ยูนิเซฟวอนคนไทยบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่า
กรุงเทพฯ, 12 พฤษภาคม 2551 – องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ วอนคนไทยช่วยบริจาคเงินให้กับองค์การยูนิเซฟเพื่อช่วยสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่เด็กและครอบครัวที่ประสบภัยจากพายุไซโคลนนากิสในประเทศพม่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา องค์การยูนิเซฟได้ออกแถลงการณ์ในการขอระดมเงินบริจาคจำนวน 25.57 ล้านเหรียญสหรัฐจากผู้บริจาคทั่วโลกเพื่อใช้ในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากพายุไซโคลนนากิสสำหรับ 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สุดในพม่า อดีตนายกรัฐมนตรี และทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย นายอานันท์ ปันยารชุนกล่าวว่า “เมื่อตอนที่คลื่นสึนามิถล่มประเทศไทยในปี 2547 คนทั่วโลกได้ช่วยกันบริจาคเงินให้กับองค์การยูนิเซฟเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ประสบภัย ตอนนี้ถึงคราวที่คนไทยจะสนับสนุนองค์การยูนิเซฟในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในพม่าซึ่งกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 พฤษภาคม) องค์การยูนิเซฟได้ส่งสารทำให้น้ำสะอาดชนิดเม็ด (water purification tablets) จำนวน 3 ล้านเม็ดไปยังกรุงย่างกุ้งโดยเครื่องบินของการบินไทย สารทำให้น้ำสะอาดชนิดเม็ดที่ส่งไปนี้สามารถช่วยทำให้น้ำสะอาดได้ถึง 5 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของประชากร 200,000 คนต่อหนึ่งอาทิตย์ ท่ามกลางการคมนาคมที่ยากลำบาก ถนนหลายสายถูกปิดกั้นด้วยซากปรักหักพังและต้นไม้ การส่งสารทำให้น้ำสะอาดชนิดเม็ดถือเป็นวิธีที่เร็วและง่ายกว่าการขนส่งน้ำดื่มสะอาดจำนวนมาก
นับตั้งแต่เกิดเหตุภัยพิบัติ สำนักงานองค์การยูนิเซฟในพม่าได้จัดส่งข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเป็นไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ประสบภัยรวมมูลค่ากว่า 900,000 เหรียญสหรัฐโดยเครื่องบิน ซึ่งรวมถึง ชุดยารักษาโรคสำหรับครอบครัวซึ่งครอบคลุมประชากรจำนวน 155,000 คน ชุดยารักษาโรคสำหรับโรงพยาบาล เกลือแร่เพื่อรักษาอาการท้องร่วง วัสดุเพื่อสร้างที่พักชั่วคราว มุ้งกันยุง ชุดเครื่องใช้สำหรับครอบครัว (ซึ่งบรรจุด้วยอุปกรณ์ทำอาหาร อุปกรณ์ทำความสะอาด และขวดน้ำ) ในขณะเดียวกันองค์การยูนิเซฟในพม่าได้สั่งซื้อสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ อีกจำนวน 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น วัสดุเพื่อสร้างที่พักชั่วคราว ถังน้ำ ตลอดจนสบู่เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตามสิ่งของเหล่านี้ยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการและจำนวนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 1.6 - 2.5 ล้านคน องค์การยูนิเซฟได้แสดงความกังวลต่อเรื่องสุขอนามัยของเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดโรคและความหิวโหยเนื่องจากสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม และการขาดแคลนอาหารและที่อยู่อาศัย ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟในพม่า พบว่าในพื้นที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด เด็กร้อยละ 20 มีอาการท้องเสีย นอกจากนั้นยังมีรายงานการการติดไข้มาลาเรีย ซึ่งยูนิเซฟได้กำลังจัดส่งชุดอุปกรณ์สำหรับสุขอนามัยที่ดี และกำลังมีแผนที่จะสร้างสุขาเคลื่อนที่จำนวนมากในที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย สำนักงานของยูนิเซฟในพม่าได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2493 และขณะนี้มีเจ้าหน้าที่กว่า 140 คนที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ องค์การยูนิเซฟมีเครือข่ายที่เข้มแข็งกับรัฐบาล และองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งทำให้ยูนิเซฟสามารถเข้าถึงเด็กๆ นับหมื่นคนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความอยู่รอดและการพัฒนา สำหรับท่านใดที่ประสงค์จะบริจาคให้กับยูนิเซฟเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่า: โปรดโอนเงินเข้า บัญชีขององค์การยูนิเซฟ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน (สาขา ก.พ.) เลขที่บัญชี 201-3-01324-4 และส่งใบโอนเงินมาที่องค์การยูนิเซฟ เบอร์แฟกซ์ 02 356 9229 หรือ 02 281 6033 (โดยโปรดระบุว่าสำหรับเหตุการณ์ฉุกเเฉินในพม่า) หรือ สามารถบริจาคผ่านเว็บไซต์สำนักงานใหญ่ขององค์การยูนิเซฟ www.unicef.org หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ 02 356 9299 ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ กฤษฎา จิระธรรม์ องค์การยูนิเซฟ สำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โทร 02 356 9249 หรือ 089 699 3240 หรือ kjirathun@unicef.org
|