ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

World Water Day: ประชากรยากจน 768 ล้านคนยังขาดน้ำสะอาด

ทุกๆวัน มีเด็กที่มีอายุต่ำกว่าห้าปีจำนวน 1,400 คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลนน้ำสะอาด ความสะอาด และสุขอนามัย

นิวยอร์ก 21 มีนาคม 2557 – เนื่องในวันน้ำโลก (World Water Day) ยูนิเซฟระบุว่ากว่า 3 ใน 4 ของประชากรหนึ่งพันล้านคนยังคงขาดน้ำดื่ม ทั้งๆ ที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติประกาศให้น้ำเป็นสิทธิมนุษยชน และทั่วโลกก็ได้บรรลุเป้าหมายสากลอันเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ด้านน้ำดื่มสะอาดไปแล้ว

จากการประมาณการณ์ในรายงานของยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลกปี 2556 พบว่า ประชากรโลก 768 ล้านคนไม่มีน้ำดื่มสะอาดบริโภค ทำให้เด็กจำนวนมากป่วยและเสียชีวิตลงทุกปี ประชากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลในชนบทหรือชุมชนแออัด

ยูนิเซฟประเมินว่า ในแต่ละวันมีเด็กที่มีอายุต่ำกว่าห้าขวบจำนวน 1,400 คนเสียชีวิตจากโรคท้องร่วง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดแคลนน้ำสะอาด และสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม

“เด็กทุกคน ไม่ว่าจะรวยหรือจน มีสิทธิในการอยู่รอด การมีสุขภาพที่ดีและมีอนาคตที่สดใส” นายสัญชัย วิเจษกิรา ผู้บริหารโครงการน้ำและสุขอนามัยของยูนิเซฟกล่าว “ประชาคมโลกไม่ควรอยู่เฉยจนกว่าคนทุกคนทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กสามารถเข้าถึงน้ำดื่มและสุขอนามัยซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเขา”

เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษเพื่อน้ำดื่มสะอาดได้บรรลุวัตถุประสงค์ไปในปี 2553 เมื่อประชากรโลกจำนวนร้อยละ 89 สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดที่ได้รับการปรับปรุง เช่น ท่อประปา การใช้ที่กักเก็บน้ำร่วมกับการขุดเจาะน้ำ และการใช้บ่อน้ำ นอกจากนี้ ในปี 2553 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ให้การรับรองน้ำดื่มสะอาดและความสะอาดในฐานะสิทธิมนุษยชน นั่นหมายความว่า ทุกคนควรเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและสุขอนามัยพื้นฐานได้ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มประชากรยากจนที่สุดในโลกกลับไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานดังกล่าว

“สิ่งที่น่าประหลาดใจ และน่าตกใจ คือการที่ยังมีประชากรยากจนจำนวนหลายล้านคนในประเทศรายได้ปานกลางไม่มีน้ำดื่มสะอาดไว้บริโภค” นายวิเจษกิรากล่าว “เราต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มคนชายขอบซึ่งมักถูกทอดทิ้ง นั่นคือ ประชากรที่เข้าถึงได้ยาก คนยากจน และผู้ด้อยโอกาส”

จากการประมาณการณ์ของยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลก 2 ใน 3 ของประชากรโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดอาศัยอยู่ใน 10 ประเทศ ได้แก่ จีน (108 ล้านคน) อินเดีย (99 ล้านคน) ไนจีเรีย (63 ล้านคน) เอธิโอเปีย (43 ล้านคน) อินโดนีเซีย (39 ล้านคน) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (37 ล้านคน) บังกลาเทศ (26 ล้านคน) สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย (22 ล้านคน) เคนยา (16 ล้านคน) และปากีสถาน (16 ล้านคน)

ยูนิเซฟรายงานว่า ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการขาดน้ำสะอาด ในขณะที่งานกักเก็บน้ำดื่มส่วนใหญ่ หรือ ประมาณร้อยละ 71 ตกเป็นหน้าที่ของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

โครงการ UNICEF WASH ที่เกิดขึ้นในกว่า 100 ประเทศ ตลอดจนข้อริเริ่มต่างๆเช่น การขุดเจาะที่มีประสิทธิภาพ และการวางแผนการใช้น้ำอย่างปลอดภัยในระดับชุมชน ทำให้ครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้รับน้ำสะอาด ยูนิเซฟขุดหลุมเจาะน้ำบาดาลในปากีสถาน ทำให้สามารถแจกจ่ายน้ำสะอาดให้แก่ผู้คนกว่า 100,000 คนตั้งแต่ปี 2555 โครงการ “WASH in Schools” ที่ยูนิเซฟให้การสนับสนุนนั้น ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนหลายล้านคนทั่วโลกมีน้ำสะอาดและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยไว้ใช้

ในสัปดาห์นี้ ยูนิเซฟได้รณรงค์ผ่านสังคมออนไลน์ทั่วโลกเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้คนกว่า 768 ล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ผู้ใช้เฟสบุค ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมจะอภิปรายในหัวข้อ น้ำมีความหมายต่อพวกเขาอย่างไร ผ่านการใช้รูปภาพและ Hashtag# เพื่อสร้างจิตสำนึกในการตระหนักว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรหากไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในโครงการ โปรดติดตามยูนิเซฟทางทวิตเตอร์ (@UNICEF and @UNICEFwater) เฟสบุค (http://www.facebook.com/unicef) และอินสตาแกรม (http://instagram.com/UNICEF)

###

ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

Rita Ann Wallace ยูนิเซฟนิวยอร์ก โทร: 1 212-326-7586 โทรศัพท์เคลื่อนที่: 1 917-213-4034, rwallace@unicef.org

 

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children