สถานการณ์เป็นอย่างไร
เพื่อสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทุกคนในประเทศไทย จำเป็นต้องมีการเพิ่มพูนขีดความสามารถให้หน่วยงานต่างๆ ในระดับท้องถิ่นซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐให้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน เราจำเป็นต้องสร้างศักยภาพให้กับเด็กๆ ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงและครอบครัวของพวกเขา โดยการให้ความรู้ ทักษะ และความมั่นใจที่จะทำให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเอง และเรียกร้องสิทธิที่จะได้รับบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ตนเองพึงได้ ชนบทที่ห่างไกลเป็นที่ที่จำเป็นจะต้องมีแผนงานส่งเสริมศักยภาพให้แก่ชุมชนมากที่สุด เพราะเป็นที่ที่ทรัพยากรและบริการต่างๆ มีจำกัด ความเหลื่อมล้ำทางฐานะ การศึกษา การดูแลสุขภาพและปัจจัยอื่นๆ ทำให้เด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ยังคงต้องทนทุกข์ต่อความลำบากยากแค้น ยิ่งไปกว่านั้น เด็กในกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ซึ่งรวมถึงเด็กชนเผ่า เด็กผู้ลี้ภัย และเด็กที่เป็นแรงงานอพยพ ยังต้องทนกับความยากแค้นดังกล่าวไปพร้อมๆ กับการถูกเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นมานานนับปี เด็กๆ เหล่านี้ถูกกีดกันจากกระบวนการพัฒนาประเทศ ขาดช่องทางที่จะเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของตน และขาดศักยภาพที่จะช่วยเหลือตนเองให้พ้นจากความยากแค้นดังกล่าว หน่วยงานต่างๆ ในชนบทที่ห่างไกลอาจมีศักยภาพจำกัด เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรที่มีทักษะ อุปสรรคดังกล่าวทำให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นต้องพยายามดิ้นรนนำนโยบายสังคมและกลยุทธ์ต่างๆ ที่กำหนดจากส่วนกลางมาใช้ปฎิบัติในพื้นที่ โดยที่นโยบายหรือกลยุทธ์นั้นอาจไม่ได้คำนึงถึงช่องว่างหรือขีดความสามารถของหน่วยงานระดับท้องถิ่นหรือชุมชน
ข้อเท็จจริง • การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ถ้าชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเอง • เด็กที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่สุดมักอาศัยอยู่ในชนบทที่ห่างไกล ซึ่งงบประมาณและทรัพยากรบุคคลมีจำกัด • การตระหนักในสิทธิเด็กจะเกิดขึ้นได้ในระดับท้องถิ่นนั้น ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัว ชุมชน และรัฐบาล เพื่อที่จะพัฒนาต้นแบบที่ยั่งยืนที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค • การกระจายอำนาจทำให้งบประมาณของรัฐร้อยละ 35 กำลังถูกใช้ไปในระดับท้องถิ่น |