ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ยูนิเซฟเปิดเผยความแตกต่างของราคาวัคซีนที่จ่ายให้กับบริษัทยาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

โดย โดนัลด์ จี. แมคนีล จูเนียร์

(เรื่องจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ ฉบับวันที่ 27 พฤษภาคม 2554)

นิวยอร์ค 27 พฤษภาคม 2554 - เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ องค์การยูนิเซฟได้เปิดเผยราคาวัคซีนที่องค์การฯ จ่ายให้กับบริษัทยาต่างๆ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

การตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ซึ่งแสดงให้เห็นความเหลื่อมล้ำในการกำหนดราคาวัคซีนของบริษัทยาต่างๆ อาจทำให้มีการตัดราคายาวัคซีนที่สำคัญสำหรับการช่วยชีวิตเด็กหลายล้านคนลงอย่างฮวบฮาบ

ในปีที่แล้วยูนิเซฟใช้จ่ายในการซื้อวัคซีนทั้งหมด 747 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับวัคซีนสองพันล้านโดสที่แจกให้กับร้อยละ 58 ของเด็กในโลก

หน่วยงานรุ่นใหม่ที่จัดซื้อวัคซีนหลายหน่วยงานอย่างเช่น กองทุนโลกเพื่อการต้านเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย (Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and Malaria) เปิดเผยราคาที่จ่ายสำหรับยารักษาโรคเป็นประจำอยู่แล้ว แต่วัคซีนในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้นได้รับการยกเว้นจากการเปิดเผยราคาเป็นส่วนใหญ่เพราะยูนิเซฟต้องการหลีกเลี่ยงจากเผชิญหน้ากับบริษัทผู้จัดจ่าย โดยเปิดเผยราคาเฉลี่ยที่จ่ายในการซื้อวัคซีนเท่านั้น และผู้บริจาคเองก็ไม่เคยต้องการข้อมูลที่ละเอียดกว่านั้น

นางชาแนล ฮอล ผู้อำนวยการแผนกการจัดจ่ายของยูนิเซฟ ผู้ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในผลักดันนโยบายความโปร่งใสใหม่นี้กล่าวว่าเธอต้องการที่จะให้มีการเปิดเผยข้อมูลราคาสินค้าอื่นๆ ที่ยูนิเซฟจัดซื้อด้วยเช่น มุ้งกันยุง ชุดตรวจวินิจฉัยต่างๆ ยารักษาโรคที่มีความสำคัญสูงและอาหารสำเร็จรูปสำหรับเด็กที่อดอยาก

องค์กรการกุศลทางการแพทย์อย่างเช่น องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors without Borders) ซึ่งเคยกดดันให้มีการตัดราคายารักษาโรคเอดส์ลงสำหรับทวีปแอฟริกาสำเร็จมาแล้วในทศวรรษที่ผ่านมาและได้พยายามรณรงค์ให้มีการเปิดเผยข้อมูลราคาวัคซีน ประกาศว่าการตัดสินใจดำเนินการดังกล่าวของยูนิเซฟเป็นชัยชนะของการรณรงค์

“การดำเนินการในครั้งนี้จะสร้างความแตกต่างอย่างยิ่งใหญ่” แดเนียล เบอร์แมน ผู้อำนวยการโครงการรณรงค์สร้างโอกาสการเข้าถึงระดับโลกขององค์การกล่าว “ทันทีที่ผู้บริจาคเห็นความเหลื่อมล้ำของราคา พวกเขาจะเรียกร้องให้ยูนิเซฟและ GAVI ได้ซื้อวัคซีนในราคาที่ถูกลง” GAVI (Global Alliance for Vaccines and Immunization) ระดมเงินบริจาคหลายพันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยยูนิเซฟซื้อวัคซีน

นายเบอร์แมนได้ลาออกจากคณะกรรมการ GAVI เมื่อไม่นานมานี้เพราะต้องการต่อต้านนโยบายของคณะกรรมการฯ ที่ไม่ต้องการเปิดเผยราคาวัคซีน เจ้าหน้าที่ของบริษัทเภสัชกรรมหลายบริษัทนั่งอยู่ในคณะกรรมการบริหารของ GAVI นายเบอร์แมนกล่าวว่า GAVI ไม่ดำเนินการใดๆ จนกระทั่งยูนิเซฟบีบประเด็นดังกล่าว

เมื่อถามปฏิกิริยาของคณะกรรมการที่มีต่อการดำเนินการของยูนิเซฟ นายเบอร์แมนลังเลก่อนที่จะตอบว่า “อาจจะมีคำถามความไม่แน่ใจอยู่บ้างเมื่อก่อนนี้ แต่ในขณะนี้คณะกรรมการพอใจในสถานการณ์นี้ เรื่องของความโปร่งใสเป็นเรื่องที่เถียงด้วยยาก”

ราคาของวัคซีนบางตัวต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่นวัคซีนผสมตัวสำคัญที่ป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบีและโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ haemophilus influenzae ชนิดบี มีราคาเพียง 2.25 เหรียญสหรัฐต่อโดสเมื่อซื้อจาก Serum Institute of India เมื่อปีที่ผ่านมา แต่มีราคาถึง 3.20 เหรียญสหรัฐต่อโดสเมื่อซื้อจากครูเซลล์ (Crucell) ซึ่งเป็นบริษัทของสวิสเซอร์แลนด์ที่เพิ่งถูกซื้อไปโดยจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

“พระเจ้าช่วย” นายเบอร์แมนอุทานเมื่อได้ฟังราคาวัคซีนใหม่ “ผมไม่รู้เลยว่าราคาต่างกันถึงขนาดนี้ ถึงหนึ่งเหรียญเลยหรือนี่ มิน่าล่ะที่จอห์นสันแอนด์จอห์นสันซื้อครูเซลล์ เพราะรายได้ถึงร้อยละ 60 ของ ครูเซลล์มาจากการสั่งซื้อของ GAVI"

ในปัจจุบันมีห้าบริษัทที่ขายวัคซีนตัวนี้ให้กับยูนิเซฟ ในช่วงหลายปีก่อนเมื่อแกล็กโซสมิทไคลน์ (GlaxoSmithKline) ยังเป็นบริษัทเดียวที่ยื่นประมูลสัญญาจัดซื้อ ได้ขายวัคซีนตัวนี้ให้กับยูนิเซฟในราคา 3.60 เหรียญสหรัฐ (เด็กหนึ่งคนควรที่จะได้รับสามโดส)

โจน โฮวี โฆษกของยูนิเซฟกล่าวว่ายูนิเซฟตัดสินใจเปิดเผยราคาในครั้งนี้ “ด้วยความหวังว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดมากขึ้นและทำให้ราคาวัคซีนต่ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนตัวใหม่ๆ”

ในขณะที่วัคซีนบางตัวอย่างเช่นวัคซีนป้องกันโปลิโอมีราคาเพียงแค่ 12 เซนต์ และมีทั้งหมดเจ็ดบริษัทที่ผลิตอยู่ แต่ตัวล่าสุดที่ต้านโรตาไวรัสและเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสนั้นมีราคาแพงและมีเพียงหนึ่งหรือสองบริษัทเท่านั้นที่ผลิตอยู่ในขณะนี้

ตัวอย่างเช่นวัคซีนนิวโมคอคคัสนั้นผลิตโดยไฟเซอร์ (Pfizer) และแกล็กโซสมิทไคลน์เท่านั้น โดยทั้งสองบริษัทขายวัคซีนนี้ในราคา 3.50 เหรียญสหรัฐต่อโดสให้กับยูนิเซฟ อย่างไรก็ดีภายใต้พันธะ Advance Market Commitment ที่ GAVI เป็นผู้ต่อรองเพื่อดึงดูดให้บริษัทเภสัชกรรมที่ผลิตวัคซีนคงการผลิตเพื่อประเทศที่ยากจนต่อไปนั้น ทั้งสองบริษัทนี้ยังได้รับเพิ่มอีก 3.50 เหรียญสหรัฐต่อโดสสำหรับการผลิตหกล้านโดสแรก แม้กระทั่งถ้าหากบริษัทคู่แข่งผลิตวัคซีนนี้ได้ในราคาสองเหรียญสหรัฐ นายเบอร์แมนกล่าวว่าบริษัทนั้นก็จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อดึงราคาให้สูงถึงเจ็ดเหรียญสหรัฐต่อโดส

นายเบอร์แมนกล่าวว่าสถานการณ์ในอุคมคติคือการที่ราคาวัคซีนที่ถูกแต่ยังมีกำไรเพียงพอที่จะดึงดูดใจบริษัทเภสัชกรรมที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลกให้ผลิต

การดำเนินการของยูนิเซฟในครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ผู้จัดซื้ออื่นๆ เรียกร้องให้ตนซื้อวัคซีนได้ในราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่ยูนิเซฟได้ ตัวอย่างเช่นองค์การอนามัยสาธารณสุขแพนอเมริกัน (Pan American Health Organization) ต่อรองราคาที่ประเทศรายได้ต่ำและปานกลางในโลกตะวันตกเหมาซื้อได้เมื่อซื้อผ่านองค์การฯ ที่ผ่านมาองค์การฯ เปิดเผยเฉพาะราคาเฉลี่ยที่จ่ายสำหรับวัคซีนเช่นเดียวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟได้แจ้งให้ผู้ที่ต้องการประมูลสัญญาซื้อขายกับยูนิเซฟให้รับทราบโดยทั่วกันว่าในอนาคตยูนิเซฟจะประกาศราคาที่ยูนิเซฟซื้อวัคซีนจากแต่ละบริษัท ก่อนหน้าสัปดาห์นี้หลายบริษัทปฏิเสธไม่อนุญาตให้ยูนิเซฟเปิดเผยราคาที่จ่ายจริงแก่บริษัท

นางฮอล กล่าวว่าบริษัทเหล่านี้ถ่วงเวลาโดยแจ้งว่าจำเป็นต้องปรึกษากับทนายเกี่ยวกับผลกระทบต่อการป้องกันการผูกขาดและการกีดกันทางการค้า ทั้งฮอลและเบอร์แมนเห็นจุดอ่อนของข้ออ้างนี้ นั่นคือราคาที่ผู้บริจาคจ่ายสำหรับยารักษาโรคจากบริษัทเดียวกันนี้มีการเปิดเผยกันเป็นปกติ และเหตุผลเกี่ยวกับการป้องกันการผูกขาดและการกีดกันทางการค้านั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับราคาที่บวกเพิ่มจากปกติมากกว่า

ในที่สุดเกือบทุกบริษัทได้ให้ความยินยอม บริษัทผู้จัดจ่ายขนาดใหญ่เพียงบริษัทเดียวที่ยังปฏิเสธอยู่คือโนวาร์ตีส (Novartis)โฆษกของบริษัทกล่าวในวันศุกร์ว่าโนวาร์ตีส “ไม่เปิดเผยราคาวัคซีนของบริษัทเพราะเป็นข้อมูลที่เป็นการแข่งขันทางการตลาด” เมอร์คและบีซีจีของญี่ปุ่นปฏิเสธที่จะเปิดเผยเช่นกัน แต่ยูนิเซฟซื้อวัคซีนเพียงตัวเดียวจากแต่ละบริษัทนี้

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children