เราทำอะไร
องค์การยูนิเซฟทำงานเพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เราให้การดูแลเด็กและเยาวชนที่ติดเชื้อ ยูนิเซฟยังสนับสนุนรัฐบาลในการนำทักษะการใช้ชีวิต และความรู้เรื่องเอชไอวี/เอดส์เข้าไปไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของชาติ และมีส่วนช่วยในการอบรมแบบเพื่อนสู่เพื่อนในหมู่นักวิชาการศึกษา นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังได้ให้การสนับสนุนโครงการของรัฐบาลในการป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกที่กำลังดำเนินงานอยู่ทั่วประเทศ ในระดับชุมชน เราได้ชักชวนผู้ที่มีบทบาทสำคัญมาร่วมกันวางแผนงานในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์ในชุมชน เช่น การสร้างที่อยู่อาศัย การดูแลเด็กกำพร้า การไปเยี่ยมบ้าน การฟื้นฟูสภาพจิตใจ และการเปลี่ยนทัศนคติที่ผิดๆ เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เราช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทักษะ และบริการต่างๆ โดยให้การสนับสนุนกลุ่มชุมชนต่างๆ ที่ทำงานเรื่องเอดส์ ในขณะเดียวกัน เราให้การสนับสนุนเครือข่ายของเยาวชน ที่กำลังหาวิธีสื่อสารเรื่องเชื้อไวรัสเอชไอวี/เอดส์ต่อไปยังกลุ่มเพื่อนเยาวชนด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “มีสิทธิ์ที่จะรู้” เรายังทำงานร่วมกับผู้นำทางศาสนาของทุกศาสนา เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยาสภาพจิตใจแก่บรรดาเด็กที่ติดเชื้อ และช่วยลดทัศนคติที่ไม่ถูกต้องของชุมชนต่อเชื้อเอชไอวี/เอดส์ การที่เกือบทุกหมู่บ้านมีวัด หรือสุเหร่า และประชาชนก็เคยปรับทุกข์กับพระหรือนักบวชในศาสนาของตน ทำให้ปัจจุบันหลายๆ คนสามารถมาขอคำปรึกษาและได้รับการเยียวยาผ่านบุคคลในศาสนาของตนได้ จากเดิมที่รู้สึกว่าไม่สามารถเปิดเผยเรื่องโรคของตนกับใครได้เลย
พระหรือผู้สอนศาสนาทุกศาสนามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชุมชน เนื่องจากเป็นผู้ที่ผู้คนเคารพนับถือ ท่านเหล่านั้นมีอิทธิพลในการช่วยเปลี่ยนทัศนคติผิดๆ ของคนในชุมชนทีมีต่อผู้ติดเชื้อ และสามารถช่วยลดการเลือกปฏิบัติของคนในสังคมที่มีต่อผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ ท่านยังสามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย งานขององค์การยูนิเซฟที่มีสำคัญอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่ง คือ การส่งเสริมให้เด็กที่ติดเชื้อ รวมทั้งพ่อแม่ของเด็กได้เข้าถึงยาต้านไวรัส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากกว่าการทำให้โรงพยาบาลมีสต๊อกยาที่พร้อมจะแจกฟรีให้แก่ผู้ติดเชื้อเสียอีก เพราะบางครั้งเด็กติดเชื้อที่อาศัยอยู่กับปู่ยาตายายหรือพ่อแม่ที่เจ็บป่วย ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลเองได้ เพราะผู้ปกครองไม่แข็งแรงพอที่จะพาไป หรือไม่มีเงินค่ารถ หรือไม่อยากเสียเวลาทำงาน ขณะเดียวกัน วิธีการปฏิบัติตนโดยการรักษาด้วยยาต้านไวรัสนั้นเป็นเรื่องจุกจิก เพราะคนไข้จำเป็นต้องทานยาหลายขนาน และทานยาในปริมาณและเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยา (เพราะนั่นจะทำให้ต้องใช้ยาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพงกว่ามาก) ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ยูนิเซฟได้ให้ทุนแก่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อนำยาต้านไวรัสไปรักษาเด็กตามชุมชนต่างๆ ในจังหวัด และให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ (AIDS Access Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดเชียงราย ที่ให้การดูแลและให้คำปรึกษาแก่เด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ สามารถทานยาเองได้ องค์การยูนิเซฟพยายามแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ โดยการให้โอกาสเด็กที่ติดเชื้อได้แสดงออก เช่น เราสนับสนุนโครงการ "นิทรรศการวาดชีวิต" (Paint My Life) ที่ดำเนินงานโดย "กลุ่มเราเข้าใจ" (We Understand Group) ซึ่งได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและงานเขียนของเด็กๆ ที่ติดเชื้อ ทำให้เด็กๆ สามารถระบายความรู้สึกและประสบการณ์ของตนผ่านงานศิลปะและหนังสือ ภาพวาดของเด็กๆ และเรื่องที่พวกเขาเขียนนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังที่สามารถจุดประกายให้สังคมเกิดความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ติดเชื้อ และยังเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถของพวกเขา ที่แม้จะเจ็บป่วยแต่ก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้เช่นเดียวกับคนอื่น
|