เด็กๆ ในชายแดนใต้ประสบกับความเครียดและต่างร้องหาสันติสุขกรุงเทพ 11 ธันวาคม 2551 – ผลการศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดเผยวันนี้ว่าเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต้องประสบกับความวิตกกังวลและความเครียดเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเด็กๆ ต่างปรารถนาถึงวันที่พวกเขาจะได้อยู่อย่างสงบสุข รายงานการศึกษา วันเวลาแห่งความหวาดกลัว : การรับรู้ของเด็กต่อการดำเนินชีวิตในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย เปิดเผยผลการวิจัยที่ครอบคลุมเด็กไทยพุทธและไทยมุสลิมจำนวนเกือบ 2,400 คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงได้เริ่มขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2547 โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3,000 คนจากเหตุการณ์ความไม่สงบจนถึงปัจจุบัน “เราสนับสนุนให้มีการทำการศึกษาวิจัยฉบับนี้ขึ้น เพราะมีความห่วงใยในผลกระทบที่เด็กได้รับจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายโทโมโอะ โฮซูมิ ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยกล่าว “เราต้องการสร้างความตระหนักให้สังคมได้รับทราบสถานการณ์ของเด็กที่อยู่ภายใต้ความรุนแรงนี้ และต้องการให้เด็กๆ มีโอกาสที่จะบอกเล่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับพวกเขา เราต้องการให้สังคมรับฟังเด็กๆ และเคารพในสิทธิของพวกเขา” การศึกษาวิจัยนี้จัดทำขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2549 – พ.ศ. 2550 โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการเก็บข้อมูลจากเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ นอกจากนี้ยังเป็นฉบับแรกที่ให้โอกาสแก่เด็กๆ ที่อาศัยอยูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงและผลกระทบที่มีต่อชีวิตของพวกเขา ตั้งแต่ เดือนมกราคม 2547 จนถึงเดือนธันวาคม 2550 มีเด็กอย่างน้อย 30 คนเสียชีวิต และอีก 92 คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากการตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ความรุนแรงแล้ว เด็กหลายคนยังต้องเห็นเหตุการณ์การสังหารพ่อแม่ ญาติพี่น้องของตนเอง ครู หรือเพื่อนบ้านด้วยตัวเอง ตลอดจนพบเห็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือเหตุระเบิด หรือการเผาโรงเรียน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนหลายร้อยแห่งถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย ในปัจจุบันเด็กจำนวนมากต้องเดินทางไปโรงเรียนโดยมีเจ้าหน้าที่คุ้มกัน นอกจากนั้นเหตุการณ์ความไม่สงบยังส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเป็นระยะๆ ตั้งแต่หลายวันไปจนถึงหลายเดือน “ผลการศึกษาพบว่าเด็กๆต้องอยู่ความวิตกกังวลและความเครียดในแต่ละวัน” โฮซูมิกล่าว “บางคนกลัวที่จะไปโรงเรียนหรือออกไปเล่นนอกบ้านซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น และการคาดว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในชุมชน ความรุนแรงเช่นนี้เกิดในชีวิตประจำวันของเด็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นกับเด็กๆ เลย” อย่างไรก็ตาม โฮซูมิกล่าวว่า ผลการศึกษาในแง่บวก พบว่าไม่มีเด็กคนใดที่แสดงความคิดเห็นด้านลบต่อศาสนาอื่น หรือเห็นว่าศาสนาคือต้นเหตุของเหตุการณ์ความไม่สงบ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รายงานฉบับนี้คือสื่อแห่งความหวังของเด็กๆ” โฮซูมิกล่าว “เด็กต่างๆ สื่อถึงความต้องการที่จะเห็นสันติสุข และความหวังว่าความรุนแรงจะยุติลง และเพื่อนๆ สมาชิกครอบครัว และชุมชนจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข” เด็กหญิงอาซีลา ดอรอแต ตัวแทนเด็กวัย 14 ปี จากจังหวัดยะลาซึ่งสูญเสียพ่อและลุง 2 คนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นหนึ่งในเด็กที่เข้าร่วมการศึกษาวิจัยครั้งนี้ และเป็นตัวแทนเด็กในงานแถลงข่าวที่กรุงเทพในวันนี้ กล่าวว่า “หนูได้เรียนรู้ว่าหนูไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเจอกับความสูญเสีย และถ้าเราช่วยกันเป็นหูเป็นตา สันติสุขก็อาจเกิดขึ้นได้ในสักวันหนึ่ง สันติสุขเริ่มที่เด็กๆ อย่างเรา” โฮซูมิกล่าวว่าการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงว่าความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติในหมู่เด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันส่งเสริมความรู้สึกต้องการสันติภาพที่เด็กๆ มีอยู่นั้นให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในขณะที่พวกเขาเติบโตขึ้น เพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงในอนาคต “ความสงบสุขเป็นคำที่เด็กใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีกในระหว่างการทำการศึกษาวิจัย” โฮซูมิกล่าว “เป็นความรับผิดชอบของเราที่ผู้ใหญ่และผู้กำหนดนโยบายจะต้องช่วยกันให้เด็กๆ มีชีวิตอยู่ท่ามกลางสันติสุข เพื่อพวกเขาจะได้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ” รายงานฉบับเต็มสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.unicef.org/thailand เกี่ยวกับองค์การยูนิเซฟ องค์การยูนิเซฟได้ทำงานในประเทศไทยมาเป็นเวลา 60 ปีแล้ว โดยให้ความช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยให้สามารถมีชีวิตรอด เจริญเติบโตและพัฒนาได้ต่อไปนับตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยหนุ่มสาว องค์การยูนิเซฟปฎิบัติงานในกว่า 155 ประเทศและเขตปกครองต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ โภชนาการ การศึกษา ระบบน้ำและสุขาภิบาล การคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง การแสวงประโยชน์ และเอชไอวี/เอดส์ เงินทุนทั้งหมดของยูนิเซฟได้มาจากการบริจาคจากบุคคลทั่วไป ภาคธุรกิจ องค์กรต่างๆ และรัฐบาล ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
|