ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

รถขนน้ำช่วยต่อชีวิตชุมชนผู้เลี้ยงปศุสัตว์

© UNICEF/Ethiopia/2011/Lemma

เอธิโอเปีย 20 กันยายน 2554

โดยอินเดรียส เกตาชิว

ผู้หญิงและเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเมลเบนากำลังรอรถขนน้ำมาช่วยบรรเทาภัยแล้งในเขตโบเรนา มณฑลโอโรเมียทางตอนใต้ของเอธิโอเปียซึ่งอยู่ตามขอบชายแดนติดกับประเทศเคนยา พื้นที่แห่งนี้แล้งฝนมานานเกินกว่า 2 ปีแล้ว ส่งผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้างในชุมชนผู้เลี้ยงปศุสัตว์

“หากรถน้ำไม่มา เราก็คงต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น สถานการณ์มันย่ำแย่ถึงขนาดนั้นแล้ว” เคอร์ฟา วอริโอ แม่ลูกสองวัย 22 ปี กล่าว เธอต้องสูญวัวไปเก้าตัวจากที่มีทั้งหมดสิบตัวจากภัยแล้งในครั้งนี้

แหล่งน้ำ

กว่าเก้าเดือนมาแล้ว รถขนน้ำเป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียวสำหรับชุมชนนี้นับตั้งแต่บ่อน้ำและบ่อขุดของชาวบ้านแห้งเหือดไป

รถขนน้ำเคลื่อนเข้ามาในชุมชนอย่างแช่มช้า ฝุ่นจากพื้นฟุ้งกระจายตลบขึ้นปกคลุมผู้หญิงและเด็ก ๆ ที่กำลังนั่งรอคอย เมื่อเติมน้ำเสร็จ เคอร์ฟาก็ค่อย ๆ ลากถังน้ำไปเติมใส่แกลลอนที่เตรียมมา

“ปัญหาภัยแล้งรุนแรงทำให้เราต้องใช้รถขนน้ำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน” อาบิโอ คัสซา หัวหน้าแผนกน้ำ ทรัพยากรแร่และพลังงานในเขตมิโอกล่าว หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่ควบคุมการจัดส่งน้ำในกรณีฉุกเฉิน โดยส่งรถขนน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานประสานงานภัยฉุกเฉินในเขตโบเรนาซึ่งยูนิเซฟเป็นสมาชิก “ชุมชนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงต้องได้รับความยากลำบากเป็นอย่างมาก ทั้งหญิงชรา หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ๆ คุณก็เห็นแล้วว่าคนเหล่านี้มีสุขภาพไม่แข็งแรงเลย”

ทุก ๆ สามวันจะมีรถขนน้ำจำนวน 16 คิวบิกเมตรไปแจกจ่ายให้กับครัวเรือนต่าง ๆ จำนวน 500 ครัวเรือนในหมู่บ้านเมลเบนา หมายความว่าแต่ละครอบครัวจะได้รับน้ำประมาณ 15 ลิตรต่อวันเท่านั้น การจัดส่งน้ำให้แก่ชุมชนเช่นนี้ไม่คิดค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

“ตราบใดก็ตามที่ยังมีรถขนน้ำมาให้ เราก็ยังอยู่รอดต่อไปได้” เคอร์ฟากล่าว “หากรถขนน้ำมาช้าไปวันสองวัน พวกเราก็จะอดน้ำ ทุกคนต้องใช้น้ำทั้งนั้น เด็ก ผู้ใหญ่ ทุกคนในหมู่บ้านต้องอาศัยน้ำเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด”

ดูเหมือนว่าชุมชนผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในโบเรนาจะยังคงต้องเผชิญความโหดร้ายของภัยแล้งต่อไป

“ภัยแล้งนี้ส่งผลเสียหายร้ายแรงมาก” อาบิโอกล่าว “ไม่มีหญ้าไว้เลี้ยงสัตว์ ไม่มีน้ำ วัวของชาวบ้านก็เลยตาย ความเป็นอยู่ที่นี่ถึงจุดวิกฤติแล้ว ผู้หญิงและเด็กอยู่ในสภาพเปราะบางและอ่อนแอมาก คนเหล่านี้เคยอยู่ได้โดยอาศัยน้ำนมเป็นอาหาร แต่ตอนนี้ไม่มีทั้งนมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากนม ทำให้ชาวบ้านต้องประสบภาวะยากลำบาก”

การดำเนินการของยูนิเซฟ

ยูนิเซฟและพันธมิตรให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเอธิโอเปียในการรับมือกับความต้องการฉุกเฉินของชุมชนที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งเช่นในโบเรนา ชุมชนผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในโบเรนาจำต้องได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้รอดพ้นจากภัยแล้ง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และสร้างความหลากหลายให้แก่อาชีพในชุมชน

การดำเนินการของยูนิเซฟในภาวะฉุกเฉิน ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ โภชนาการ การศึกษา การคุ้มครองเด็ก การให้น้ำและการจัดการด้านสุขอนามัย รวมถึงการรณรงค์ในระดับนโยบาย

การจัดส่งสิ่งของไปยังจงอยแห่งแอฟริกา

ในโซมาเลียซึ่งเป็นศูนย์กลางของภัยแล้ง ยูนิเซฟได้จัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านอาหารมากกว่า 800 ศูนย์รวมทั้งโปรแกรมให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ อีกทั้งยังได้นำน้ำสะอาดและระบบสุขอนามัยไปแจกจ่ายให้แก่คนกว่าล้านคน ตลอดจนให้วัคซีนป้องกันโรคหัดให้แก่เด็กอีกกว่า 2 ล้านคน

ในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม สิ่งให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้แก่อาหารเพื่อการรักษาชนิดพร้อมใช้ อาหารเสริม วัคซีนและอุปกรณ์ดำรงชีพขั้นพื้นฐาน และอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคท้องร่วง ซึ่งมีน้ำหนักรวม 3,700 เมตริกตัน ได้ถูกจัดส่งมาให้ยูนิเซฟจากพื้นที่ต่างๆ คือ ยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียและแอฟริกาใต้ และได้ถูกส่งต่อไปยังจงอยแห่งแอฟริกา การขนส่งแบ่งออกเป็นการขนส่งทางเครื่องบิน 73 เที่ยวบิน มีน้ำหนักขนส่ง 2,500 ตัน ส่วนอีก 1,200 ตันขนทางเรือ

สิ่งของที่ขนส่งไปนี้ได้แก่อุปกรณ์ยังชีพขั้นพื้นฐานที่ใช้ได้ 620,000 คน อาหารเพื่อการรักษาสำหรับเด็ก 56,000 คนที่มีอาการป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารขั้นรุนแรง และอาหารเสริมสำหรับคน 290,000 โดยจะใช้ได้สองสัปดาห์ สำหรับสิ่งของจำนวน 2,500 ตันซึ่งขนส่งทางอากาศนี้ กว่า 500 ตันขนส่งโดยใช้พื้นที่ท้องเครื่องบินที่สายการบินต่าง ๆ บริจาคให้แก่ยูนิเซฟ

ยูนิเซฟและพันธมิตรในโซมาเลียกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวนกว่า 200,000 คนซึ่งป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารที่ไม่ร้ายแรง รวมทั้งเด็ก 40,000 คนที่ป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารเฉียบพลันร้ายแรง และหญิงมีครรภ์อีกกว่า 55,000 คน

ในช่วงครึ่งปี 2554 มีเด็ก 12 ล้านคนในเอธิโอเปียที่ได้รับวิตามินเอ ในเคนยา มีเด็กกว่า 170,000 คนที่ได้รับวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันชนิดนี้ในเดือนกรกฎาคม

สำหรับผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียในค่ายผู้ลี้ภัยดาดาบประเทศเคนยา ยูนิเซฟช่วยจัดส่งน้ำไปให้ประชากรซึ่งเดินเท้าข้ามชายแดนโซมาเลียเป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังช่วยเหลือด้านการส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีในค่ายผู้ลี้ภัยโดยยูนิเซฟได้ร่วมมือกับองค์กร CARE International เพื่อให้ผู้ลี้ภัยกว่า 90,000 คนมีสุขภาพที่แข็งแรง

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children