เด็กที่ไม่ได้เข้าเรียน
เด็กควรจะได้รับบริการพัฒนาเด็กปฐมวัยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตั้งแต่อายุสามขวบ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถเริ่มพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต และเมื่อเด็กอายุครบหกขวบพวกเขาจะต้องเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง เพราะการขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ หรือการเข้าเรียนล่าช้ากว่าเกณฑ์อายุ จะทำให้ความก้าวหน้าทางการเรียนชะงักงัน และมีโอกาสสูงที่จะทำให้เด็กเลิกเรียนกลางคัน และตกเข้าสู่วงจรของความยากจน สำหรับประเทศไทย สถิติในรอบสองสามปีที่ผ่านมานี้ชี้ให้เห็นว่าเด็กเพียงร้อยละ 61 เท่านั้นที่ได้รับบริการจากสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบใดแบบหนึ่ง นอกจากนี้เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6 ถึง 11 ปี) จำนวนประมาณ 620,000 - 773,000 คนไม่ได้เข้าโรงเรียนหรือเข้าเรียนล่าช้ากว่าเกณฑ์อายุ และเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่หนึ่งในปี 2541 ไม่ได้เรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนจำนวนมากมาจากครอบครัวที่ยากจนสุดขีด หรือเป็นเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กไร้สัญชาติ เด็กลูกแรงงานอพยพ เด็กพิการและเด็กติดเชื้อเอชไอวี ยูนิเซฟทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการปรับปรุงระบบการติดตามเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียน ระบบดังกล่าวกำลังมีการนำร่องอยู่ใน 25 จังหวัดและมีการฝึกอบรมบุคคลกรทางการศึกษาให้สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันยูนิเซฟยังได้ร่วมงานกับภาคธุรกิจในการสร้างความตระหนักในสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียน และให้ประเด็นนี้กลายมาเป็นวาระที่สำคัญของชาติ
สถิติ • เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6 ถึง 11 ปี) จำนวนประมาณ 620,000 - 773,000 คนไม่ได้เข้าโรงเรียนหรือเข้าเรียนล่าช้ากว่าเกณฑ์อายุ • ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศของโลกที่มีสัดส่วนเด็กวัยประถมที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนรวมกันถึงกว่าครึ่งหนึ่งของสัดส่วนเด็กวัยดังกล่าวที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนทั้งหมดของโลก • เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่หนึ่งในปี 2541 ไม่ได้เรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บทความที่เกี่ยวข้อง ยูนิเซฟช่วยเด็กในย่านชุมชนแออัดในกรุงเทพฯให้ได้รับการศึกษา โรงเรียนในไร่ส้ม: สถานที่ให้การศึกษาแก่เด็กๆลูกหลานของแรงงานต่างด้าว แอน ทองประสม ทูตยูนิเซฟเพื่อเด็กและเยาวชนวอนขอให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษา Photo essay ห้องเรียนหย่อมบ้าน: การศึกษาเพื่อเข้าถึงเด็กทุกคน Photo essay
[View photo essay] |