ยูนิเซฟร่วมกับสาธารณสุขตูนิเซียฉีดวัคซีนให้เด็กในค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนตูนิเซีย-ลิเบียโดยโรชาน คาดิวี ราส เจดีร์ ตูนิเซีย 21 มีนาคม 2554 - ยูนิเซฟได้ให้การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขตูนิเซียในการให้บริการฉีดวัคซีนแก่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีซึ่งอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยชั่วคราวที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ชายแดนตูนิเซีย – ลิเบีย โครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนมีระยะเวลา 3 วัน โดยเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคโปลิโอ โรคหัด โรคคอตีบ โรคบาดทะยัก ฯลฯ ให้กับเด็ก ที่ลี้ภัยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในลิเบีย นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาเพื่อช่วย ประเมินสถานการณ์สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก “การปฏิบัติงานในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับวัคซีน นอกจากนี้ เรายังได้แจกคู่มือเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนให้แก่ครอบครัวของเด็กด้วยเพื่อให้สามารถติดตามผลการได้รับวัคซีนต่อไปได้” นางฟิลาลี นาเช พยาบาลชาวตูนิเซียจากโรงพยาบาลในภูมิภาค เบน แกร์เดน ทางตอนใต้ของตูนิเซียกล่าว ฟิลาลีกล่าวอีกว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะประเมินได้อย่างแม่นยำว่าเด็กเหล่านี้เคยได้รับวัคซีนชนิดใดมาบ้างก่อนที่จะลี้ภัยมายังค่ายแห่งนี้ มีเด็ก 54 คนได้รับวัคซีนที่ค่ายผู้ลี้ภัยชูชา นอกจากนี้ หญิงมีครรภ์อีก 8 คนที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก นอกจากนี้สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) กาชาดอิสลามของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลอดจนองค์กรเอกชนที่ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ชายแดนยังได้ตั้งค่ายผู้ลี้ภัยขนาดเล็กเพิ่มเติม และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของตูนิเซียจะเดินทางไปยังค่ายผู้ลี้ภัยเหล่านี้ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินสถานการณ์และจัดโครงการฉีดวัคซีนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยูนิเซฟต่อไป งานของยูนิเซฟ ยูนิเซฟและพันธมิตรยังคงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำห้องน้ำชั่วคราว และรณรงค์ให้เกิดความตระหนักในเรื่องของสุขอนามัยที่ดี ตลอดจนจัดกิจกรรมด้านการคุ้มครองสิทธิเด็ก เช่น การจัดพื้นที่ซึ่งเหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก โดยดำเนินการร่วมกับ Save the Children และคณะนักจิตวิทยาชาวตูนิเซีย ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กของยูนิเซฟก็กำลังทำงาน ร่วมกับ Save the Children กาชาดและพันธมิตรอื่นๆ ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เด็กและเยาวชนต้องพรากจากครอบครัวและไม่มีผู้ปกครองดูแล ตลอดจนขึ้นทะเบียนเด็กเกิดใหม่ในค่ายผู้ลี้ภัย “ประเทศของเราเพิ่งจะมีการปฏิวัติ” เอลิส เชาอาชิ ผู้ฝึกอบรมชาวตูนิเซียซึ่งทำงานร่วมกับยูนิเซฟและ Save the Children กล่าว “เรากำลังติดตามสถานการณ์ในลิเบียอย่างใกล้ชิด และเรารับรู้ถึงความเป็นปึกแผ่นเดียวกันกับประชาชนที่นั่น รวมถึงผู้ที่ลี้ภัยเข้ามาในประเทศของเราด้วย ดังนั้นเราจึงมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือ” ของใช้จำเป็นส่งถึงชายแดนลิเบีย ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นจากยูนิเซฟกว่า 47 ตันได้ส่งถึงเมืองเบนแกร์เดนใกล้กับชายแดนตูนิเซีย – ลิเบียแล้ว เพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ การคุ้มครองเด็ก อาหาร น้ำ สุขอนามัยและความสะอาดขณะนี้ สิ่งของที่ยูนิเซฟได้จัดส่งถึงตามพื้นที่ชายแดนได้แก่ ทั้งนี้ ยูนิเซฟจะจัดให้มีการส่งสิ่งของที่จำเป็นเพิ่มเติมได้แก่ วัคซีน อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ภาชนะบรรจุน้ำและอุปกรณ์ด้านสันทนาการต่าง ๆ
|