ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

สี่เดือนภายหลังพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน: มีความคืบหน้าในการช่วยเหลือเด็กแต่หนทางยังอีกยาวไกล

มะนิลา 7 มีนาคม 2557 – สี่เดือนหลังจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยียนพัดถล่มตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 ยูนิเซฟระบุว่าการฟื้นฟูได้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยศูนย์สาธารณสุขเปิดทำการ การให้บริการน้ำประปาชุมชนได้เริ่มต้นขึ้น และเด็กๆสามารถกลับไปเรียนที่โรงเรียนชั่วคราวได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เด็กๆยังคงต้องการการฟื้นฟูอีกมาก ความเสียหายยังเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงความต้องการในการฟื้นฟูชีวิตและชุมชนที่ถูกพายุทำลายไป

“ไต้ฝุ่นได้พัดถล่มชุมชนที่ยากจนที่สุดของประเทศ ซึ่งเด็กกว่าร้อยละ 40 อาศัยในครอบครัวที่มีฐานะยากจนก่อนประสบภัยพิบัติ” นายอับดุล อลิม ผู้แทนยูนิเซฟ ประเทศฟิลิปปินส์กล่าว “เด็กจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากภัยพิบัติ พวกเขาคือศูนย์กลางของการทำงานของเรา”

“ขณะนี้เราอยู่บนหนทางอันยาวไกลในการฟื้นฟูเต็มรูปแบบ” อลิมกล่าว

รายงานซึ่งได้รับการเผยแพร่สี่เดือนภายหลังพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ชี้ให้เห็นถึงการทำงานของยูนิเซฟและภาคีในการให้ความช่วยเหลือผู้คนกว่า 930,000 ชีวิตในการเข้าถึงน้ำสะอาด และส่งมอบสิ่งของเพื่อสุขภาพอนามัยแก่เด็กกว่า 231,000 คนตามโรงเรียนและสถานที่สำหรับเด็ก เด็กจำนวน 83,200 คนได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด เด็กจำนวน 55,300 คนได้รับวิตามินเอเสริม ขณะที่เด็กอีกกว่า 97,000 คนได้รับการคัดกรองภาวะทุพโภชนาการ

ยูนิเซฟยังได้ให้ความช่วยเหลือในการสร้างสิ่งแวดล้อมเชิงป้องกันสำหรับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยให้ความช่วยเหลือด้านจิตวิทยาแก่เด็กจำนวน 17,000 คนเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังประสบภัยพิบัติ อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการถูกทำร้ายและการใช้ความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม จากรายงานพบว่า มีความเป็นไปได้ที่หนทางในการฟื้นฟูดังกล่าวจะทอดอีกยาวไกล อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าชุมชนจะฟื้นตัวได้จากผลกระทบของภัยพิบัติ เด็กยังจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ความไม่ต่อเนื่องหรือการไม่ได้รับการศึกษา ความรุนแรง การถูกทำร้าย การล่วงละเมิด และภาวะทุพโภชนาการในสตรีและเด็ก

ยูนิเซฟและภาคีให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการฟื้นฟูบริการต่างๆที่จำเป็น ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาภัยพิบัติมุ่งเน้นเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุด และพื้นที่ในเขตชนบทที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดกว่า 40 พื้นที่ ยูนิเซฟทำงานร่วมกับภาคีภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชนในพื้นที่ ในการให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว

“เราขอบคุณความช่วยเหลือมหาศาลจากทั่วโลกที่ได้ส่งมาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น ความช่วยเหลือดังกล่าวส่งผลให้การฟื้นฟูมีความคืบหน้า และช่วยชีวิตเด็กๆจำนวนมาก” นายอลิมกล่าว “การฟื้นฟูมีความคืบหน้าอย่างมากในระยะเวลาสี่เดือน เนื่องจากแรงใจและความทุ่มเททำงานหนักของชาวฟิลิปปินส์ และความช่วยเหลือจากทั่วโลก”

“เราตระหนักจากประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า การฟื้นฟูความแข็งแกร่งด้านจิตใจและชีวิตของเด็กต้องใช้เวลานานและความพยายามอย่างสูง ยูนิเซฟจะปักหลักอยู่ที่นี่ เพื่อเคียงข้างและช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติตลอดระยะเวลาของกระบวนการฟื้นฟู” เขากล่าว

ยูนิเซฟได้พัฒนาการเฝ้าระวังด้านมนุษยธรรมต่อกรณีไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน และระบบข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวังการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแบบบูรณาการ (HPMIS) ระบบดังกล่าวสนับสนุนข้อมูลการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ติดตามการให้ความช่วยเหลือผ่านภาคี ตรวจสอบผลการดำเนินงานของภาคี และประเมินความเหมาะสม คุณภาพ และความพึงพอใจต่อประโยชน์ที่ได้รับ

นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 ได้มีการสำรวจความคิดเห็นต่อการให้บริการด้านมนุษยธรรม เช่น น้ำสะอาดและสุขอนามัย การศึกษา สุขภาพ การคุ้มครองเด็กและการป้องกันภาวะทุพโภชนาการ การสำรวจดังกล่าวจัดขึ้นในชุมชนและศูนย์อพยพที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 7,200 ครัวเรือน ส่วนการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมต่อการทำงานของยูนิเซฟใน 40 เขตเทศบาลขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงาน

ปัจจุบัน ยูนิเซฟให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลายด้าน ดังนี้

น้ำสะอาด การรักษาความสะอาดและสุขอนามัย
ยูนิเซฟช่วยให้ผู้คนกว่า 930,000 คนมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภคอีกครั้ง ผ่านการจ่ายน้ำสะสม นอกจากนี้ ผู้คนกว่า 76,000 คนได้กลับมามีสุขอนามัยที่ดีอีกครั้ง ยูนิเซฟและภาคียังร่วมกันให้ความช่วยเหลือด้านสุขอนามัยแก่เด็กๆกว่า 231,000 คนในโรงเรียนต่างๆเพื่อป้องกันเชื้อโรค โดยเฉพาะท้องร่วง

การศึกษา
ยูนิเซฟและภาคีแจกจ่ายอุปกรณ์ทางการศึกษาแก่เด็กจำนวน 430,000 คนในพื้นที่ประสบภัย เด็กๆเกือบ 153,000 คนได้รับกระเป๋าและอุปกรณ์ทางการศึกษา เด็กจำนวน 132,000 คนใช้บริการ “พื้นที่ชั่วคราวเพื่อการเรียนรู้” ที่ยูนิเซฟให้การสนับสนุนจำนวน 1,320 แห่ง ซึ่งมีชุดอุปกรณ์ทางการศึกษา และอุปกรณ์สำหรับการพัฒนาและการเล่นของเด็กก่อนวัยเรียนให้บริการ

สุขภาพ
เด็กกว่า 83,200 คนที่มีอายุต่ำกว่าห้าปีได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด และเด็กกว่า 82,100 คนได้รับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ความช่วยเหลือดังกล่าวมุ่งเน้นเด็กในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด ประกอบด้วยศูนย์อพยพ และชุมชนที่ได้รับการยืนยันหรือเข้าข่ายเฝ้าระวังโรคหัด การให้ความช่วยเหลือของยูนิเซฟยังมุ่งเน้นหลักความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ ประกอบด้วยหลักการที่ให้ศูนย์สุขภาพจำนวน 50 แห่งมีตู้เย็นพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้สามารถทำงานต่อได้หากไฟฟ้าดับ

การปกป้องคุ้มครองเด็ก
เด็กกว่า 17,000 คนได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์เยาวชนจำนวน 89 แห่งในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับการสนับสนุนโดยยูนิเซฟและภาคี เด็กในศูนย์เหล่านี้มีโอกาสทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การละเล่น การพักผ่อนหย่อนใจ และการเรียนรู้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็ก คุณครูจะได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้การศึกษาเด็กๆในสิ่งแวดล้อมที่จำลองมาจากห้องเรียน นักสังคมสงเคราะห์และผู้ดูแลเด็กกว่า 350 คนล้วนได้รับการฝึกอบรมเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก และปกป้องเด็กจากความรุนแรง การประทุษร้าย การล่วงละเมิดและการค้ามนุษย์

โภชนาการ
นอกจากการให้ภูมิคุ้มกันโรคหัดแล้ว ยูนิเซฟยังได้สนับสนุนวิตามินเอเสริมแก่เด็กจำนวน 55,300 คน ยูนิเซฟได้คัดกรองภาวะทุพโภชนาการในเด็กกว่า 97,000 คน และตั้งศูนย์เพื่อแม่และเด็กจำนวน 52  แห่งเพื่อให้บริการหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรจำนวน 10,799 คน ศูนย์เหล่านี้ตั้งขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาด้านการให้นมแม่และการให้อาหารเสริม นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังแจกจ่ายอาหารเฉพาะโรคแก่เด็กจำนวน 6,000 คนที่ตกอยู่ในภาวะทุพโภชนาการในฐานะมาตรการรับมือ

ข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ
ซาฟริน ชาวดูรี่ หัวหน้าแผนกสารนิเทศ องค์การยูนิเซฟ ฟิลิปปินส์ โทร: +632 901 01 77,  +63 917 867 8366, zchowdhury@unicef.org

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children