ผู้นำทั่วโลกเปิดตัวแผนการขจัดการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกให้หมดไปภายในปี 2558นิวยอร์ก/เจนีวา 9 มิถุนายน 2554 – วันนี้ผู้นำทั่วโลกได้มารวมตัวกันที่กรุงนิวยอร์กเพื่อการประชุมระดับสูงว่าด้วยเรื่องเอดส์ที่จัดโดยองค์การสหประชาชาติ และได้เปิดตัวแผนงานระดับโลกซึ่งจะสร้างความก้าวหน้าที่สำคัญในการขจัดการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกให้หมดไปภายในปี 2558 และช่วยแม่ของเด็กให้มีชีวิตอยู่รอด “เราเชื่อว่าภายในปี 2558 เด็กทุกคนที่เกิดขึ้นมาในโลกจะปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวีและแม่ของเด็กจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างแข็งแรง” นาย มิเชล ซิดิเบ ผู้อำนวยการบริหารโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอดส์กล่าว “แผนงานระดับโลกฉบับใหม่นี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และสามารถขับเคลื่อนโดยประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด” “เกือบทุกนาทีจะมีเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีเกิดขึ้นมาในโลก ถ้าหากเราร่วมงานกันเราจะสามารถทวนกระแสดังกล่าวได้ ดังที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในสหรัฐอเมริกาและเกือบจะสำเร็จแล้วในบอสวานา” ทูตเอริค กูสบี ผู้ประสานงานโครงการเอดส์โลกของสหรัฐอเมริกากล่าว “การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีใหม่ในเด็กทั่วโลกเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการช่วยชีวิตเด็กและให้โอกาสเขาได้เริ่มต้นชีวิตอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก” การป้องกันการติดเชื้อและการรักษาด้วยยาต้านไวรัสแก่หญิงมีครรภ์สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกลงได้เหลือต่ำกว่าร้อยละ 5 และช่วยให้แม่ของเด็กมีชีวิตอยู่เลี้ยงดูลูกต่อไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือสำหรับการบรรลุแผนใหม่นี้คือความเป็นผู้นำและความร่วมมือกันในกลุ่มประเทศผู้บริจาค ประเทศผู้รับบริจาคและภาคเอกชน เพื่อทำให้ความฝันในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ไร้เอดส์ให้เป็นจริงได้ ในการนี้ แผนฉุกเฉินเพื่อการบรรเทาทุกข์ด้านเอดส์ของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา หรือเพ็บฟาร์ได้ประกาศสมทบทุนเพิ่มเติมอีก 75 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนการดำเนินการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ซึ่งเป็นเงินเพิ่มเติมต่างหากจากเงินทุนประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐที่ให้เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วภายใต้แผนฉุกเฉินนี้เพื่อการป้องการการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ได้ประกาศสนับสนุนเงินทุน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ เชฟรอนสนับสนุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐและจอห์นสันแอนด์จอห์นสันสนับสนุน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ “การลงทุนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกเป็นเรื่องที่จำเป็นมากและมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ความริเริ่มนี้ได้รับการบูรณาการเข้ากับการวางแผนครอบครัวและโครงการสุขภาพอนามัยแม่ เด็กแรกเกิดและเด็กอย่างเต็มรูปแบบ” สเตฟาโน เบอร์ตอสซี่ ผู้อำนวยการแผนกเอชไอวีและวัณโรคของมูลนิธิฯ กล่าว “เชฟรอนเข้าใจดีว่าความยั่งยืนของธุรกิจของบริษัทนั้นเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับสุขภาพและความเป็นดีอยู่ดีของพนักงานและของชุมชนที่บริษัทตั้งกิจการอยู่” รอนด้า ซิกอ็อกกี รองประธานบริหารด้านนโยบายและแผนของเชฟรอนย้ำ “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้สนับสนุนเงินทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อการร่วมภารกิจการขจัดการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในครั้งนี้” “เรามีความฝันว่าวันหนึ่งจะไม่มีเด็กที่เกิดมาติดเชื้อเอชไอวี และการร่วมทุนสนับสนุนในวันนี้เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันในการขจัดการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก” ไบรอัน เพอร์กินส์ รองประธานกิจการ ฝ่ายกิจการสัมพันธ์กล่าว “เป็นอีกก้าวหนึ่งในการทำตามพันธะสัญญาของเราในการสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ และสะท้อนเจตนารมณ์ในการปรับปรุงสุขภาพแม่และเด็กที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด” ในปี 2552 เด็กประมาณ 370,000 คนติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่เกิด เกือบทั้งหมดเป็นเด็กที่เกิดในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ภายใต้แผนงานโลกนี้ เป้าหมายสูงสุดคือการลดจำนวนเด็กดังกล่าวนี้ลงให้ได้ร้อยละ 90 ภายในปี 2558 โดยประเทศที่ประสบปัญหานี้อย่างรุนแรงทั้ง 22 ประเทศได้มีส่วนในการจัดทำแผนงานนี้และยอมรับที่จะนำแผนงานดังกล่าวไปปฏิบัติในประเทศ แผนงานโลกเพื่อการขจัดการติดเชื้อใหม่ในเด็กภายในปี 2558 และการช่วยแม่ให้มีชีวิตอยู่รอดได้รับการพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มประเทศทั้งหมด 30 ประเทศและกลุ่มชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชนและองค์การระหว่างประเทศ 50 กลุ่ม โดยมี ยูเอ็นเอดส์ และ เพ็บฟาร์ เป็นผู้เรียกประชุม บาบัลวา มโบโน พบว่าเธอติดเชื้อเอชไอวีเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ “การช่วยหญิงมีครรภ์ให้ปกป้องลูกในท้องได้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก” เธอบอก “เช่นเดียวกับแม่คนอื่นๆ ทุกคน ฉันยอมทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้นเพื่อให้ลูกได้เริ่มชีวิตอย่างดีที่สุด ผู้หญิงทุกคนควรจะได้รับบริการป้องกันนี้ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดในโลกก็ตาม” “เราจะสร้างคนรุ่นใหม่ที่ไร้เอชไอวีเอดส์ได้จริงก็ต่อเมื่อเรามุ่งความพยายามไปที่แม่และเด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดและมีความจำเป็นมากที่สุด” นายแอนโทนี่ เลค ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การยูนิเซฟกล่าว “การลงทุนเพื่อการป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก และการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพอนามัยที่มีคุณภาพจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ซึ่งไม่ใช่ในแง่ของการช่วยชีวิตเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวีและเอดส์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ในแง่ของการปรับปรุงสุขภาพของแม่และเด็กในประเทศที่ยากจนที่สุดอีกด้วย” แผนดังกล่าวเน้นนโยบายและมาตรการทางโครงการที่เฉพาะเจาะจงที่ประเทศต่างๆ จะต้องนำไปปฏิบัติเพื่อประกันว่าหญิงมีครรภ์ทุกคนที่ติดเชื้อเอชไอวีมีโอกาสเข้าถึงบริการป้องกันรักษาและเพื่อประกันว่าการติดเชื้อใหม่ในเด็กจะถูกขจัดได้ภายในปี 2558 แผนงานนี้ครอบคลุมความพยายามในการให้การรักษาแม่และเด็กที่มีเชื้อเอชไอวีในระหว่างการให้นมลูก ตลอดจนการได้รับบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น องค์ประกอบหลักของแผนงานโลกฉบับนี้คลอบคลุมถึงการให้การประกันดังต่อไปนี้คือ • ผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงมีครรภ์ มีโอกาสเข้าถึงบริการป้องกันและรักษาเอชไอวีที่มีคุณภาพซึ่งสามารถช่วยชีวิตทั้งแม่และเด็กได้ ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานโลก แผนงานนี้มีการกำหนดตารางเวลาอย่างละเอียดสำหรับการดำเนินการในระดับชุมชน ระดับชาติ ระดับภูมิภาคและระดับโลกเพื่อประกันให้เกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการขจัดการติดเชื้อเอชไอวีใหม่ในเด็กภายในปี 2558 และการช่วยแม่ให้มีชีวิตรอด แผนงานนี้ครอบคลุมประเทศที่มีรายต่ำและปานกลางทุกประเทศ แต่เน้น 22 ประเทศที่มีจำนวนหญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุด จำเป็นที่จะต้องมีความพยายามดำเนินการทั้งในระดับโลกและระดับประเทศเป็นพิเศษในประเทศเหล่านี้ซึ่งเกือบร้อยละ 90 ของหญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ต้องการบริการต่างๆ อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องเพิ่มความสนับสนุนให้กับประเทศที่มีระดับการแพร่ตัวของเอชไอวีต่ำและมีโรคระบาดที่กระจุกตัวให้สามารถเข้าถึงเด็กและผู้หญิงทุกคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี แผนงานโลกนี้สนับสนุนและเสริมรับการพัฒนาแผนงานระดับประเทศที่มีการคำนวณค่าใช้จ่ายและที่ขับเคลื่อนโดยประเทศเอง ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เจนนี่ ปีเตอร์สัน สำนักงานผู้ประสานงานโครงการเอดส์โลกของสหรัฐอเมริกา โรชาน กาดิวี ยูนิเซฟ นิวยอร์ก
|