ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ครอบครัวที่ลี้ภัยหนีความขัดแย้งและภาวะฝนแล้งยังคงต้องดิ้นรนต่อไปในค่ายผู้ลี้ภัยที่จิบูติ

© UNICEF Djibouti/2011/Mekki
มูมินา อิสมาเอ กับลูกคนสุดท้อง ทั้งสองหนีออกจากเอธิโอเปียมาจิบูติหลังจากปศุสัตว์ล้มตายและปัจจุบันอยู่ในค่ายในจิบูติซิตี้

โดยนัจวา เมกกิ

จิบูติซิตี้ ประเทศจิบูติ 24 สิงหาคม 2554 – ผู้ลี้ภัยจำนวนนับร้อยครอบครัวได้สร้างกระต๊อบตามมีตามเกิดในบริเวณที่เหมือนแหล่งถมขยะนอกถนนใหญ่ทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวงประเทศจิบูติเป็นบ้านที่อยู่อาศัย คนเหล่านี้ไม่มีน้ำดื่มใช้ ไม่มีไฟฟ้าและเกือบจะไม่มีความหวังในชีวิต

สถานที่นี้รู้จักกันว่า บูลดูโก ซี่งเป็นคำภาษาโซมาเลียแปลว่า “สิ้นแรง” (knocked out) หลายคนอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วแต่บางคนเพิ่งเข้ามาอยู่ บ้างก็หนีภัยแล้งมา บ้างก็หนีการสู้รบ พวกเขาเหล่านี้มาจากเอธิโอเปีย โซมาเลียและภาคพื้นตอนในของประเทศจิบูติ

ความยากจน ความขมขื่นและการดิ้นรน

มูมินา อิสมาเอ เป็นชาวโซมาเลียแต่เกิดและเติบโตในเอธิโอเปีย เธอหลบหนีมายังบูลดูโกพร้อมกับแม่ สามีและลูกสี่คนเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว หลังจากที่ภัยแล้งได้คร่าชีวิตวัวควายตัวสุดท้ายของครอบครัวไป

ลูกอายุห้าและหกขวบของเธอไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนอิสลามและใช้เวลาหลังเลิกเรียนวิ่งเล่นอยู่ในค่าย ลูกคนอายุสี่ขวบแคระแกรนเกินกว่าที่จะเดินได้และลูกคนสุดท้องชื่ออาบูเบเกอ ร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นคนแปลกหน้า สามีของมูมินาไม่มีงานทำและทั้งครอบครัวต้องยังชีพอยู่ด้วยรายได้เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากงานชั่วครั้งชั่วคราวแล้วแต่ที่เขาหาได้

ในค่ายมีครอบครัวลักษณะนี้อยู่ประมาณ 400 ครอบครัว แต่ละครอบครัวมีลูกโดยเฉลี่ยสามถึงสี่คน ทุกครอบครัวมีเรื่องราวชีวิตเหมือนกัน นั่นก็คือชีวิตแห่งความยากจน ขมขื่นและการดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่ถึงกระนั้นชีวิตที่พวกเขามีอยู่ในขณะนี้แม้ว่าจะลำบากแต่ก็ยังดีกว่าชีวิตที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง

“อยู่ที่นี่ดีกว่า” อามินา อาลี แม่ลูกสี่ซึ่งสามีเสียชีวิตระหว่างที่เธอตั้งท้องลูกคนสุดท้อง กล่าว “หลังจากที่วัวควายของเราในเอธิโอเปียล้มตายลง ฉันก็ไม่เหลืออะไรที่ต้องกลับไปหาอีกแล้ว”

อามินาและลูกเดินทางมาถึงค่ายนี้สามเดือนที่แล้ว โดยใช้เวลาเดินทางแปดวัน เธอเดินในขณะที่ลูกๆ ผลัดกันขี่หลังลา ในวันนี้อามินายังชีพด้วยการแบกลูกคนสุดท้องบนหลังเก็บฟืนขาย เพราะความต้องการฟืนเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากราคาเชื้อเพลิงที่ถีบตัวสูงขึ้น

© UNICEF Djibouti/2011/Mekki
ยูนิเซฟแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดแก่กว่า 400 ครอบครัวในบูลดูโก จิบูติ

วัยเยาว์ที่สูญหาย

ยูนิเซฟแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดแก่กว่า 400 ครอบครัวในบูลดูโก จิบูติ

เด็กในบูลดูโกโตเร็วเกินควร โมกู แอ็บดี อายุเพียงเก้าขวบแต่ต้องเลี้ยงน้องห้าคนในขณะที่แม่ไปขายของที่ตลาดในจิบูติซิตี้ น้องชายคนสุดท้อง ซาดาเล อายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบดี

ประเทศอย่างเช่นจิบูติซึ่งต้องพึ่งพาอาหารนำเข้าสูง ราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงซ้อนกับปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำเรื้อรังทำให้ประชากรหลายพันคนที่อ่อนแออยู่แล้วต้องถลำลึกในความยากจนยิ่งขึ้นไปอีก

เด็กเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เด็กหนึ่งในห้าคนมีสภาวะทุพโภชนาการ หนึ่งในสามมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และเกือบครึ่งหนึ่งมีสภาวะแคระแกรน ตามตัวเลขการประมาณล่าสุดระดับชาติ

ยูนิเซฟได้เร่งเพิ่มความช่วยเหลือเพื่อตอบสนองรับภาวะวิกฤติ และตอบสนองความต้องการน้ำและอาหารเพื่อการบำบัดฟื้นฟูโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด แต่ทุนสนับสนุนยังเป็นปัญหาเพราะในขณะที่จำเป็นต้องใช้ทุนสนับสนุน 5.4 ล้านเหรียญสหรัฐการตอบสนองสถานการณ์เร่งด่วนนี้ แต่ขณะนี้ได้รับเงินสนับสนุนเพียง 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ยังต้องการความสนับสนุนเพิ่มอีกมากเพื่อให้สามารถประกันว่าความจำเป็นเฉพาะหน้าและในระยะยาวของเด็กได้รับการตอบสนองในจิบูติ

กลับมาที่บูลดูโก ยูนิเซฟได้เริ่มแจกจ่ายน้ำดื่มที่สะอาดแล้วในสัปดาห์นี้ เป็นการบรรเทาทุกข์ที่ถึงจะเล็กน้อยแต่สำคัญอย่างยิ่งยวดในเดือนสิงหาคมที่อากาศที่ร้อนแผดเผา

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children