ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ยูนิเซฟเผยภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิคมีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กในอัตราสูง

นิวยอร์ค/ กรุงเทพ - 7 สิงหาคม 2555  การกระทำละเมิดต่อเด็กทางร่างกายเป็นเรื่องที่มิอาจยอมรับได้ และส่งผลเสียระยะยาวต่อชีวิตและอนาคตของเด็กจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค ทั้งนี้ตามข้อมูลที่ปรากฏในรายงานซึ่งยูนิเซฟจะได้เผยแพร่ในวันพรุ่งนี้

รายงานหัวข้อ "Child Maltreatment: Prevalence, Incidence and Consequences in East Asia and Pacific" นำผลการศึกษาต่าง ๆ มาวิเคราะห์โดยละเอียดเป็นครั้งแรก โดยผลการศึกษาที่นำมาวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการสาขาต่าง ๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กในภูมิภาค รายงานฉบับนี้ศึกษาวิเคราะห์ผลการศึกษาที่จัดทำขึ้นระหว่างเดือนมกราคม 2543 และเดือนพฤศจิกายน 2553

ตัวเลขประมาณการณ์เกี่ยวกับความถี่ของการกระทำละเมิดต่อเด็กทางร่างกายมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศและในรายงานแต่ละฉบับ แต่ผลการศึกษาวิเคราะห์ของรายงานฉบับนี้แสดงว่าแม้ในกรณีที่ดีที่สุดก็ยังพบเด็ก 1 ใน 10 คนที่เคยมีประสบการณ์ถูกละเมิดทางร่างกาย ส่วนกรณีที่แย่ที่สุดนั้นพบว่ามีเด็กร้อยละ 30.3 ที่ถูกกระทำละเมิด

อัตราแพร่หลายของการกระทำละเมิดทางร่างกายที่มีความร้ายแรงมีตั้งแต่ร้อยละ 9 จนกระทั่งพบเด็กในภูมิภาคที่ถูกกระทำละเมิดทางร่างกายเกือบเท่ากับ 1 ใน 4 คน อนึ่งการกระทำละเมิดทางร่างกายที่มีความร้ายแรงหมายความรวมถึงการทุบตี ซึ่งได้แก่การชกต่อยหรือการใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ประกอบในการทุบตี สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บทางร่างกาย

รายงานพบว่าความเสียหายต่อเด็กอันเกิดจากการละเมิดทางเพศและทางร่างกายนั้นมักมีความร้ายแรงและมีผลตลอดช่วงชีวิตของเด็ก โดยเด็กที่ถูกกระทำละเมิด ทอดทิ้ง แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือเด็กที่เคยมีประสบการณ์ถูกกระทำด้วยความรุนแรงนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า และมีปัญหาด้านจิตใจอย่างอื่น มีความคิดหรือพยายามที่จะฆ่าตัวตาย มีภาวะผิดปกติทางร่างกายอื่น ๆ (ทั้งที่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์และที่ไม่สามารถอธิบายได้) ตลอดจนมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าเด็กที่ไม่เคยถูกกระทำละเมิด นอกจากนี้ รายงานยังแสดงให้เห็นว่าเด็กที่เคยตกเป็นเหยื่อของการกระทำละเมิดมากกว่าหนึ่งครั้งนั้นมีแนวโน้มสูงที่จะประสบปัญหาที่มีความร้ายแรงในระยะยาว เนื่องจากผลกระทบที่เกิดจากการกระทำละเมิดนั้นมีลักษณะสะสมและจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

"การกระทำทารุณกรรมต่อเด็กมีผลเสียในระยะยาว ไม่เฉพาะต่อเด็กที่ถูกกระทำละเมิดเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงครอบครัวและสังคมที่เด็กนั้นอาศัยอยู่" อมาลี แม็คคอย ผู้เชี่ยวชาญของยูนิเซฟด้านการคุ้มครองเด็กประจำภูมิภาคกล่าว "การทำความเข้าใจอัตราแพร่หลายของการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กเป็นการดำเนินการในขั้นแรกเพื่อสามารถกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กทุกคนในภูมิภาคมีความปลอดภัยมากขึ้น"

นอกจากนี้ ผลการศึกษาของยูนิเซฟยังแสดงให้เห็นว่าในภูมิภาคนี้มีเด็กชายและเด็กหญิงที่รายงานว่าตนเคยมีประสบการณ์ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ โดยอัตราส่วนอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 14 ถึงร้อยละ 30 อีกทั้งยังมีเด็กวัยรุ่นจำนวนมากที่ประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นเพราะการบังคับ

"เราจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้ระบบของประเทศในการคุ้มครองเด็กนั้นมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อให้เด็กที่เคยมีประสบการณ์ถูกกระทำละเมิดนั้นได้รับการคุ้มครอง อีกทั้งเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีการป้องกันมิให้มีการกระทำละเมิด และลดความเสี่ยงที่จะมีการกระทำด้วยความรุนแรงต่อเด็ก" คุณอมาลีกล่าว

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิคมีเด็กกว่า 580 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนเด็กทั่วโลก นับเป็นภูมิภาคที่มีประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดและมีประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดของโลก ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพิ่มมากขึ้นถึงสองเท่าเมื่อรายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคนี้มีการแพร่หลาย การเกิดและผลของการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กในอัตราที่สูงตลอดทั้งภูมิภาค

ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็กจากภาครัฐบาล องค์การสหประชาชาติและองค์กรประชาสังคมต่าง ๆ จะร่วมกันศึกษาทบทวนรายงานพิเศษของภูมิภาคและผลการศึกษาดังกล่าวนี้ในการประชุมระดมความคิดเห็นซึ่งยูนิเซฟ ศูนย์ควบคุมโรค องค์การอนามัยโลกและ Queensland University of Technology จะร่วมกันจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพมหานคร'

ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของรายงานฉบับนี้ได้ที่http://www.unicef.org/eapro/Child_Maltreatment.pdf

เกี่ยวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟมีการดำเนินงานใน 190 ประเทศและเขตปกครองต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เด็กมีชีวิตอยู่รอดและเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์นับตั้งแต่ช่วงปฐมวัยจนกระทั่งถึงวัยรุ่น ยูนิเซฟเป็นผู้จัดหาวัคซีนป้องกันโรคให้แก่ประเทศกำลังพัฒนารายใหญ่ที่สุดของโลก ยูนิเซฟให้การสนับสนุนด้านโภชนาการและสุขภาพเด็ก การจัดหาน้ำที่สะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนสุขอนามัยที่ดี และการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพสำหรับเด็กชายและเด็กหญิงทุกคน รวมทั้งให้ความคุ้มครองแก่เด็กเพื่อให้ปลอดภัยจากการกระทำด้วยความรุนแรง การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการติดโรคเอดส์ ยูนิเซฟได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนทั้งหมดจากเงินบริจาคของผู้บริจาค องค์กรธุรกิจ มูลนิธิต่าง ๆ และหน่วยงานรัฐบาล หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนิเซฟและการดำเนินงานของยูนิเซฟ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ http://www.unicef.org/eapro/Child_Maltreatment.pdf

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

Christopher de Bono, UNICEF East Asia & Pacific Regional Office,
Mobile: +66 (0)84 427 7431, cdebono@unicef.org

Kritsada Jirathun, UNICEF East Asia & Pacific Regional Office,
Mobile: +66 (0)89 699 3240, kjirathun@unicef.org

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children