ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

การใช้แรงงานเด็กฉกฉวยโอกาสด้านสุขภาพ การศึกษา และการเติบโตของเด็กๆ นับล้าน

นิวยอร์ค วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ 2556 – เนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก องค์การยูนิเซฟเรียกร้องทั่วโลกให้ความสนใจกับเด็กๆนับล้านที่ถูกใช้แรงงานในงานที่อันตรายหรือถูกแสวงประโยชน์ ซึ่งมักทำให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสด้านสุขภาพและการศึกษา อีกทั้งการพัฒนาและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก

จากข้อมูลขององค์กรระบุว่า มีเด็กนับล้านคนต้องทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว  แต่การใช้แรงงานเด็กกลายเป็นประเด็นปัญหาหากเด็กที่ถูกใช้แรงงานมีอายุน้อยเกินไปและเป็นวัยที่ควรอยู่ในโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีเด็กอีกมากมายที่ทำงานที่ไม่เหมาะสมกับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และรูปแบบการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด คือ การที่เด็กต้องทำงานในสภาพที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย การพัฒนาการของเด็กถูกคุกคาม และเด็กถูกแสวงประโยชน์

ซูซาน บิสเซลล์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็กของยูนิเซฟทั่วโลก กล่าวว่า “เราทราบดีว่าเด็กจำนวนมากต้องทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กๆถูกบังคับให้ต้องใช้แรงงานในรูปแบบที่ต้องเผชิญกับอันตรายมาก ทำให้ต้องขาดเรียน ตกอยู่ในความเสี่ยงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กต้องถูกบั่นทอนลง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการบังคับใช้แรงงานเด็กตั้งแต่แรก ”
 
องค์การยูนิเซฟ ประมาณการณ์ว่ามีเด็กประมาณ 150 ล้านคน ช่วงอายุระหว่าง 5-14 ปี หรือ เกือบ 1 ใน 6 ของเด็กในกลุ่มอายุดังกล่าว ที่ถูกใช้แรงงาน จากข้อมูลประมาณการณ์ล่าสุดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ มีเด็ก 7.4 ล้านคนในกลุ่มอายุเดียวกันนี้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานให้เป็นเด็กรับใช้ในบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิง

กลุ่มผู้ที่ทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ถูกแสวงประโยชน์และทำร้ายมากที่สุดด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ การถูกเลือกปฎิบัติ  การไม่ได้รับการคุ้มครองด้วยกฎหมายแรงงาน การถูกแยกให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวและลักษณะการทำงานในที่ที่คนอื่นมักไม่เห็น แต่กลุ่มเด็กที่ทำงานเหล่านี้ยิ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากกว่า เนื่องจากความเยาว์วัย  การขาดความตระหนักเรื่องสิทธิต่างๆ การถูกแยกจากครอบครัว และต้องพึ่งพาอาศัยนายจ้าง ถึงแม้ว่า แรงงานเด็กที่ทำงานบ้านไม่ได้ถูกทำร้ายหรือแสวงประโยชน์ทุกคน  แต่เด็กกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานและการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งทำให้เด็กกลุ่มที่ทำงานบ้านเป็นประเภทของแรงงานเด็กที่มีอยู่แพร่หลายและมีอัตราความเสี่ยงต่อการถูกแสวงประโยชน์มากที่สุดในโลกประเภทหนึ่ง

ในบางประเทศ การทำงานเพื่อยุติปัญหาการใช้แรงงานเด็กอย่างสร้างสรรค์ บังเกิดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด เช่น ในรัฐกุจราช ประเทศอินเดีย องค์การยูนิเซฟทำงานร่วมกับมูลนิธิอิเกียเพื่อจัดตั้งเครือข่ายเด็กหญิงวัยรุ่น หรือ Adolescent Girls Networks (AGN) ซึ่งจัดฝึกอบรมเรื่องปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กให้กับวัยรุ่น  รวมถึงเรื่องการใช้แรงงานเด็กและการแต่งงานก่อนวัยอันควร  เครือข่ายAGN จัดตั้งขึ้นในหมู่บ้าน 3,450 แห่งในรัฐกุจราช โดยมีสมาชิก 35,000 คนทำงานเรียกร้องสิทธิเด็กของกลุ่มผู้ใช้แรงงานเด็ก กลุ่มสมาชิกระบุหากลุ่มเด็กที่ถูกใช้แรงงาน เช่นในไร่ฝ้าย และพยายามชักจูงให้พ่อแม่ของเด็กส่งเด็กกลับเข้าโรงเรียน เครือข่าย AGN ระบุว่ามีเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสืออยู่ 61,827 คน ปัจจุบันมีเด็กประมาณ 20,000 คนที่กลับเข้าโรงเรียนแล้ว

องค์การยูนิเซฟกล่าวว่า การทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพท์ในระยะยาวจะต้องดำเนินการในระดับรัฐบาล ยูนิเซฟสนับสนุน อนุสัญญา 189 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยแรงงานที่ทำงานบ้าน ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มสตรีและแรงงานเด็กหญิงที่ทำงานบ้าน และขอแสดงความยินดีกับประเทศอุรุกวัย ฟิลิปปินส์และเมอริเชียส ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศแรกที่ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญานี้  ขณะที่ประเทศอื่นๆ อีก 20 ประเทศเริ่มการอภิปรายระดับชาติเกี่ยวกับประเด็นแรงงานทำงานบ้านและอยู่ในกระบวนการรับเอาอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศไปใช้

องค์การยูนิเซฟช่วยเหลือประเทศต่างๆพัฒนาและดำเนินงานโปรแกรมเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กภายใต้กรอบการทำงานด้านกฎหมายและนโยบาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของรัฐบาล สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเชิงบวกและท้าทายบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการใช้แรงงานเด็ก

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children