึ้น จำนวนเด็กที่ขาดสารอาหารลดลง จำนวนเด็กที่เข้าโรงเรียนเพิ่มขึ้น และจำนวนเด็กที่ต้องทำงานลดลง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาบางประการที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมายังคงมีอยู่ต่อไป เช่น ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ การขาดโอกาสทางการศึกษา การลักลอบค้าเด็ก การใช้แรงงานเด็ก และการแสวงประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เด็กอีกเป็นจำนวนมากยังไม่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเด็กชนเผ่า เด็กอพยพที่ยากจน นอกจากนี้ การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมได้นำมาซึ่งสิ่งท้าทายใหม่ๆ สำหรับเด็กและเยาวชน เช่น การระบาดของเชื้อเอชไอวี การล่มสลายของระบบครอบครัวแบบดั้งเดิม และอัตราการตายของเด็กจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และอุบัติเหตุอื่นๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น

การค้าเด็กยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เกิดภายในประเทศเอง  และการส่งออกไปต่างประเทศ นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยมีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ขบวนการค้ามนุษย์จึงขยายวงกว้างขึ้นโดยการล่อลวงเด็กที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ห่างไกลในประเทศเพื่อนบ้านมาขายในไทย หรือส่งต่อไปยังต่างประเทศ ในขณะเดียวกันมีหลักฐานว่าเด็กในประเทศไทยที่ไม่ได้ยากจน แต่กลับ “เลือก” ที่จะเข้าไปพัวพันในธุรกิจบริการทางเพศเองมากขึ้น เพราะกระแสวัตถุนิยมที่กำลังแพร่ขยายในสังคมไทย ส่วนบริเวณพื้นที่ชายแดนบางแห่ง พบว่าเด็กยังมีความเสี่ยงต่อการถูกกับระเบิด หรือถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร

อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยลดลงอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อัตราของผู้ป่วยที่ติดเชื้อลดลงจาก 125,000 รายใน พ.ศ. 2535 เหลือแค่ 20,000 รายใน พ.ศ. 2546 อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อได้แพร่กระจายจากภาคเหนือไปยังทั่วประเทศ และจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาสู่ประชากรทั่วไป และพบว่าอัตราการติดเชื้อได้สูงขึ้นในหมู่เยาวชนและในกลุ่มประชากรภาคใต้ จากสถิติ มีเด็กประมาณ 380,000 คนต้องกำพร้า และกลายเป็นภาระของปู่ย่าตายาย หรือญาติที่ไม่สามารถให้ดูแลเด็กทางด้านการเงินและอารมณ์ความรู้สึกของเด็กได้ตลอดเวลา มีการประมาณการณ์ว่า ในแต่ละปีมีเด็กประมาณ 200-300 คน เกิดมาพร้อมเชื้อเอชไอวี ซึ่งเด็กและเยาวชนเหล่านี้ต้องการยาต้านไวรัส

© UNICEF-Thailand/2004/Mohan

โอกาสทางศึกษายังเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง มีเด็กวัยประถมอีกประมาณ 900,000 คนยังไม่ได้เข้าเรียนหรือเข้าเรียนล่าช้า เด็กจำนวนมากไม่มีโอกาสเข้าเรียนในชั้นมัธยม คุณภาพการศึกษายังเป็นเรื่องน่ากังวล ว่าสอดคล้องกับความต้องการของเด็กในปัจจุบันหรือในอนาคตหรือไม่เพียงใด ปัญหาดังกล่าวยิ่งเห็นได้ชัดในเด็กชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นที่ห่างไกลและขาดแคลน ซึ่งอาจต้องเรียนสองภาษาเพื่อใด้รับประโยชน์สูงสุดจากการเรียน

เด็กอีกประมาณ 1 ล้านคนยังคงไม่มีใบจดทะเบียนเกิด ซึ่งทำให้การร้องขอสิทธิที่จะได้รับการศึกษา การดูแลสุขภาพ และความคุ้มครองตามกฎหมายเป็นไปได้ยากขึ้น ปัญหานี้พบในเด็กชนกลุ่มน้อย เด็กอพยพ และเด็กผู้ลี้ภัยมากที่สุด

ในประเทศไทย อายุต่ำที่สุดของผู้ที่ต้องรับโทษจากการกระทำผิดคือแค่ 10 ขวบเท่านั้น ซึ่งนับว่ายังห่างจากมาตรฐานสากล เนื่องจากยังไม่มีการพิจารณาว่าการคุมขังเด็กควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น สาเหตุดังกล่าวส่งผลให้เด็กจำนวนมากต้องอยู่ในสถานกักกันหรือที่คุมขัง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการทางยุติธรรมที่ละเอียดอ่อนกับเด็กที่ถูกคุมขัง และเด็กที่เป็นผู้เสียหายหรือพยาน กระบวนการทางยุติธรรมต้องปกป้องเอกลักษณ์และตัวตนของเด็ก เพื่อที่ว่าเหยื่อจะไม่ได้รับบาดเจ็บซ้ำสองจากกระบวนทางยุติธรรม

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าเป็นห่วง เช่น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การบริโภคเกลือไอโอดีนในครัวเรือน ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำมากในประเทศไทย สถานะสตรีที่ยังเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว โอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันในการจ้างงาน รายได้และการได้รับการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้รายงานความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาต่างๆ สู่เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ โดยระบุว่ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากในการคุ้มครองสิทธิเด็กทุกคน ซึ่งรวมถึงเด็กที่อาศัยตามชายแดน ในท้องถิ่นที่ห่างไกลและบรรดาเด็กชนเผ่า การเข้าถึงคนกลุ่มเหล่านี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาตามที่ได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ

 

 
ค้นหา

 Email this article

unite for children