ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

ผลศึกษาชี้สื่อมวลชนไทยยังคงละเมิดสิทธิเด็กอย่างแพร่หลาย

กรุงเทพฯ 19 พฤศจิกายน 2552 – ผลการศึกษาเกี่ยวกับสื่อมวลชนกับสิทธิเด็กขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย เปิดเผยวันนี้ว่ายังคงพบการละเมิดสิทธิเด็กอย่างแพร่หลายในการนำเสนอเนื้อหาข่าวเกี่ยวกับเด็กในสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อโทรทัศน์ในประเทศไทย

ผลการศึกษา “การนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กผ่านสื่อมวลชน” ซึ่งจัดทำโดยคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย พบว่าร้อยละ 36 ของข่าวซึ่งรวมถึงเนื้อหาและภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ และร้อยละ 34 ของข่าวในโทรทัศน์ละเมิดสิทธิเด็ก

การศึกษาครั้งนี้เก็บตัวอย่างการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กจำนวนทั้งสิ้น 1,485  ชิ้นจากหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยชั้นนำจำนวน 3 ฉบับเป็นเวลา 183 วัน และจากสถานีโทรทัศน์จำนวน 3 ช่องเป็นเวลา 30 วัน ในระหว่างพ.ศ. 2551 โดย 1,244 ชิ้นเป็นตัวอย่างจากหนังสือพิมพ์ในรูปแบบของข่าว บทความ บทสัมภาษณ์ และภาพข่าว และ 241 ชิ้นเป็นตัวอย่างจากรายการข่าวโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมในช่วงเย็น

การศึกษาพบว่าการละเมิดสิทธิเด็กส่วนใหญ่ในหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มักมีลักษณะละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก กล่าวคือ ทั้งสองสื่อมักเปิดเผยเอกลักษณ์ตัวตนของเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงหรือตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ด้วยการเปิดเผยชื่อของเด็ก และ/หรือ ที่อยู่ ชื่อของพ่อแม่หรือญาติ และโรงเรียน นอกจากนี้ยังพบรูปแบบการละเมิดสิทธิเด็กอื่นๆ เช่น การใช้ภาษาหรือข้อความที่เร้าอารมณ์ให้สะเทือนใจ หรือสร้างความรู้สึกหวาดเสียวให้แก่ผู้อ่าน/ผู้ชม หรือใช้ภาษาที่ดูหมิ่นเหยียดหยาม หรือไม่เหมาะสมเมื่อกล่าวถึงเด็กหรือพฤติกรรมของเด็ก

นายโทโมโอะ โฮซูมิ ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้ว่าสื่อมวลชนจะมีความตระหนักในเรื่องสิทธิเด็กมากขึ้น และระมัดระวังในการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา แต่การศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่ายังคงต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิเด็กแก่สื่อมวลชนให้มากขึ้นและต่อเนื่อง เพื่อให้สื่อมีความละเอียดอ่อนมากขึ้นในกระบวนการทำข่าวเกี่ยวกับเด็ก”

จากจำนวนตัวอย่างที่มีการละเมิดสิทธิเด็กทั้งหมด พบว่าส่วนมากอยู่ในรูปแบบของข่าว และมักอยู่ในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ และในช่วงไฮไลท์ข่าวของรายการข่าวทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังพบการละเมิดสิทธิเด็กมากที่สุดในข่าวที่เกี่ยวกับความรุนแรงและเด็กถูกกระทำซึ่งรวมถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

การศึกษาพบว่าการละเมิดสิทธิเด็กส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม โดยหัวข้ออื่นๆ ที่มักพบการละเมิดสิทธิเด็กอย่างแพร่หลาย ได้แก่ อุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว  เด็กที่กระทำผิด และเด็กด้อยโอกาส

นอกจากนี้ การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่ามุมมองที่หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มีต่อเด็กในข่าวและภาพข่าวส่วนใหญ่เป็นมุมมองกลาง กล่าวคือ เน้นการรายงานตามความเป็นจริง ยกเว้น การรายงานที่เกี่ยวกับเด็กที่กระทำผิด ความรุนแรง และเด็กถูกกระทำ ซึ่งสื่อมักนำเสนอในมุมมองลบ คือ ตำหนิติเตียนเด็ก เหยียดหยาม หรือสมน้ำหน้า การศึกษาชิ้นนี้ยังชี้ให้เห็นว่าข่าวและภาพข่าวในหน้า 1 และหน้าอาชญากรรมมักมีรูปแบบการนำเสนอในมุมมองลบมากที่สุด

นายโฮซูมิกล่าวว่าวันที่ 20 พฤศจิกายน ปีนี้จะเป็นวันครบรอบ 20 ปี ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กซึ่งได้รับการรับรองโดยที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติใน พ.ศ. 2532 และเป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่มีการยอมรับมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอนุสัญญาฯ ได้กำหนดมาตรฐานของการดูแล การเยียวยา และการปกป้องคุ้มครองเด็ก ปัจจุบันมี 193 ประเทศเข้าร่วมเป็นภาคี สำหรับประเทศไทยเองได้เข้าเป็นภาคีใน พ.ศ. 2535 ซึ่งอนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้ในประเทศไทยนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

“อนุสัญญาเรียกร้องให้สื่อมวลชนเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้สื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่จะมีประโยชน์ทางสังคมและวัฒนธรรมแก่เด็กด้วย” นายโฮซูมิกล่าว “ทางที่ดีที่สุดที่จะฉลองโอกาสครบรอบ

20 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในประเทศไทย ก็คือการที่สื่อมวลชนซึ่งมีอิทธิพลมากของประเทศ จะช่วยกันรณรงค์เพื่อทำให้ผู้คนในสังคมไทยเข้าใจเรื่องสิทธิของเด็กมากขึ้น ในขณะเดียวกันสื่อเองก็จะเคารพสิทธิเด็กเมื่อต้องรายงานข่าวเกี่ยวกับเด็ก”

****
เกี่ยวกับองค์การยูนิเซฟ
องค์การยูนิเซฟได้ทำงานในประเทศไทยมาเป็นเวลา 60 ปีแล้ว โดยให้ความช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยให้สามารถมีชีวิตรอด เจริญเติบโตและพัฒนาได้ต่อไปนับตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยหนุ่มสาว องค์การยูนิเซฟปฎิบัติงานในกว่า 150 ประเทศและเขตปกครองต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ โภชนาการ การศึกษา ระบบน้ำและสุขาภิบาล การคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง การแสวงประโยชน์ และเอชไอวี/เอดส์ เงินทุนทั้งหมดของยูนิเซฟได้มาจากการบริจาคจากบุคคลทั่วไป ภาคธุรกิจ องค์กรต่างๆ และรัฐบาล

ณัฐฐา กีนะพันธ์ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย  02 356 9478, 086 616 7555, nkeenapan@unicef.org
ดร. ธาตรี ใต้ฟ้าพูล และอาจารย์ประไพพิศ มุทิตาเจริญ คณะวารสารศาตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 085 148 9321 และ 081 695 7634

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children