ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

วันผู้ลี้ภัยโลก

"จำนวนผู้พลัดถิ่นมีมากจนน่าตกใจ คนจำนวนมากต้องทุกข์ทรมานจากสภาวะลำบากยากแค้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการที่ประชาคมระหว่างประเทศกำลังประสบปัญหาในการป้องกันความขัดแย้งและหาทางแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที" นายอันโตนิโอ กูเตเรส ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และประธานคณะกรรมการบริหาร ยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าว

นิวยอร์ค, วันที่ 19 มิถุนายน 2556 - เด็กกว่าเจ็ดล้านคนกลายเป็นผู้ลี้ภัย นอกจากนี้ รายงานฉบับใหม่ของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่าประชากรทั่วโลกที่ต้องถูกบังคับให้อพยพพลัดถิ่นนั้นมีจำนวนมากที่สุดในรอบ 18 ปี รายงานดังกล่าว Global Trends 2012 ได้เผยแพร่ในวันผู้ลี้ภัยโลก

"เราต้องการคลินิก"

เมื่อสิ้นปี 2555 ที่ผ่านมานี้ ประชากรกว่า 45.2 ล้านคนจำต้องอพยพออกจากถิ่นฐานของตน ในจำนวนนี้มีผู้ลี้ภัย 15.4 ล้านคน ผู้แสวงหาที่พักพิงจำนวน 937,000 คน และคนพลัดถิ่นในประเทศจำนวน 28.8 ล้านคน

เด็กผู้ลี้ภัยมีชีวิตและความเป็นอยู่อย่างลำบากยากแค้นและ ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อจิตใจ เด็ก ๆ ไม่ได้รับความปลอดภัยเช่นเมื่ออยู่ที่บ้าน ที่โรงเรียน อีกทั้งไม่ได้รับความสงบสุขสันติ บ่อยครั้งที่เด็กเหล่านี้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงและเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิด มีสภาพความเป็นอยู่อย่างยากแค้นสาหัส อนาคตของพวกเขาเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้นมีมากเกินกว่าจะประเมินค่าได้

สงครามเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เด็กต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย อัฟกานิสถาน โซมาเลีย อิรัก สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย และซูดานเป็นประเทศที่ทำให้ประชากรกลายเป็นผู้ลี้ภัยมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ลี้ภัยทั้งหมด

ฮานา เด็กน้อยวัย 10 ปีเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยเหล่านี้ เด็กน้อยต้องอาศัยอยู่ในบริเวณที่พักที่จัดขึ้นชั่วคราวในหุบเขาเบกาของเลบานอน สภาพความเป็นอยู่ลำบาก เด็กหลายคนไม่มีแม้กระทั่งรองเท้า

"เราต้องการคลินิกไว้คอยรักษาคนป่วย" ฮานากล่าว "เราต้องการโรงเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคือโรงเรียน"

"ไม่มีไฟฟ้าใช้"

ปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอัฟกานิสถานทำให้ประชากรต้องอพยพจากถิ่นฐานของตนมานานถึง 32 ปี รองลงมาคือโซมาเลีย ตามด้วยอิรักและสาธารณรัฐอาหรับซีเรีย

ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจำนวน 28.8 ล้านคนในปี 2555ถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบสองทศวรรษ ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐอาหรับซีเรีย

"บางทีเขาก็ตัดน้ำ บางทีก็ไม่มีไฟฟ้าใช้เลย" อิซรา มาซรี วัย 12 ปีกล่าว อิซราอาศัยอยู่ในค่ายบับ อัล ซาลามาซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนซีเรียและตุรกี

จำนวนเด็กที่ไม่มีผู้ดูแลหรือเด็กที่ต้องพลัดจากพ่อแม่นั้นมีมากเป็นประวัติการณ์ ยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่าผู้แสวงหาที่พักพิงจำนวน 21,300 คนในปี 2555 นั้นเป็นเด็ก

"ชีวิตที่นี่ลำบากมาก"

ยูนิเซฟร่วมมือกับยูเอ็นเอชซีอาร์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น ทั้งสององค์กรร่วมกันให้บริการน้ำและการบริการด้านสุขอนามัย การศึกษา การคุ้มครองเด็กและโภชนาการ

นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังให้เงินทุนสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เด็กมีโอกาสได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เช่นการถ่ายภาพ

"ฉันอยากให้คนอื่นได้เห็นรูปที่ฉันถ่าย เป็นรูปบรรยากาศในค่าย ชีวิตที่นี่ลำบากมาก" อัมจา เบลินี ผู้ลี้ภัยวัย 18 ปีในค่ายผู้ลี้ภัยซาอัตตารี จอร์แดนกล่าว

ประชากรประมาณร้อยละ 8 ของจอร์แดนเป็นผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย การที่ภาระการรับผู้ลี้ภัยต้องตกอยู่กับประเทศที่กำลังพัฒนาทำให้ยูนิเซฟต้องร่วมมือกับชุมชนที่เป็นผู้รับผู้ลี้ภัยเพื่อให้ชุมชนเหล่านี้มีทรัพยากรเพียงพอในการรับผู้ลี้ภัย

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children