ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ยังมีเด็ก ”ไร้ตัวตน” จำนวนมากในเอเชียแปซิฟิก

องค์การแพลนและยูนิเซฟร้องขอให้รัฐบาลประกันให้เด็กทุกคนได้รับการจดทะเบียนเกิด

กรุงเทพ 11 ธันวาคม 2555 – เจ้าหน้าที่รัฐจาก 48 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกจะเดินทางมาประชุมกันในสัปดาห์นี้ที่กรุงเทพ เพื่อหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการจดทะเบียนราษฎร์เพื่อให้การเกิด การตาย การรับเด็กอุปถัมภ์ การแต่งงานและการหย่าทุกรายได้รับการจดบันทึกในทะเบียน

ระบบทะเบียนราษฎร์ที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมจะช่วยให้รัฐบาลวางแผนและจัดสรรงบประมาณสำหรับบริการสาธารณะที่สำคัญ รวมทั้งบริการอื่นๆ ที่ประกันสิทธิทางเศรษฐกิจ ทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชนของประชากรทุกคน

ในทุกๆ ปี มีเด็ก 51 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่ได้จดทะเบียนแรกเกิด ทำให้เด็กเหล่านี้ถูกละเลย ขาดซึ่งสถานะทางกฎหมายและถูกปฏิเสธโอกาสในการเข้าถึงบริการที่สำคัญ

“แพลนเชื่อว่าการจดทะเบียนเกิดให้เด็กทุกคนเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้และสามารถทำให้เป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ” มาร์ค เพียร์ซ ผู้อำนวยการองค์การแพลนภูมิภาคเอเชีย กล่าว “นั่นคือเหตุผลที่เรายังคงทำงานร่วมกับพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก รัฐบาล องค์กรเอกชนและหน่วยงานต่างๆ ในองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้เด็กทุกคนมีตัวตน ด้วยการรณรงค์สร้างความตระหนัก การสนับสนุนผลักดันการปฏิรูประบบราชการ การสร้างศักยภาพและการสนับสนุนทางวิชาการ”

นอกเหนือจากประเทศจีน อัตราการจดทะเบียนเกิดในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ร้อยละ 44 เท่านั้น โดยเด็ก 2 ใน 3 คนในภูมิภาคเอเชียใต้ไม่ได้รับการจดทะเบียนชื่อตน ชื่อบิดามารดา วันหรือสถานที่เกิดอย่างเป็นทางการ

การขาดสูติบัตรอาจส่งผลต่อการไร้สถานะของเด็กและอาจทำให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการศึกษา สาธารณสุขและทางสังคม นอกจากนั้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นเป็นในภูมิภาคที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดังนั้นการจดทะเบียนเกิดยังเป็นพื้นฐานสำหรับการสืบหาเด็กที่ถูกพลัดพรากจากครอบครัวและเด็กที่ไม่มีผู้ติดตามในกรณีที่เกิดภาวะภัยพิบัติฉุกเฉินอีกด้วย

สูติบัตรยังช่วยคุ้มครองเด็กจากการถูกบังคับแต่งงานก่อนวัยอันควร แรงงานเด็ก การเกณฑ์ทหารก่อนวัยอันควร หรือการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดทางอาญา

“เด็กที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนเกิดมักเป็นเด็กที่ยากจนที่สุดในภูมิภาค” แดน ทูล ผู้อำนวยการยูนิเซฟ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าว “เด็กที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนเกิดส่วนใหญ่มาจากชนบท เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ หรือเป็นคนต่างด้าว เด็กเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารและการเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ปี มากกว่าเด็กที่ได้รับการจดทะเบียนแรกเกิด”

อุปสรรคต่อการจดทะเบียนเกิดได้แก่ การขาดโอกาสเข้าถึงบริการจดทะเบียนเกิด การขาดความตระหนัก ระบบราชการที่สลับซับซ้อน และอุปสรรคทางชาติพันธุ์และสังคม สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องขจัดให้หมดสิ้น เพื่อประกันว่าเด็กแรกเกิดทุกคนและเด็กที่ยังไม่ได้จดทะเบียนได้รับการจดทะเบียนเกิด

ระบบทะเบียนราษฎร์ที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว และควรที่จะเป็นระบบบังคับ เป็นสากล ต่อเนื่องและถาวร ความลับเฉพาะของข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติจะต้องได้รับการปกป้อง

บังคลาเทศ เป็นตัวอย่างหนึ่งของประเทศที่มีความก้าวหน้าในการปรับปรุงการจดทะเบียนเกิดเด็ก ความพยายามของภาครัฐ องค์การสหประชาชาติและภาคีอื่นๆ ในประเทศได้ช่วยทำให้อัตราการจดทะเบียนเกิดพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 40 ในปี 2551 จากร้อยละ 7 ในปี 2539

“วิธีหนึ่งที่จะประกันให้มีการจดทะเบียนเกิดเด็กโดยเฉพาะเด็กที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลอย่างรวดเร็วและแม่นยำคือการจดทะเบียนออนไลน์” เพียร์ซ กล่าว “โดยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน เพราะลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดเวลาการดำเนินการทางเอกสารและอุปสรรคปัญหาทางระบบราชการที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน"

“ทุกประเทศจำเป็นต้องรู้สถิติที่สำคัญของประชากรของประเทศ ลักษณะและทิศทางการพัฒนาในการเกิด การตายและตัวชี้วัดหลักอื่นๆ เช่นการแต่งงาน การหย่าและการเจริญพันธุ์” ทูลจากยูนิเซฟ กล่าว “แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูลดังกล่าว แต่ค่าเสียหายที่จะเกิดกับเด็กที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนเกิดนั้นมากมายมหาศาลกว่ามาก”

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children