ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ยูนิเซฟ มองอนาคตศตวรรษหน้าในวันเด็กสากล

กรุงนิวยอร์ก 20 พฤศจิกายน 2555 – ในวันเด็กสากลปีนี้ ยูนิเซฟได้เปิดตัวงานวิจัยฉบับล่าสุดที่ชูประเด็นคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางประชากรในระดับโลกที่อาจกลายมาเป็นประเด็นท้าทายที่สำคัญของผู้วางนโยบายและแผน

รายงานวิจัยฉบับนี้ชี้ว่า ภายในปี พ.ศ. 2593 เด็กหนึ่งสามที่เกิดมาจะเป็นเด็กแอฟริกัน เช่นเดียวกันกับเด็กหนึ่งในสามคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งที่ในศตวรรษก่อนหน้านี้การเกิดของเด็กในภูมิภาคแอฟริกาใต้ซาฮาร่านั้นมีอัตราเพียงร้อยละ 10 ของการเกิดของเด็กทั่วโลก

งานวิจัยนี้ซึ่งมีชื่อว่า รุ่น พ.ศ. 2593 ความสำคัญของความเข้าใจทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางประขากรเพื่อเด็กในศตวรรษที่ 21 (Generation 2025 and beyond: The critical importance of understanding demographic trends for children of the 21st century) ชี้ว่า ในขณะเดียวกันอัตราการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีก็ยังคงกระจุกตัวขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปในภูมิภาคแอฟริกาใต้ซาฮาร่าในกลุ่มประชากรที่ยากจนและด้อยโอกาสของประเทศในภูมิภาคที่มีรายได้ต่ำและพัฒนาน้อยกว่าเพื่อน

“ประเด็นที่สำคัญก็คือโลกจะคำนึงถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้มากน้อยแค่ไหนหลังปี พ.ศ. 2558” เดวิด แอนโทนี่ ผู้เขียนวิจัยร่วมจากยูนิเซฟ กล่าว “เราจะต้องทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการอยู่รอดและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ”

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ประชากรโลกมีจำนวน 7 พันล้านคน และคาดว่าจะสูงขึ้นถึง 8 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2568 งานวิจัยนี้ชี้ว่าจำนวนประชากรที่จะเพิ่มขึ้นพันล้านคนจะยังคงเป็นเด็กในปี พ.ศ. 2568 และร้อยละ 90 ของจำนวนนี้จะเกิดในภูมิภาคที่ด้อยพัฒนา

ถึงแม้ว่างานวิจัยนี้จะคาดอัตราการเพิ่มตัวทางประชากรเด็กอยู่เพียงร้อยละ 4 ในปี พ.ศ. 2568 แต่การเพิ่มตัวนี้มีทิศทางที่หันเหไปยังภูมิภาคที่มีระดับการพัฒนาต่ำอย่างชัดเจน

ตามการคาดการณ์นี้  การเกิดของเด็ก 455 ล้านคนของการเกิดทั้งสิ้น 2 พันล้านรายจะเกิดใน 49 ประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดของโลกในระหว่างปี พ.ศ. 2553-2568 เด็กจำนวน 859 ล้านคนจะเกิดในประเทศรายได้ปานกลางที่มีประชากรหนาแน่น 5 ประเทศได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ปากีสถานและไนจีเรีย

ประเทศรายได้สูงเพียงประเทศเดียวในโลกที่คาดว่าจะมีสัดส่วนประชากรเด็กเพิ่มสูงขึ้นในปี พ.ศ. 2568 คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดอยู่ใน 5 ประเทศที่จะมีการเกิดสูงที่สุดในรอบ 15 ปีข้างหน้า

ถึงแม้ว่าจีนและอินเดียจะยังคงครองตำแหน่งประเทศที่มีสัดส่วนประชากรส่วนใหญ่ของโลกอยู่ต่อไป ในแง่จำนวนสุทธิ ประเทศไนจีเรียจะมีการเพิ่มตัวของประชากรอายุต่ำกว่า 18 ปีสูงที่สุด นั่นคือถึง 31 พันล้านคน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 ในระหว่างปี 2553-2568 ในขณะเดียวกัน 1 ใน 18 ของอัตราการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีก็ยังคงเกิดที่ไนจีเรียต่อไป

งานวิจัยฉบับนี้ชี้ว่านัยยะทางนโยบายของทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางประชากรเด็กและอัตราการตายเด็กสำหรับประเทศที่ยากจนที่สุดและมีประชากรหนาแน่นที่สุดจะเป็นประเด็นที่สำคัญ สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุด จำเป็นต้องคำนึงถึงมาตรการตอบสนองความจำเป็นของเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการศึกษาและสาธารณสุข

งานวิจัยนี้ซึ่งอาศัยสถิติจากแผนกประชากรขององค์การสหประชาชาติเป็นพื้นฐาน ชี้ว่าการเพิ่มตัวของประชากรสูงวัยที่เกิดขึ้นในระดับโลกจะเพิ่มแรงกดดันในการจัดสรรทรัพยากรที่อาจมีผลทำให้เด็กได้รับความสำคัญน้อยลง

“เด็กไม่มีสิทธิเลือกตั้ง เสียงของพวกเขาจึงไม่ได้รับการคำนึงถึงเมื่อรัฐบาลตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุน” ดานเซน ยู ผู้เขียนร่วมจากยูนิเซฟ กล่าว “ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องเด็กเพื่อให้สิทธิของพวกเขาได้รับการเคารพ”

ข้อเสนอแนะของงานวิจัยฉบับนี้ได้แก่ การตั้งเป้าหมายการลงทุนในบริเวณที่จะมีเด็กเกิดเพิ่มขึ้น การเน้นกลุ่มประชากรที่ถูกละเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศรายได้ปานกลางที่มีประชากรหนาแน่น การเข้าถึงครัวเรือนที่ยากจนและห่างไกลที่สุด และการตอบรับกับปัญหาการพึ่งพิงของประชากรสูงวัย

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children