รายงานสภาวะเด็กโลกฉลองครบรอบ 20 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กนิวยอร์ก 19 พฤศจิกายน 2552 – วันนี้มีการนำเสนอรายงานสภาวะเด็กโลกฉบับพิเศษขององค์การยูนิเซฟซึ่งเป็นการติดตามรายงานผลของการจัดทำอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่ อันเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของการให้การรับรองอนุสัญญาฯ ดังกล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ “อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเป็นสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่มีการให้สัตยาบันมากที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ” นางแอน เอ็ม. เวนเนอแมน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูนิเซฟกล่าว “โดยได้เปลี่ยนแปลงความคิดที่เรามีและวิธีที่เราปฏิบัติต่อเด็กๆ ทุกคนทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง” อนุสัญญาฯ นี้มีรัฐภาคีที่ให้สัตยาบันแล้วทั้งสิ้น 193 ประเทศ อันเป็นกระบวนการที่แต่ละประเทศจะตัดสินใจยอมรับพันธะกรณีของสนธิสัญญานานาชาติด้วยตนเอง โดยกล่าวถึงสิทธิเด็กอันเป็นสากล เช่น สิทธิที่จะมีเอกลักษณ์ของตน มีสิทธิที่จะมีชื่อ มีสิทธิที่จะมีสัญชาติ สิทธิที่จะได้รับการศึกษา สิทธิที่จะได้รับการบริการทางสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากการถูกทำร้ายและแสวงประโยชน์ สิทธิเหล่านี้มีพื้นฐานจากหลักการสำคัญสี่ประการ นั่นคือ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นลำดับแรกในการกระทำทั้งปวงที่เกี่ยวกับเด็ก สิทธิที่จะมีชีวิตรอดและได้รับการพัฒนา ตลอดจนความเคารพในความคิดเห็นของเด็ก นอกจากนี้อนุสัญญาฯ ยังระบุพันธะสัญญาของรัฐภาคีในการที่จะต้องเคารพและประกันสิทธิตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาฯ นี้ ทั้งยังจะต้องคำนึงถึงสิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาในการเลี้ยงดูเด็กด้วย รายงานสภาวะเด็กโลก อธิบายความสำคัญของอนุสัญญาฯ ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ประเทศต่างๆ กว่า 70 ประเทศได้ผนวกประมวลกฎหมายเกี่ยวกับเด็กเข้าไว้กับกฎหมายประจำชาติ โดยอ้างอิงจากตัวบทของอนุสัญญาฯ เป็นหลัก นอกจากนั้นยังเกิดความตระหนักและการรณรงค์ประเด็นการคุ้มครองเด็กอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่มีการเปิดลงนามในอนุสัญญาฯ ดังกล่าวเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีความก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างมากภายใน 20 ปีที่ผ่านมา ดังนี้: • จำนวนเด็กอายุต่ำกว่าห้าปีที่เสียชีวิตในแต่ละปีลดลงจากประมาณ 12.5 ล้านคนในปี 1990 เหลือเพียงประมาณ 8.8 ล้านคนในปี 2008 แสดงว่าอัตราการตายในเด็กอายุต่ำกว่าห้าปีลดลงร้อยละ 28 อย่างไรก็ตาม ยูนิเซฟพบว่ายังมิอาจวางใจว่าเด็กทุกคนได้รับสิทธิที่พึงมีอย่างเท่าเทียมกัน “เราไม่อาจยอมรับการที่เด็กๆ ยังคงเสียชีวิตจากสาเหตุที่ป้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตจากอาการปอดบวม ไข้มาลาเรีย โรคหัด หรือการขาดสารอาหาร” นางเวนเนอแมนกล่าว “เด็กๆ จำนวนมากมายทั่วโลกจะไม่มีโอกาสได้เห็นว่าห้องเรียนเป็นอย่างไร เด็กจำนวนมากมายหลายล้านคนไม่ได้รับความคุ้มครองจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกแสวงหาผลประโยชน์ การถูกเลือกปฏิบัติ และการถูกทอดทิ้ง” สิทธิของเด็กหญิงยังคงต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เด็กส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนเป็นเด็กผู้หญิง และเด็กผู้หญิงมักเสี่ยงต่อความรุนแรงทางเพศ การถูกค้าหรือบีบบังคับให้แต่งงานมากกว่า ในหลายภูมิภาคเด็กผู้หญิงยังมีสิทธิได้รับการดูแลด้านสาธารณสุขน้อยกว่าอีกด้วย รายงานฉบับนี้ยังรวมบทความพิเศษของผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นตัวแทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนตัวอย่างของสถานการณ์ด้านสิทธิเด็กในประเทศต่างๆ อีกด้วย บทความของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้หลายบทความได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ที่อนุสัญญาฯ จะทำได้ในโลกที่มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการเปลี่ยนเป็นสังคมเมืองอันนำมาซึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมายสำหรับอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้าและไกลกว่านั้น นอกจากนั้นรายงานฉบับนี้ยังให้ข้อเสนอแนะซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานด้านสิทธิเด็กมีความก้าวหน้าต่อไปอีกด้วย มีการจัดงานฉลองครบรอบ 20 ปีของการรับรองอนุสัญญาฯ นี้ในมากกว่า 160 งานทั่วโลก รายงานสภาวะเด็กโลก ฉบับพิเศษนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองซึ่งจัดทำขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงการจัดงานเฉลิมฉลองและการเสวนาระดับโลกในวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ โดยได้รับความร่วมมือจากภาคสังคมและรัฐบาล “ความท้าทายอันใหญ่หลวงที่เราจะประสบในอีก 20 ปีข้างหน้าก็คือ ความพยายามที่จะทำให้กิจกรรมทั้งหลายคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ” นางเวนเนอแมนเสริม “เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนได้รับสิทธิที่จะมีชีวิตรอด ได้รับการพัฒนา ความคุ้มครอง และการมีส่วนร่วมทุกประการ” เกี่ยวกับยูนิเซฟ สำหรับบรรณาธิการและผู้ประกาศข่าว: ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลมัลติมีเดียซึ่งจะมีรูปและ b-roll ที่ www.thenewsmarket.com/unicef หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม รายงานฉบับเต็ม และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ กรุณาติดต่อ: ณัฐฐา กีนะพันธ์ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย 02 356 9478, 086 616 7555, nkeenapan@unicef.org
|