ให้อำนาจสตรีในการช่วยเหลือเด็กความเท่าเทียมกันทางเพศ ก่อให้เกิด ‘ประโยชน์สองสถาน’ แก่ทั้งเด็กและสตรี, องค์การยูนิเซฟรายงาน นิวยอร์ก/เจนีวา 11 ธันวาคม 2549 - การกำจัดการกีดกันทางเพศและการให้อำนาจแก่สตรี จะก่อให้เกิดผลกระทบในทางบวกอย่างเต็มที่ต่อความอยู่รอดและความผาสุกของเด็ก ตามรายงานฉบับใหม่ขององค์การยูนิเซฟ ที่นำออกเผยแพร่เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความเท่าเทียมกันทางเพศ ก่อให้เกิด “ประโยชน์สองสถาน” แก่ทั้งเด็กและสตรี และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและพัฒนาการของครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ ตาม รายงานสภาวะเด็กโลก ประจำปีพุทธศักราช 2550 “ความเท่าเทียมกันทางเพศและความผาสุกของเด็กเป็นความเชื่อมโยงที่ไม่อาจแยกจากกันได้” ผู้อำนวยการบริหารขององค์การยูนิเซฟ แอนน์ เอ็ม. เวเนแมน กล่าว “เมื่อใดที่สตรีได้รับอำนาจในการดำเนินชีวิตของตนโดยสมบูรณ์และมีประโยชน์ เมื่อนั้น บรรดาเด็กและครอบครัวก็ย่อมจะมีความเจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย” จากรายงานดังกล่าว อิทธิพลของสตรีที่มีต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญๆ ช่วยปรับปรุงชีวิตของสตรีให้ดีขึ้น และก่อให้เกิดผลในทางบวกต่อความผาสุกและพัฒนาการของเด็ก แม้จะมีความก้าวหน้าของสถานภาพสตรีเมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ชีวิตของเด็กผู้หญิงและสตรีนับล้านๆ คน ถูกบดบังจากการกีดกัน การไร้ซึ่งอำนาจ และความขัดสน เด็กผู้หญิงและสตรีต้องติดเชื้อเอชไอวีและป่วยด้วยโรคเอดส์โดยไม่สมเหตุสมผล และในหลายกรณีที่สตรีหาเงินเลี้ยงชีพได้น้อยกว่าผู้ชายในงานเท่ากัน สตรีจำนวนนับล้านๆ คนทั่วโลกต้องถูกกระทำทารุณทั้งทางกายและทางเพศ โดยแทบไม่ได้รับความยุติธรรม เด็กผู้หญิงน่าจะได้เข้าเรียนกันน้อยเนื่องมาจากการกีดกัน เกือบหนึ่งในห้าของเด็กผู้หญิงที่สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนประถมในประเทศกำลังพัฒนาเรียนระดับประถมศึกษาไม่จบ รายงานยังกล่าวด้วยว่า ระดับการศึกษาในหมู่สตรี มีความเกี่ยวพันกับผลของความอยู่รอดและการพัฒนาที่ดีขึ้นของเด็ก “ถ้าเราใส่ใจกับสุขภาพและความผาสุกของเด็กในปัจจุบันและในอนาคตจริง เราจะต้องทำงานกันเสียแต่บัดนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเด็กผู้หญิงและสตรีจะมีโอกาสที่เท่าเทียมในการได้รับการศึกษา ในการมีส่วนร่วมในรัฐบาล ในการเลี้ยงดูตนเองตามภาวะเศรษฐกิจได้ และการได้รับความคุ้มครองให้พ้นจากการกระทำทารุณและการกีดกัน” เวเนแมนกล่าว เส้นทางสู่ความเท่าเทียมกันทางเพศ รายงานสภาวะเด็กโลก ประจำปีพุทธศักราช 2550 นำเสนอการแทรกแซงสำคัญ 7 ประการ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศ ดังนี้ • การศึกษา การกระทำสำคัญ ที่รวมถึงการยกเลิกค่าเล่าเรียนและสนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชนลงทุนเพื่อการศึกษาของเด็กผู้หญิง • จัดหางบประมาณ มีการสนับสนุนเพียงเล็กน้อยต่อทรัพยากรที่จำเป็นต้องจัดหา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความเท่าเทียมกันทางเพศและการให้อำนาจแก่สตรี การลงทุนเพื่อกำจัดการกีดกันทางเพศจะต้องรวมเข้าไว้ในงบประมาณและแผนงานของรัฐ • การออกกฎหมาย: การออกกฎหมายระดับชาติเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินและสิทธิในการรับมรดก ควรให้แน่ใจได้ว่ามีสาระครอบคลุมสตรีในระดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับมาตรการในการป้องกันและตอบโต้ต่อความขัดแย้งที่เกิดจากการกระทำทารุณในครอบครัวและการกระทำทารุณที่มีเรื่องเพศเป็นพื้นฐาน • โควตา/ส่วนที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย: โควตา/ส่วนที่กำหนดนั้นเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลจริงในการทำให้แน่ใจในการมีส่วนร่วมของสตรีในทางการเมือง ในจำนวน 20 ประเทศที่มีสตรีอยู่ในรัฐสภามากที่สุด มี 17 ประเทศที่ใช้รูปแบบระบบโควต้า/ส่วนที่กำหนดนี้ • สตรีให้อำนาจแก่สตรี : ความเคลื่อนไหวของสตรีในระดับรากเหง้าได้กลายเป็นผู้ชนะเลิศที่มีสิทธิมีเสียงเพื่อความเท่าเทียมและการให้อำนาจ และควรจะเกี่ยวข้องในระดับต้นๆ ของการก่อให้เกิดนโยบาย เพื่อที่ว่า โครงการต่างๆ จะได้รับการกำหนดโดยคำนึงถึงความต้องการของสตรีและเด็ก • ประสานกับผู้ชายและเด็กผู้ชาย: ให้ความรู้แก่ผู้ชายและเด็กผู้ชาย เช่นเดียวกับสตรีและเด็กผู้หญิง ในเรื่องประโยชน์นานาประการของความเท่าเทียมกันทางเพศ และการร่วมกันตัดสินใจจะช่วยบำรุงรักษาความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันมากขึ้น • การวิจัยและข้อมูลที่ดีขึ้น: ข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ดีขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการเสียชึวิตของแม่ขณะตั้งครรภ์ การกระทำทารุณสตรี การศึกษา การจ้างงาน ค่าจ้างการทำงานและใช้เวลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง และการมีส่วนร่วมทางการเมือง การตัดสินใจภายในบ้านที่ถูกปิดกั้น รายงานยังพบว่า สตรีไม่อาจแสดงความเห็นโดยเท่าเทียมในการตัดสินใจภายในบ้านที่สำคัญๆอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจทำให้มีผลในทางลบต่อเด็กตามมาได้ ใน 10 ประเทศจากประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมด 30 ประเทศ ที่ทำการสำรวจ สตรีร้อยละ 50 หรือมากกว่านั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจภายในบ้านทั้งหมด รวมทั้งสตรีกลุ่มที่ดูแลเรื่องการใช้จ่ายหลักๆ ในบ้าน ดูแลสุขภาพของตนเอง หรือการไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูง หรือญาตินอกบ้าน รายงานยังระบุด้วยว่า ความสามารถของสตรีในการควบคุมชีวิตของตนเองและการตัดสินใจ ที่มีผลต่อครอบครัวนั้น มีความเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับภาวะโภชนาการในเด็ก สุขภาพอนามัย การศึกษา ในครอบครัวที่สตรีเป็นผู้ตัดสินใจหลักแล้ว สัดส่วนของทรัพยากรที่จะอุทิศเพื่อเด็กนั้น มีมากกว่าในกรณีที่ผู้หญิงมีบทบาทในการตัดสินใจน้อยกว่าเป็นอย่างมาก จากการศึกษาโดยสถาบันวิจัยนโยบายอาหารนานาชาติพบว่า หากผู้ชายและผู้หญิงมีอิทธิพลเท่าเทียมกันในการตัดสินใจ การเกิดภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ของเด็กที่อายุน้อยกว่าสามขวบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะลดลงได้มากถึงร้อยละ 13 เป็นผลให้มีเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการลดลง 13.4 ล้านคนในภูมิภาค ในภูมิภาคซับซาฮารัน แอฟริกา เด็กอีกจำนวน 1.7 ล้านคน จะได้รับอาหารเพียงพอมากขึ้น ช่องว่างระหว่างเพศด้านรายได้ ในขณะที่รายได้ในมือของสตรีก่อให้เกิดประโยชน์แก่เด็ก ช่องว่างระหว่างเพศในเรื่องเงินรายได้ สามารถทำให้ลดหรือจำกัดทรัพยากรที่มีอยู่ลง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิเด็กด้านต่างๆ เช่น ด้านการดูแลสุขภาพอนามัย โภชนาการ/การได้รับสารอาหารที่เพียงพอ รวมทั้งการศึกษา ประมาณการที่ยึดความต่างกันของค่าจ้างและการมีส่วนร่วมในแรงงาน แสดงให้เห็นว่ารายได้ที่สตรีหาได้โดยประมาณนั้นจะตกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ชายในประเทศที่ทำการสำรวจในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ประมาณร้อยละ 40 ในลาตินอเมริกา และเอเชียใต้ ร้อยละ 50 ในซับซาฮารัน แอฟริกา และประมาณร้อยละ 60 ในประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก กลุ่มเครือรัฐเอกราชเอเชียตะวันออก และประเทศอุตสาหกรรมต่างๆ รายงานข่าวกล่าว ขอบเขตทางการเมือง การมีส่วนร่วมในระบบการเมืองมากขึ้นของสตรี อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ดีต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก ประจักษ์พยานที่มีมากขึ้นในประเทศอุตสาหกรรมและประเทศกำลังพัฒนา ดูเหมือนจะบ่งบอกว่า ผู้หญิงในองค์กร/หน่วยงานด้านกฎหมายนั้นเป็นผู้รณรงค์ที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก กระนั้นก็ตามนับถึงเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 2549 มีผู้หญิงในรัฐสภาทั่วโลก น้อยกว่าร้อยละ 17 เพื่อต้อนรับรายงานฉบับนี้ แอนเดอร์ส บี. จอห์นสสัน เลขาธิการ ของสหภาพระหว่างรัฐสภา กล่าวว่า “มีความเกี่ยวโยงที่ชัดเจนระหว่างการนำเสนอทางการเมืองของสตรีและความผาสุกของเด็ก รายงานสภาวะเด็กโลก ซึ่งเป็นที่อ้างอิงทั่วโลกในประเด็นปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับเด็กและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับเราทุกคน แสดงจุดยืนนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง” ผลประโยชน์ของความเท่าเทียมกันทางเพศมีมากกว่าผลกระทบต่อเด็กโดยตรง รายงานสภาวะเด็กโลก แสดงให้เห็นถึงวิธีการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและการให้อำนาจสตรี – เป้าหมายเพื่อการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ฉบับที่ 3 – จะขับเคลื่อนเป้าหมายต่างๆ เหล่านี้ได้ทั้งหมด นับจากการลดความยากจนและความหิวโหย ไปจนถึงการช่วยชีวิตเด็กๆ ปรับปรุงสุขภาพของสตรีมีครรภ์ รับประกันการศึกษาทั่วประเทศ การต่อสู้กับเชื้อเอชไอวี/เอดส์ มาเลเรีย และโรคอื่นๆ และให้แน่ใจในความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมด้วย เกี่ยวกับองค์การยูนิเซฟ นานนับ 60 ปี ที่องค์การยูนิเซฟได้เป็นผู้นำของโลกในเรื่องเกี่ยวกับเด็ก โดยปฏิบัติงานทั่วไปในกว่า 150 ประเทศและเขตปกครองต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กให้มีชีวิตรอดและดำรงอยู่ได้ นับจากวัยเด็กไปจนถึงวัยหนุ่มสาว เป็นผู้จัดหาวัคซีนรายใหญ่ที่สุดในโลกให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา องค์การยูนิเซฟส่งเสริมสุขภาพอนามัยและ โภชนาการเด็ก น้ำดื่มและการสุขาภิบาลที่ดี การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพสำหรับเด็กชายหญิงทุกคน และการคุ้มครองเด็กจากการกระทำทารุณ การแสวงหาประโยชน์ และโรคเอดส์ องค์การยูนิเซฟ ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากการสนับสนุนโดยความสมัครใจของบุคคล หน่วยงาน/องค์กรภาคธุรกิจ มูลนิธิ และหน่วยงาน/องค์กรภาครัฐทั้งสิ้น ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ มาร์ค โธมัส เจ้าหน้าที่ฝ่ายสารนิเทศ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โทรศัพท์ 02 356-9481 อุปกรณ์สำหรับสื่อ รวมถึงรายงานฉบับสมบูรณ์เป็นไฟล์ pdf สามารถหาได้ที่ www.unicef.org/sowc07/press/ ชุดมัลติมีเดีย ประกอบด้วย: รายละเอียดอื่นๆ มีอยู่ในเว็บไซต์ www.unicef.org
|