การศึกษา

ภาพรวม

เด็กที่ไม่ได้เข้าเรียน

การพัฒนาเด็กปฐมวัย

คุณภาพการศึกษา

 

ภาพรวม

© UNICEF Thailand/2008/M. Thomas
เด็กหญิงกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ในโรงเรียนหย่อมบ้านแห่งหนึ่งในอ. ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน

ประเทศไทยได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะประกันสิทธิของเด็กทุกคนในประเทศไทยให้ได้รับการศึกษาโดยทั่วถึงกันตามพันธะที่บัญญัติไว้ในตัวบทกฎหมายและกฎเกณฑ์หลายฉบับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ประกันสิทธิของเด็กทุกคนในประเทศไทยที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพโดยถ้วนหน้าและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ประกาศของคณะรัฐมนตรีในปี 2548 ได้ย้ำเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้อีกครั้งหนึ่งโดยได้ครอบคลุมถึงสิทธิของเด็กที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นอกเหนือจากนี้ในปี 2552 รัฐบาลยังได้ประกาศขยายการศึกษาพื้นฐานจาก 12 ปีเป็น 15 ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย    

เด็กจำนวนมากขึ้นในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน อัตราการเข้าเรียนของเด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6 ถึง 11 ปี) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 81.4 ในปี 2543 เป็น 90.05 ในปี 2552 อัตราการเข้าเรียนของเด็กวัยมัธยมศึกษา (อายุ 12 ถึง 17 ปี) ก็เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55.4 ในปี 2543 เป็นร้อยละ 72.22 ในปี 2552   อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาความท้าทายอีกหลายประการที่ต้องแก้ไขต่อไปเพื่อที่จะประกันโอกาสการเข้าถึงการศึกษาพื้นฐานที่มีคุณภาพอย่างถ้วนหน้าสำหรับเด็กทุกคนในประเทศไทย (โปรดดูสถิติในกล่องข้อมูลด้านขวา)

บทบาทของยูนิเซฟ

โครงการด้านการศึกษาของยูนิเซฟเน้นการส่งเสริมโอกาสให้เด็กเล็กได้รับบริการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าเรียนระดับประถมและมัธยมต้นที่เหมาะสมตามเกณฑ์อายุและการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เน้นเด็กและเยาวชนทั้งที่อยู่ในและนอกระบบโรงเรียน เราเน้นความเสมอภาคทางเพศ การศึกษาของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ วิธีการเรียนการสอนสมัยใหม่ เช่น ระบบการเรียนการสอนแบบสองภาษาและแบบคละชั้น การสอนทักษะชีวิต การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน และผลสำเร็จทางการเรียนเป็นสำคัญ

โครงการของยูนิเซฟให้ความสำคัญเป็นพิเศษเกี่ยวกับการศึกษาสำหรับเด็กยากจน เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กไร้สัญชาติ เด็กลูกแรงงานต่างด้าว เด็กพิการ เด็กกำพร้าและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวีเอดส์

เป้าหมายของยูนิเซฟ

• พัฒนาระบบการติดตามเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียน ซึ่งเป็นระบบของกระทรวงศึกษาธิการ

• ส่งเสริมเด็กที่ด้อยโอกาสได้เข้าเรียนตามเกณฑ์อายุและเรียนจนจบเก้าปีในการศึกษาภาคบังคับ  

• ส่งเสริมให้เด็กเล็กได้เข้าถึงบริการพัฒนาการที่มีคุณภาพ  

• ส่งเสริมโมเดล “โรงเรียนเพื่อนเด็ก” เข้ามาเป็นองค์ประกอบในการวางแผน นโยบายและมาตรฐานด้านการศึกษาของชาติ และประกันให้โรงเรียนทั่วประเทศมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและให้ความคุ้มครองแก่เด็ก และเคารพสิทธิเด็ก

 

 

 

 

 

สถิติ

• ถึงแม้ว่าสมองของเด็กจะมีการพัฒนาที่รวดเร็วในช่วงห้าปีแรกของชีวิต แต่มีเด็กเพียงร้อยละ 61 ในประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับบริการจากสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบใดแบบหนึ่งในระหว่างปี 2548 และ 2549

• เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6 ถึง 11 ปี) จำนวนประมาณ 620,000 - 773,000 คนไม่ได้เข้าโรงเรียนหรือเข้าเรียนล่าช้ากว่าเกณฑ์อายุ

• ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศของโลกที่มีสัดส่วนเด็กวัยประถมที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนรวมกันถึงกว่าครึ่งหนึ่งของสัดส่วนเด็กวัยดังกล่าวที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนทั้งหมดของโลก

• เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่หนึ่งในปี 2541 ไม่ได้เรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

• การประเมินคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งหมด 8,276 แห่ง พบว่าเพียงร้อยละ 34 เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำในการให้บริการดูแลเด็กเล็ก

• ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 50 สำหรับการอ่าน ลำดับที่ 50 สำหรับคณิตศาสตร์ และลำดับที่ 49 สำหรับวิทยาศาสตร์ จากประเทศที่เข้าร่วมโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ทั้งหมด 65 ประเทศ

• คะแนนเฉลี่ยของเด็กชั้นประถม 6 และมัธยม 6 ใน 4 วิชาหลักคือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในรอบหลายปีที่ผ่านมาต่ำกว่าร้อยละ 50

• ข้อมูลด้านบนเป็นข้อมูลเฉลี่ยระดับชาติ สถานการณ์ของเด็กในครอบครัวที่ยากจนที่สุดและเด็กที่มีความด้อยโอกาสอื่นๆ เช่น เด็กที่พิการ เลวร้ายกว่าเด็กทั่วไป


ค้นหา

 Email this article

unite for children