ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ประชากร 2.4 พันล้านคนทั่วโลกยังไม่มีสุขอนามัยที่ดีพอภายในปี 2558

เจนีวา/นิวยอร์ก 13 พฤษภาคม 2013 – รายงานขององค์การอนามัยโลกที่เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ ได้ระบุว่า ประชากรประมาณ 2.4 พันล้านคนหรือหนึ่งส่วนสามของประชากรโลกทั้งหมดจะยังคงไม่สามารถเข้าถึงสุขอนามัยที่ดีขึ้นได้ภายในปี ค.ศ. 2015

รายงานดังกล่าวซึ่ง มีชื่อว่า รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสุขอนามัยและน้ำดื่ม ปี 2013 เตือนว่าในระดับความก้าวหน้าของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษปี 2015 (Millennium Development Goals) ในการลดจำนวนประชากรที่ปราศจากสุขอนามัยที่ดีให้ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดในปี 1990 จะพลาดไปร้อยละ 8 ซึ่งหมายถึงประชากร 500 ล้านคนนั่นเอง

ขณะที่องค์การยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลกประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าเป้าหมายด้านน้ำดื่มของ MDG ประสบความสำเร็จแล้ว และดีกว่าในปี 2010  อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องการปรับปรุงด้านสุขอนามัยเพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้นำไปสู่การเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้มีเกิดความเปลี่ยนแปลงให้เร็วขึ้น

“มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำให้แน่ใจว่าเราดำเนินการที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว – ไม่ว่าจะจากภาคการเมือง เงินทุน ความเป็นผู้นำ – เพื่อที่โลกของเราจะได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและบรรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษเกี่ยวกับสุขอนามัยในที่สุด” ดร. มาเรีย ไนรา ผู้อำนวยการแผนกสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมขององค์การอนามัยโลกกล่าว “โลกจะสามารถหมุนกลับและเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนเป็นล้านๆ ที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐานได้ ผลลัพธ์ที่ได้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่ง และยังจะช่วยขจัดความยากจนและทำให้ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย”
 
รายงานดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคำร้องขออย่างเร่งด่วนของ แจน เอเลียสัน รองเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ที่ขอให้ประชาคมโลกร่วมมือกันกำจัดการขับถ่ายของเสียในที่สาธารณะภายในปี 2025 ขณะนี้มีเวลาเพียงไม่ถึงสามปีที่จะครบกำหนดเส้นตายของแผน MDG องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟจึงเรียกร้องให้ทุกคนร่วมกันผลักดันให้บรรลุเป้าหมายทางสุขอนามัยสุดท้ายให้ได้

"นี่เป็นเหตุการณ์เร่งด่วนที่น่าหวาดหวั่นไม่น้อยไปกว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงหรือการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ" สัญชัย วิเจเซเครา ผู้อำนวยการโครงการเกี่ยวกับน้ำ สุขอนามัยและสุขลักษณะ ขององค์การยูนิเซฟกล่าว “ทุกๆ วันจะมีเด็กหลายร้อยคนต้องล้มตาย ทุกๆ วันจะมีพ่อแม่หลายพันคนโศกเศร้าถึงลูกๆ เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นรายวันแบบนี้ให้ได้” 

สิ่งสำคัญที่ค้นพบจากการเก็บข้อมูลล่าสุดในปี 2011 คือ:
■ เกือบสองในสาม (ร้อยละ 64) ของประชากรในโลกมีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทางสุขอนามัยที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยมีจำนวนประชากรดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1.9 พันล้านคนนับตั้งแต่ปี 1990
■ ประชากรประมาณ 2.5 พันล้านคนไม่มีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทางสุขอนามัย ในจำนวนนี้ ประชากร 761 ล้านคนต้องใช้อุปกรณ์สุขอนามัยร่วมกัน และอีก 693 ล้านคนใช้อุปกรณ์สุขอนามัยที่ไม่ได้มาตรฐานขั้นพื้นฐานสากล
■ ในปี 2011 ประชากร 1 พันล้านคนยังคงขับถ่ายของเสียในสถานที่สาธารณะ ร้อยละ 90 เกิดในชนบท
■ เมื่อถึงปลายปี 2011 ประชากรโลกร้อยละ 89 ได้ใช้แหล่งน้ำดื่มซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น และร้อยละ 55 มีท่อน้ำใช้ในบริเวณบ้าน จึงเหลือประชากรประมาณ 768 ล้านคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำดื่มสะอาด โดยในจำนวนนี้มี 185 ล้านคนยังต้องพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
■ ยังคงมีความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลกับประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ชาวเมืองนับเป็น 3 ใน 4 ของประชากรที่มีท่อน้ำใช้ในบ้าน ชุมชนในชนบทนับเป็นร้อยละ 83 ของประชากรโลกทั้งหมดซึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำดื่มที่สะอาด และร้อยละ 71 ของประชากรเหล่านี้อาศัยอยู่อย่างปราศจากสุขอนามัยที่ดี องค์กรทั้งสองต่างกล่าวว่าการพัฒนาด้านสุขอนามัยให้รวดเร็วขึ้นนั้นสามารถทำได้ รายงานดังกล่าวสรุปให้เห็นว่าวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแหล่งน้ำ สุขอนามัยและสุขลักษณะ (WASH) เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเหล่านักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน และประชาสังคมโลกในโลกหลังปี 2015 ซึ่ง:

■ ไม่ควรมีใครขับถ่ายของเสียในที่สาธารณะอีก
■ ทุกคนควรมีน้ำสะอาดถูกสุขอนามัยและสุขลักษณะใช้ที่บ้าน
■ โรงเรียนทุกโรงเรียนและศูนย์บริการสาธารณสุขควรมีแหล่งน้ำที่ถูกสุขอนามัยและถูกสุขลักษณะ
■ แหล่งน้ำ ความถูกสุขอนามัยและสุขลักษณะควรมีอยู่อย่างยั่งยืน
■ จะต้องกำจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดให้หมดไป

ท่านสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
http://www.unicef.org/media/media_69081.html
http://www.wssinfo.org
http://www.who.int/phe/en/

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
ริต้า แอน วอลเลซ เจ้าหน้าที่สื่อสาร องค์การยูนิเซฟนิวยอร์ก
โทร: + 1 212 326 7586 / มือถือ: + 917 213 4034 rwallace@unicef.org
นาดา โอสเซรัน เจ้าหน้าที่สื่อสาร องค์การอนามัยโลก เจนีวา
โทร: + 4122 791 4475 / มือถือ: + 4179 445 1624 osseirann@who.int

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children