ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ยูนิเซฟยังคงสนับสนุนการรณรงค์ให้วัคซีนขนาดใหญ่ในค่ายผู้ลี้ภัยในเอธิโอเปียต่อไป

© UNICEF 2011/Ethiopia/Jensen
ทาโกว วัย 40 นั่งพักใต่ร่มไม้ในค่ายผู้ลี้ภัยดอลโล อาโดในเอธิโอเปียใกล้ชายแดนโซมาเลีย หลังจากที่ลูกชายอายุสองขวบได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดและโปลิโอจากการรณรงค์ให้วัคซีนรอบใหญ่ที่สนับสนุนโดยยูนิเซฟ

โดยมาเลียน แคมป์ เจนเซ่น

ดอลโล อาโด ประเทศเอธิโอเปีย 22 สิงหาคม 2554 – ทาโกว อายุ 40 นั่งพักใต้พุ่มไม้กับลูกอายุสองขวบ ทั้งพักแดดและเพื่อผ่อนคลายหลังจากภาระช่วงเช้าที่วุ่นวายเพราะลูกของเธอเป็นหนึ่งในเด็กหลายร้อยคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่แขน ได้หยอดยาบนลิ้นและป้ายหมึกสีม่วงบนนิ้วโป้งในการรณรงค์รอบใหญ่เพื่อให้วัคซีนป้องกันโรคหัดและโปลิโอที่เริ่มขึ้นสัปดาห์ที่แล้วในค่ายหนึ่งในดอลโล อาโดในแถบชายแดนของโซมาเลีย

ทาโกวเล่าว่าเธอเดินทางมาที่จุดบริการวัคซีนที่ค่ายมัลกาดิดานี้ เพื่อพาลูกชายมารับวัคซีนหลังจากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขร้องขอให้แม่ปกป้องเด็กจากโรคที่อาจคร่าชีวิตเด็กๆ ในดอลโล อาโด ซึ่งจำนวนมากมีสภาวะทุพโภชนา

สูญสิ้นทุกสิ่ง

เช่นเดียวกับครอบครัวอื่นๆ อีกหลายพันครอบครัวที่เดินทางมาที่ดอลโล อาโดในปีนี้ ทาโกวตัดสินใจอพยพออกจากโซมาเลียเพราะภัยแล้งได้คร่าชีวิตวัวควายที่เลี้ยงลงสิ้นและทำลายความหวังที่จะเลี้ยงลูกทั้งห้าคนให้มีชีวิตอยู่รอด หมดสิ้นความหวังทุกอย่างเธอและลูกจึงออกเดินทางด้วยเท้าเป็นเวลาสามคืนสามวันข้ามพื้นดินที่แตกระแหงและพื้นที่ที่อดอยากและคุกรุ่นไอสงครามมายังดอลโลอาโดเพื่อเสาะหาอาหารและน้ำดื่ม “หมดสิ้นทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ” ทาโกวพูดถึงพืชพันธุ์และวัวควายในโซมาเลีย และสาเหตุที่ทำให้ต้องทิ้งบ้านเดินทางรอนแรมมานี้ สำหรับทาโกว ไม่มีวันที่เธอจะกลับคืนบ้านอีกแล้ว

มองเผินๆ ชีวิตในมัลกาดิดาก็ดูไม่ต่างไปจากชีวิตที่เธอและลูกทิ้งมามากนัก แต่ถึงกระนั้นทาโกวก็ยังรู้สึกว่าพอมีความหวังให้กับลูกเพราะรัฐบาลเอธิโอเปีย องค์การสหประชาชาติและองค์กรพัฒนาเอกชนทำงานในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่รอด ลูกชายของเธอขาดสารอาหารก่อนหน้านี้แต่กำลังมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ และวัคซีนที่เขาได้รับด้วยการสนับสนุนของยูนิเซฟจะช่วยคุ้มครองเขาจากโรคภัยที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างง่ายดายในค่ายผู้ลี้ภัยที่คนอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น

ดอลโลอาโดในปัจจุบันที่ที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียกว่า 119,000 คน ในจำนวนนี้ 78,000 คนเดินทางมาถึงในปีนี้ปีเดียว ร้อยละ 80 ของจำนวนนี้เป็นเด็ก ภายใต้การประสานงานของหน่วยงานผู้ลี้ภัยและผู้กลับคืนถิ่นของรัฐบาล สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติและยูนิเซฟกำลังช่วยสนับสนุนการรณรงค์ให้วัคซีนรอบใหญ่เช่นที่ได้เริ่มดำเนินการไปที่นี่และที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปในโกเบ หลังจากที่เกิดความหวั่นกลัวว่าจะเกิดโรคหัดระบาดในสี่ค่ายของดอลโลอาโด

© UNICEF 2011/Ethiopia/Jensen
เกอร์มา เบียรู ช่างของยูนิเซฟกำลังทำงานในค่ายดอลโล อาโดเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ระบบห่วงโช่เย็นของวัคซีนและฝึกอบรมช่างในการดูแลรักษาระบบเครื่องมือในเอธิโอเปีย

ให้วัคซีนเด็ก

ในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เกอร์มา เบียรู นายช่างที่ว่าจ้างโดยยูนิเซฟได้ทำการซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบลูกโซ่ความเย็นเพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมให้เด็ก ในขณะที่ มูทริบ บาครูดินอฟ ผู้ซึ่งเป็นแพทย์ที่ทำงานกับยูนิเซฟได้ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอื่นๆ ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อให้วัคซีนเด็ก โดยเป้าหมายคือเด็ก 133,000 คน ทั้งที่อยู่ในขุมชนผู้ลี้ภัยและที่อยู่ในครอบครัวชาวเอธิโอเปียในพื้นที่ ซึ่งหลายครอบครัวก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเช่นกัน ในปีนี้ยูนิเซฟได้ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดไปแล้ว 142,540 ขนานและวัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดหยอดอีก 73,710 ขนานในบริเวณดอลโลอาโด “เป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้มาที่นี่ รู้สึกเหมือนได้มีโอกาสช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตได้” บาครูดินอฟ กล่าว และอธิบายว่าขั้นตอนต่อไปคือการออกตรวจค่ายแต่ละแห่งเพื่อตรวจหมึกสีม่วงที่แต้มบนนิ้วโป้งของเด็กเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนได้รับวัคซีนแล้ว

เพิ่มการบริการ

ยูนิเซฟยังได้ร่วมงานกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ หน่วยงานผู้ลี้ภัยของรัฐบาลและองค์กรบรรเทาทุกข์อื่นๆ เช่นองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) หมอไร้พรมแดนและอ๊อกแฟมเพื่อสนับสนุนโภชนาการรวมถึงอาหารเพื่อการรักษาฟื้นฟูที่เสริมสารอาหาร ตลอดจนโอกาสการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด สุขอนามัยและสุขาภิบาล นอกจากนี้ยูนิเซฟยังร่วมงานกับภาคีสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน และประกันว่าเมื่อถึงเดือนกันยายน เด็กเหล่านี้จะได้เรียนหนังสือต่อไป ถ้าหากไม่ใช่ในระบบโรงเรียนในตอนแรกก็อย่างน้อยผ่านระบบการเรียนรู้ชั่วคราวรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ถึงแม้ว่าจะมีการระดมความสนับสนุนเพื่อยกระดับบริการต่างๆ แต่ยังต้องการความช่วยเหลือจากประชาคมโลกอีกมากและอย่างเร่งด่วน ชีวิตในดอลโลอาโดนั้นสาหัสนัก เด็กหลายคนที่เดินทางรอนแรมข้ามทะเลทรายมาถึงที่นี่มีสภาพที่อ่อนแอและเปราะบางอย่างยิ่ง

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children