ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ยูนิเซฟตั้งเป้ายุติการแต่งงานก่อนวัยอันควรในวันเด็กหญิงสากล

วันเด็กหญิงสากล
© UNICEF/NYHQ1995-0154/Shankar
เจ้าสาวเด็กกำลังร่วมพิธีเฉลิมฉลองก่อนเข้าพิธีแต่งงานในประเทศอินเดีย

นิวยอร์ค วันที่ 11 ตุลาคม 2555 – ในวันเด็กหญิงสากล ยูนิเซฟและพันธมิตรตั้งเป้าหมายที่จะร่วมกันดำเนินการเพื่อยุติการแต่งงานก่อนวัยอันควรของเด็กอันถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กหญิงในทุก ๆ ด้าน

"วันเด็กหญิงสากลเป็นวันที่ทำให้เราตระหนักถึงความจำเป็นในการพิจารณาว่าสิทธิของเด็กหญิงเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา" นางอันจู มัลฮอตราและหน่วยงานของยูนิเซฟที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเพศและสิทธิกล่าว "องค์การสหประชาชาติและพันธมิตรกำลังร่วมมือกันเพื่อให้การดำเนินการมีความคืบหน้าและเพื่อทราบถึงปัญหาที่ยังคงมีอยู่"

ทั่วโลกมีการจัดกิจกรรมและการดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้หัวข้อแนวคิด "ชีวิตของเรา สิทธิของเรา ยุติการแต่งงานก่อนวัยอันควร" หรือ ‘My Life, My Right, End Child Marriage’ ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนหันมาสนใจประเด็นปัญหาที่สำคัญนี้ ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ค อาร์ชบิชอบ เดสมอนด์ ตูตู ร่วมกับยูนิเซฟ ยูเอ็นเอฟพีเอและองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women จะจัดให้มีการเสวนาเพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานสำหรับรัฐบาล องค์กรภาคประชาสังคม หน่วยงานต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติและภาคเอกชนในการร่วมกันลดอัตราการแต่งงานก่อนวัยอันควรในเด็ก ที่ประเทศมาลาวี มีการอภิปรายในรัฐสภาโดยให้ประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นหัวข้ออภิปรายหลัก ส่วนประเทศอูกันดานั้น เยาวชนใช้เทคโนโลยีเอสเอ็มเอส หรือการส่งข้อความสั้นเพื่ออภิปรายประเด็นปัญหา 

ยูนิเซฟ ร่วมกับพันธมิตรได้แก่หน่วยงานรัฐบาล องค์กรภาคประชาสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติ กองทุนและโครงการต่าง ๆ ในการดำเนินการเพื่อยุติการแต่งงานก่อนวัยอันควรในเด็กทั่วโลก ในปี 2554 สำนักงานยูนิเซฟในประเทศต่าง ๆ 34 ประเทศได้รายงานว่าได้พยายามยุติปัญหาการแต่งงานก่อนวัยอันควรโดยอาศัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนการใช้มาตรการด้านการแก้ไขกฎหมาย

ประเทศอินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่มีเด็กหญิงจำนวนมากคิดเป็นอันดับหนึ่งของโลกที่ต้องแต่งงานก่อนอายุครบ 18 ปี อย่างไรก็ตามอัตราการแต่งงานในเด็กได้ลดลงทั่วประเทศและเกือบจะทุกรัฐในอินเดีย โดยลดลงจากเดิมร้อยละ 54 ในระหว่างปีพ.ศ. 2535 ถึงปีพ.ศ. 2536 เหลือร้อยละ 43 ในระหว่างปีพ.ศ. 2550 ถึงปีพ.ศ. 2552 อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ยังเกิดขึ้นค่อนข้างช้า

ยูนิเซฟสนับสนุนให้มีการออกกฎหมายห้ามการแต่งงานในเด็กในปีพ.ศ. 2549 และยังได้สนับสนุนการพัฒนาและการบังคับใช้ยุทธศาสตร์ระดับประเทศเกี่ยวกับการห้ามการแต่งงานในเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดโครงการและแนวนโยบายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งที่ต้นเหตุและผลที่เกิดขึ้นจากการแต่งงานก่อนวัยอันควร ยูนิเซฟร่วมกับรัฐแต่ละรัฐในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ของรัฐ อีกทั้งยังได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมาคมและกลุ่มบุคคลต่าง ๆ สำหรับเด็กหญิงเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับสิทธิเด็ก และวิธีการทำงานกับชุมชนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเสวนาอันจะนำไปสู่การยุติการแต่งงานก่อนวัยอันควร

ประสบการณ์ที่ได้รับจากประเทศต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายได้แก่บังคลาเทศ เบอร์กีนา ฟาโซ จิบูติ เอธิโอเปีย อินเดีย ไนเจอร์ เซเนกัลและโซมาเลียแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการที่ประสบผลสำเร็จเกิดจากการที่ประเทศเหล่านี้มีมาตรการด้านกฎหมาย การร่วมมือสนับสนุนจากชุมชน การจัดให้มีการศึกษาซึ่งถือเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ตลอดจนการส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการอภิปรายและเข้าถึงปัญหา รวมทั้งมีการตัดสินใจร่วมกันในการยุติปัญหาการแต่งงานก่อนวัยอันควร

"บ่อยครั้งที่การแต่งงานก่อนวัยอันควรทำให้เด็กหญิงต้องออกจากโรงเรียน ในชุมชนที่มีปัญหาเด็กต้องแต่งงานก่อนวัยอันควรนั้น การให้เด็กหญิงต้องแต่งงานก่อนวัยอันควรเป็นบรรทัดฐานทางสังคมและเป็นทัศนคติของคนในชุมชนที่สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนให้คุณค่าแก่สิทธิมนุษยชนของเด็กหญิงนั้นน้อยมาก" นางอันจู มัลฮอตรากล่าว

การศึกษาเป็นหนึ่งในมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันมิให้เด็กต้องเข้าสู่การแต่งงานก่อนวัยอันควร หากเด็กหญิงสามารถเรียนหนังสือในโรงเรียน ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติ ส่งผลให้เด็กได้รับโอกาสที่ดีขึ้นในชุมชนของตน

จำนวนของเจ้าสาววัยเด็กลดลงในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาการแต่งงานก่อนวัยอันควรในเด็กยังคงอยู่ในอัตราสูงในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบทห่างไกลที่มีความยากจนมากที่สุด เด็กหญิงที่ต้องแต่งงานก่อนวัยอันควรบางคนเป็นเด็กที่อยู่ตามชายขอบสังคมและมีความเปราะบางมากที่สุด ส่วนมากเป็นเด็กที่ต้องอยู่คนเดียวตามลำพังเนื่องจากถูกแยกออกจากครอบครัวของตน ต้องออกจากโรงเรียนและถูกตัดขาดจากการติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ และชุมชน

ตัวเลขประมาณการล่าสุดของยูนิเซฟแสดงให้เห็นว่ามีเด็กหญิงอายุระหว่าง 20 ปีถึง 24 ปีจำนวนประมาณ 70 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามที่ต้องแต่งงานก่อนมีอายุครบ 18 ปี โดยในจำนวนนี้ เด็กหญิง 23 ล้านคนต้องแต่งงานก่อนมีอายุครบ 15 ปี ทั่วโลก มีผู้หญิงอายุระหว่าง 20 ปีถึง 49 ปีจำนวนประมาณ 400 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของผู้หญิงทั่วโลกที่ต้องแต่งงานขณะที่ตนยังเป็นเด็ก

การแต่งงานก่อนวัยอันควรทำให้เด็กหญิงมีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ก่อนถึงวัยอันควร หรือมีการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดผลเสียหายต่อร่างกายตามมามากมาย ปัญหาการเสียชีวิตของแม่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในอัตราการเสียชีวิตของเด็กหญิงทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 15 ปีถึง 19 ปี หรือคิดเป็นจำนวนเด็กหญิงที่เสียชีวิตประมาณ 50,000 คนในแต่ละปี นอกจากนี้ เด็กหญิงที่มีอายุระหว่าง 10 ปีถึง 14 ปีมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเนื่องจากการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรมากกว่าผู้หญิงอายุระหว่าง 20 ปีถึง 24 ปีถึง 5 เท่า

"การที่ทั่วโลกมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการยุติปัญหา ภาคประชาสังคมมีการเคลื่อนไหวและมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงที่ระดับบุคคล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กหญิงสามารถเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อเด็ก" นางอันจูกล่าว "เราต้องเร่งดำเนินการและจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เด็กหญิงได้รับสิทธิและเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพของตน"

แถลงการณ์ร่วมขององค์การสหประชาชาติ

 

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children