ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

รายงาน 1 เดือน

งานส่วนหนึ่งของยูนิเซฟตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน

สุขภาพ
มีเด็กมากกว่า 10,000 คนที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอและหัด และเด็กมากกว่า 9,000 คนได้รับวิตามิน A ผ่านโครงการให้วัคซีนครั้งใหญ่ที่จัดโดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การสนับสนุนจากยูนิเซฟ องค์การอนามัยโลก และพันธมิตรอื่นๆ ขณะนี้ การให้วัคซีนกำลังเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งมีเป้าหมายให้ครอบคลุมเด็กที่เหลือที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ตามคำขอร้องจากรัฐบาล ยูนิเซฟได้ซื้อวัคซีนมูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยเพิ่มวัคซีนในสต๊อกของประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งถูกนำมาใช้ในโครงการการให้วัคซีนครั้งนี้ ยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลกได้ช่วยกันสร้างระบบลูกโซ่ความเย็นให้กลับมาใช้งานได้ หลังจากที่เสียหายจากพายุไต้ฝุ่น สิ่งนี้สำคัญมากในการเก็บวัคซีนให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

โภชนาการ
ยูนิเซฟและพันธมิตรได้จัดการคัดกรองภาวะทุพโภชนาการในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวน 21,000 คนใน 3 ภูมิภาค และพบว่า มีเด็ก 172 คนที่อยู่ในภาวะทุพโภชนาการอย่างรุนแรง และเด็กอีก 531 คนที่อยู่ในภาวะทุพโภชนาการระดับกลาง เด็กๆ เหล่านี้ถูกส่งตัวให้ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังจัดตั้งเต็นท์สำหรับแม่และทารกจำนวน 11 เต็นท์ใน 2 ภูมิภาค และจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนแม่ 9 กลุ่มนอกจากนี้ ยูนิเซฟยังให้คำปรึกษาและช่วยเหลือแก่สตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตรประมาณ 1,000 คนอีกด้วย

น้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย
หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่พายุไห่เยี่ยนถล่มฟิลิปปินส์ ยูนิเซฟได้ร่วมมือกับรัฐบาลและพันธมิตรในการซ่อมบำรุงระบบน้ำสำหรับประชากรอย่างน้อย 200,000 คนในทาโคลบันโดยการจัดหาเครื่องปั่นไฟและอะไหล่สำหรับระบบบำบัดน้ำ นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังได้ให้อุปกรณ์ทำน้ำสะอาด อุปกรณ์บำบัดน้ำเสีย ถังเก็บน้ำ และแท็งค์น้ำสำหรับใช้ในบ้านให้กับประชากรราว 360,000 คนในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกันนี้ ยูนิเซฟยังให้ส้วมซึมและส้วมเคลื่อนที่สำหรับประชากร 25,000 คน ในขณะที่พันธมิตรของยูนิเซฟได้แจกจ่ายชุดสุขอนามัยสำหรับครอบครัวให้แก่ประชากรรวม 100,000 คนในทาโคลบัน

การศึกษา
ด้วยการทำงานร่วมกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ องค์กร Save the Children และพันธมิตรอื่นๆ ทำให้โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นได้มีการเริ่มเปิดในวันที่ 2 ธันวาคม 2556 เด็กอายุอย่างน้อย 6 ปีเกือบ 8,000 คนได้กลับไปเรียนหนังสือที่ศูนย์การเรียนรู้ชั่วคราวซึ่งยูนิเซฟได้ให้การสนับสนุน และได้ใช้อุปกรณ์จาก “โรงเรียนในกล่อง” ที่ยูนิเซฟแจกจ่ายให้ (ซึ่งประกอบด้วยเครื่องเขียน อุปกรณ์การอ่าน การนับเลข) และอุปกรณ์สันทนาการ เช่น ลูกบอล ลูกแฮนด์บอล เน็ตวอลเล่ย์บอล ฟริสบี้ และเชือกกระโดด เพื่อให้เด็กๆ สามารถเล่นได้ด้วยตนเองหรือเล่นเป็นกลุ่ม จนถึงปัจจุบัน ยูนิเซฟได้จัดตั้งเต็นท์ที่ใช้เป็นห้องเรียนกว่า 30 เต็นท์ รวมถึงการแจกจ่ายโรงเรียนในกล่องเกือบ 200 กล่อง ในเมืองซามาตะวันออกและเมืองเลย์เต้ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับการพัฒนาเด็กปฐมวัยกว่า 100 ชุดและอุปกรณ์สันทนาการเกือบ 120 ชุด ยูนิเซฟยังได้ส่งเต็นท์ห้องเรียน 51 เต็นท์ โรงเรียนในกล่อง 110 ชุด และอุปกรณ์สันทนาการ 76 ชุดจากเมืองเซบูไปยังโรแซส เลย์เต้ ซามาตะวันออก ได้มีการปฐมนิเทศครูเป็นเวลา 2 วันก่อนการเปิดเรียน และได้มีการจัดพื้นที่การเรียนรู้ชั่วคราวสำหรับเด็ก โดยสามารถให้บริการเด็กได้ครั้งละ 100 คนและให้บริการได้วันละ 3 ช่วงเวลา  ฝ่ายสุขอนามัยของยูนิเซฟยังได้วางแผนร่วมกับฝ่ายการศึกษาในการส่งเสริมให้โรงเรียนมีน้ำสะอาดใช้ มีห้องน้ำสะอาดสำหรับเด็ก มีที่ล้างมือ และมีการสอนด้านสุขอนามัยอีกด้วย

การปกป้องคุ้มครองเด็ก
ยูนิเซฟได้สนับสนุนรัฐบาลในการจัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กกว่า 5 แห่งซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทำให้เด็กสามารถเล่นและได้รับบริการทางด้านจิตใจ สุขภาพ การศึกษา และความรู้ ยูนิเซฟ รัฐบาลและพันธมิตรยังเฝ้าระวังศูนย์การเดินทาง เช่น ฐานทัพอากาศวิลล่ามัวร์ ออร์มอค และเซบูพอร์ท่า และอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการคุ้มครองเด็กและตำรวจหญิง 100 คนในเลย์เต้และทาโคลบันเรื่องการระบุตัวเด็ก การรวบรวมหลักฐาน การติดตาม และการช่วยให้เด็กที่พลัดหลงได้กลับไปพบกับครอบครัวผ่านการใช้แอพลิเคชั่นทางมือถือและระบบฐานข้อมูล ระบบนี้ช่วยรวมรวม แยก และแชร์ข้อมูลที่เที่ยงตรงเกี่ยวกับเด็กที่ถูกแยกจากครอบครัว ทำให้พวกเขาได้รับการจดทะเบียนเพื่อให้ได้รับการดูแลและได้กลับคืนสู่ครอบครัวอีกครั้ง ที่ผ่านมา ได้มีการบันทึกกรณีเด็กที่พลัดหลงจากผู้ดูแลแล้วหลายคนในเมืองทาโคลบัน และทีมงานกำลังทำงานด้านนี้ในซามาตะวันออกซึ่งมีกรณีเด็กที่พลัดหลงจากครอบครัวหลายกรณี

บุคลากร
จนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2556 มีเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟทั้งสิ้น 90 คนที่ถูกส่งไปฟิลิปปินส์ ซึ่งรวมถึงผู้ประสานงานด้านสุขอนามัย ด้านการคุ้มครองเด็ก ด้านโภชนาการ ด้านการศึกษา รวมถึงด้านการจัดการข้อมูลข่าวสาร ในจำนวนนี้ เจ้าหน้าที่กว่า 80 คนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเมืองทาโคลบัน กุยหยวน เซบู และโรแซส

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children