ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ปากีสถานเผชิญสภาวะการขาดแคลนโภชนาการ 6 เดือนหลังจากน้ำท่วม

© UNICEF/NYHQ2010-2728/Marta Ramoneda
เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังเรียนหนังสือที่ศูนย์ให้ความช่วยเหลือที่สนับสนุนโดยยูนิเซฟ

โดย มัลคอล์ม บราแบนท์

แคว้นสินธุ์ ประเทศปากีสถาน 27 มกราคม 2554 - ปากีสถานเผชิญสภาวะการขาดแคลนโภชนาการ 6 เดือนหลังจากน้ำท่วมประเทศปากีสถานได้ประสบอุทกภัยอย่างหนักเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ถึงแม้ว่าน้ำได้แห้งเหือดไปหมดแล้ว แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมนั้นได้ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมอีกระลอกหนึ่ง นั่นก็คือ สภาวะการขาดแคลนโภชนาการในเด็ก

จริงๆแล้ว ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ ก่อนที่จะเกิดน้ำท่วมในปลายเดือนกรกฎาคม 2553 นั้น ได้มีการทำวิจัยเรื่องนี้อย่างละเอียดในแคว้นสินธุ์ ทางตอนใต้ของประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลก ผลวิจัยครั้งนั้นพบว่า เกือบจะ 1 ใน 4 ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีอยู่ในภาวะขาดโภชนาการอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าการขาดแคลนโภชนาการจะเป็นปัญหาที่ประสบในประเทศปากีสถานมานาน แต่มันได้ทวีความรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นไปอีกหลังจากการเกิดอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว

ปัญหาสำคัญ
“เรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมซึ่งเป็นปัญหาขนาดใหญ่มหึมา” คริสเต็น เอลสบาย หัวหน้าฝ่ายสารนิเทศน์ของยูนิเซฟปากีสถานกล่าวขณะตรวจเยี่ยมหน่วยอนามัยในแคว้นสินธุ์“เด็กนับล้านคนกำลังเสี่ยงต่อภาวะการขาดแคลนโภชนาการ ทารกจำนวนมากกำลังจะตาย ในขณะที่คนที่กำลังจะเป็นแม่ก็กำลังเสี่ยงต่อการตายขณะคลอด”

วิกฤตการณ์นี้เป็นผลกระทบจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความยากจน การขาดแคลนอาหาร ปัญหาด้านสุขภาพ โอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค การขาดสุขอนามัย รวมถึงการขาดการศึกษา

ยูนิเซฟได้ร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนโภชนาการในเด็กและเพื่อให้มั่นใจว่า เด็กเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือและการรักษา คณะกรรมาธิการยุโรปได้มอบเงิน 4 ล้านยูโรให้กับยูนิเซฟเพื่อช่วยเหลือด้านการขาดแคลนโภชนาการในหมู่ประชากรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในแคว้นสินธุ์และปันจาบ

“น้ำท่วมนั้นทำให้คนหมดหนทางในการดำเนินชีวิต มันเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่ดิฉันได้พบเจอในสถานการณ์ฉุนเฉินของโลก” คาเรน แอลเลน รองผู้แทนยูนิเซฟประเทศปากีสถานกล่าว

ศูนย์บำบัดภาวะการขาดโภชนาการ
ซาลีม แบบบาร์ วัย 6 เดือนกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของคุณแม่ฮุสนา วัย 40 ปีในศูนย์ปรับเสถียรภาพที่ได้รับการสนับสนุนโดยยูนิเซฟ ในเมือง Shadatkot ทางตอนเหนือของแคว้นสินธุ์ในขณะที่เด็กชายซาลีมกำลังรอพบแพทย์อยู่นั้น ตาสีน้ำตาลของเขาก็จ้องมองที่หน้าแม่ ขณะที่ปากของเขาก็ขยับเบาๆราวกับว่าเขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ

ซาลีมเกิดเมื่อวันที่น้ำได้เริ่มท่วมปากีสถาน ตัวของเขาผอมแห้งและน้ำหนักของเขาก็ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเนื่องจากฮุสนาไม่มีน้ำนมจะเลี้ยงบุตรชาย

“ฉับเจ็บปวดไปถึงอกเมื่อฉันเห็นลูกชายไม่สบาย” ฮุสนากล่าว “บางครั้ง ซาลีมไอและไข้ขึ้นสูงตลอดคืน...มันทำให้ฉันกังวลมากเมื่อเสียงหายใจของลูกดังผิดปกติ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก และฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี”

ซาลีมยังนับว่าเป็นเด็กที่โชคดี เขายังมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่รอดเนื่องจากฮุสนาสังเกตเห็นสภาวะไม่ปกติของลูกชาย จึงได้พาเขาไปรักษาที่ศูนย์บำบัดภาวะการขาดแคลนโภชนาการศูนย์หนึ่งซึ่งเริ่มมีมากขึ้นหลังจากที่น้ำในแม่น้ำสินธุและแควน้ำต่างๆได้เอ่อท่วมบ้านเรือนในปากีสถาน ซาลีมเป็นเด็กที่โชคดีคนหนึ่ง เพราะอาการขาดแคลนโภชนาการของเขาได้รับการวินิจฉัยในขณะที่ยังไม่สายเกินไป

ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่อยู่ในอันตรายถึงชีวิต เพราะภาวะการขาดโภชนาการของเขาไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือบำบัด พ่อแม่ส่วนใหญ่ในประเทศมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจึงไม่สังเกตเห็นสภาวะนี้ในบุตร ซึ่งสาเหตุสำคัญก็มาจากความยากจนและการขาดการศึกษา เขาเหล่านี้มองเห็นว่า การที่เด็กตัวเล็กและแคระเกร็นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children