ผู้แทนเยาวชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเรียกร้องการพัฒนาด้านการศึกษาและหลักสูตรเพศศึกษาที่เหมาะสมกรุงเทพฯ 7 เมษายน 2548 - ผู้แทนเยาวชนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านคุณภาพและการเข้าถึงการศึกษา และหลักสูตรเพศศึกษาที่ไม่เหมาะสมไม่ตรงตามความต้องการของเด็กและเยาวชน ปัญหาทั้งสองเรื่องนี้หากได้รับการแก้ไขอย่างเข้าใจและเร่งด่วนจะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในภูมิภาคนับพันคนได้ การเรียกร้องครั้งนี้มาจากตัวแทนเด็กและเยาวชนกว่า 40 คนที่มีอายุระหว่าง 11-19 ปี จาก 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค (กัมพูชา จีน ฟิจิ อินโดนีเซีย คิริบาติ ลาว มาเลเซีย มองโกเลีย พม่า ปาปัวนิกีนี ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ หมู่เกาะโซโลมอน ไทย ติมอร์เลสเต้ ทองก้า ทูวาวู วาโนทู และเวียดนาม) ที่เข้าร่วมการประชุมอภิปรายเรื่องเด็กและเยาวชนที่จัดขึ้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคมที่ผ่านมา ณ นครเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ก่อนการประชุมหารือด้านเด็กระดับรัฐมนตรีของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค ครั้งที่ 7 คุณภาพที่ไม่เหมาะสม และค่าใช้จ่ายสูงเป็นปัญหาสำคัญในด้านการศึกษา “เยาวชนจำนวนมากในประเทศของผมต้องเลิกเรียนหลังจากจบระดับมัธยมศึกษา และหนึ่งในสาเหตุนั้นก็คือค่าใช้จ่ายของการศึกษาที่สูงเกินไป มหาวิทยาลัยของรัฐไม่มีที่เพียงพอในเด็กเรียน แต่ถ้าจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าใช้จ่ายก็แพงเกินไป นอกจากนี้ ผมก็ยังรู้สึกว่าคุณภาพของการศึกษาต่างกันมากในพื้นที่ในเมืองและชนบท” นายฟู ชิว ฮัว วัย 17 ปี ผู้แทนเยาวชนจากประเทศมาเลเซียกล่าว ผู้แทนเยาวชนอีกหลายคนเสนอให้นำหลักสูตรทักษะชีวิตเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติเพื่อสร้างและปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนสามารถตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยรู้จักรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจนั้นๆ อีกปัญหาหนึ่งที่ผู้แทนเยาวชนทุกคนเป็นห่วงคือ เรื่องความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิง “ในระหว่างทางไปโรงเรียน เด็กนักเรียนหญิงต้องเผชิญกับภัยอันตรายต่างๆ เช่น การถูกลวงละเมิด การถูกรังแก ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ต้องออกจากโรงเรียน” นางอนุพามา เรา สิงห์ ผู้อำนวยการภูมิภาค องค์การยูนิเซฟประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิคกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศในด้านโอกาสทางการศึกษาของเด็กหญิงและเด็กชายในภูมิภาค โดยเห็นได้จากตัวเลขการเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาของเด็กผู้หญิงที่ต่ำกว่าเด็กผู้ชาย นอกจากประเด็นด้านการศึกษา ปัญหาเรื่องหลักสูตรเพศศีกษาก็ได้รับการอภิปรายอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้แทนเยาวชน ทั้งนี้เนื่องจากแนวโน้มการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ที่สูงขึ้นในหมู่เยาวชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค ตามสถิติขององค์การยูนิเซฟมีเยาวชนและวัยรุ่นทั่วโลกติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประมาณ 6,000 คนต่อวัน เพราะฉะนั้น การสร้างความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาอย่างลึกซึ้งและรับผิดชอบในหมู่เยาวชนและวัยรุ่น จะช่วยทำให้แนวโน้มการติดเชื้อที่น่าเป็นห่วงในประชากรกลุ่มนี้ลดลง “เราสามารถรักษาชีวิตของเยาชนและวัยรุ่นจากเชื้อเอชไอวี/เอดส์ได้ หากมีการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม การให้ความรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง เพราะมันเป็นการเปลี่ยนความกดดันในหมู่เพื่อนให้เกิดผลในทางบวก และผลักดันให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง” นายธเนศ เรียงแหลม วัย 18 ปี ผู้แทนเยาวชนจากประเทศไทยกล่าว ประเด็นอื่นๆ อีก 3 ประเด็นที่คณะผู้แทนเด็กและเยาวชนกว่า 40 คนนีจัดอันดับความสำคัญและต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ปัญหาเรื่องการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชน และปัญหาเรื่องโอกาสการทำงานของเยาวชนและวัยรุ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิค การประชุมการอภิปรายเรื่องเด็กและเยาวชนสามารถดึงคำเสนอแนะและความคิดที่มีคุณค่าและสร้างสรรค์จากผู้แทนเยาวชนได้อย่างมากมาย และผู้แทนเยาวชนเองก็ต้องการให้รัฐบาลประเทศต่างๆ นำข้อเสนอแนะของพวกเขามาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน “ดิฉันหวังว่าความคิดต่างๆ ที่พวกเรานำเสนอไปจะไม่หยุดอยู่แค่ในรายงานเท่านั้น พวกเราหวังว่าข้อเสนอแนะต่างๆ ของเรานั้นจะได้รับการพิจารณา และนำไปสู่การประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีขึ้นให้เด็กทุกคนในภูมิภาค” นางสาวทิพย์สุดา ชาดี วัย 15 ปี ผู้สื่อข่าวรุ่นเยาว์จากประเทศไทยกล่าว “ภูมิภาคที่เหมาะสมสำหรับเด็กย่อมเหมาะสมสำหรับทุกคน พวกเราเป็นทั้งปัจจุบันและอนาคตของชาติ ดังนั้นเราขอเรียกร้องโอกาสในการมีส่วนร่วม และนำเสนอวิธีการสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น” เป็นคำขอสุดท้ายของผู้แทนเด็กและเยาวชนทุกคนหลังเสร็จสิ้นการประชุม หมายเหตุ การประชุมหารือด้านเด็กระดับรัฐมนตรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิคจัดขึ้นมาแล้ว 7 ครั้งทุกๆ 2 ปี นับตั้งแต่การประชุมโลกเพื่อเด็กที่จัดขึ้น ณ กรุงนิวยอร์คในปี ค.ศ. 1990 การประชุมหารือดังกล่าวเป็นการพบปะกันของผู้นำระดับสูงของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กโดยที่มติดังกล่าวจะได้รับการหล่อหลอมรวมเข้ากับแผนปฏิบัติการด้านเด็กในระดับประเทศ การประชุมหารือด้านเด็กระดับรัฐมนตรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิคครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่นครเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2548 โดยมีประเด็นปัญหาสำคัญๆ 3 ประเด็นคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาวัยรุ่นและปัญหาเรื่องการอยู่รอด การเติบโต และการพัฒนาของเด็ก การประชุมอภิปรายเรื่องเด็กและเยาวชนจัดขึ้นก่อนหน้าการประชุมหารือด้านเด็กระดับรัฐมนตรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค คือระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2548 ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อภิปรายในเวทีนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะผู้แทนจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ในระหว่างการประชุมหารือด้านเด็กในระดับรัฐมนตรี ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ มาร์ค โธมัส เจ้าหน้าที่ฝ่ายสารนิเทศ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โทรศัพท์ 02 356-9481
|