ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

ศูนย์ข่าวยูนิเซฟ

ต้องการลิงค์กับเว็บไซต์ยูนิเซฟ

ติดต่อเรา

 

สติปัญญาของเด็กในประเทศไทยถูกคุกคามโดยภาวะขาดไอโอดีน

กรุงเทพฯ 2 พฤษภาคม 2548 - สติปัญญาของเด็กจำนวนมากกว่าครึ่งในประเทศไทยอาจลดลง เนื่องจากไม่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ ตามรายงานความคืบหน้าเพื่อขจัดภาวะขาดไอโอดีนขององค์การยูนิเซฟ

รายงาน “การทบทวนความก้าวหน้าของประเทศไทยในการขจัดภาวะขาดไอโอดีนอย่างยั่งยืน” (A review of progress towards sustainable elimination of iodine deficiency in Thailand) ชี้ว่าเพียง 51% ของจำนวนครัวเรือนในประเทศไทยใช้เกลือที่ผสมไอโอดีนในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งการใช้เกลือผสมไอโอดีนเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าช่วยส่งเสริมการบริโภคไอโอดีนในปริมาณที่พอเพียงได้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนครัวเรือนที่ใช้เกลือผสมไอโอดีนเหลือแค่เพียง 35% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขในประเทศอื่น เมื่อเปรียบเทียบกับ 83% ในเวียดนาม และ 75% ในลาว

ไอโอดีนมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการทางสมอง โดยเฉพาะในช่วงตั้งภรรค์ และในช่วง 2-3 ขวบปีแรกของเด็ก  นักวิจัยพบว่าประชาชนในชุมชนที่บริโภคไอโอดีนต่ำกว่าระดับมาตรฐานมีระดับไอคิวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 13.5 จุด

ตามข้อมูล การตรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของสตรีมีครรภ์ในปี 2546 พบว่ามีระดับไอโอดีนเพียง 115 ไมโครกรัมต่อลิตร เมื่อเทียบกับปริมาณมาตรฐานซึ่งควรอยู่ในระดับที่สูงกว่า 150

“รัฐบาลจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมแห่งความรู้ได้ หากปราศจากการส่งเสริมให้เด็กได้รับไอโอดีนในระดับที่เพียงพอ ถ้าเราไม่ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคเกลือผสมไอโอดีน นั่นก็หมายถึงเด็กจำนวนนับล้านที่จะไม่ได้รับสิทธิในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่” นางอิเนส ซาลิทิส ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยกล่าว

การผสมไอโอดีนในเกลือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการส่งเสริมการบริโภคไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอ เพราะเกลือเป็นอาหารที่ประชาชนทุกคนบริโภคในระดับที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ และเป็นกระบวนการที่ง่ายและสามารถทำได้แม่แต่ในโรงงานเล็กๆ

ในปัจจุบัน ประเทศไทยไม่มีข้อบังคับทางกฏหมายที่ระบุว่าเกลือที่ประชาชนใช้บริโภคจะต้องผสมไอโอดีน รวมทั้งเกลือที่ให้สัตว์บริโภค และในการผลิตอาหาร ด้วยเหตุนี้เกลือที่มีจำหน่ายในท้องตลาดจึงมีทั้งชนิดที่ผสมและไม่ผสมไอโอดีน ผู้บริโภคจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อชนิดที่ถูกต้อง

ผู้ผลิตเกลือหลายรายยินดีที่จะผสมไอโอดีนในเกลือที่ผลิต โดยมีข้อแม้ว่าผู้ผลิตคู่แข่งจะต้องปฏิบัติเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน  “หากรัฐบาลออกกฏหมายให้ผู้ผลิตทุกรายผสมไอไอดีนลงในผลิตภัณฑ์เกลือ สตรีและเด็กในประเทศไทยจะได้รับการปกป้องจากภาวะขาดไอโอดีน” นางคาเรน คอดลิ่ง เจ้าหน้าที่ด้านโภชนาการประจำองค์การยูนิเซฟ สำนักงานประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้เขียนรายงานกล่าว

รายงาน “การทบทวนความก้าวหน้าของประเทศไทยในการขจัดภาวะขาดไอโอดีนอย่างยั่งยืน” (A review of progress towards sustainable elimination of iodine deficiency in Thailand) เป็นความร่วมมือกันระหว่างสภาที่ปรึกษาระหว่างประเทศเพื่อการควบคุมภาวะผิดปกติจากการขาดไอโอดีน (ICCIDD) องค์การยูนิเซฟ และองค์การอนามัยโลก ซึ่งเสนอผลการศึกษาของคณะผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติการประเมินสถานการณ์ในประเทศไทยในระหว่างวันที่ 18-28 เมษายน 2547

การประชุมปฏิบัติการในระดับภูมิภาคเรื่องการขจัดภาวะขาดไอโอดีนจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2548 ในกรุงเทพฯ ที่โรงแรมแลนมาร์ค โดยที่รปะชุมจะถกผลการศึกษาจากรายงานฉบับดังกล่าว พร้อมทั้งแนวทางและวิธีการที่ทุกประเทศในภูมิภาคนี้จะดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการบริโภคเกลือไอโอดีนซึ่งหมายถึงการลดภาวะขาดไอโอดีนได้สำเร็จ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

พรธิดา พัดทอง องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โทรศัพท์ 02 356-9484

 

 
ค้นหา

 Email this article

unite for children