การเผยแพร่และการระดมพลังในสังคม

สถานการณ์เป็นอย่างไร

เราทำอะไร

การสื่อสารเรื่องไข้หวัดนก

เรื่องราวของเด็กๆ

 

สถานการณ์เป็นอย่างไร

© UNICEF-Thailand/2005/Youkonton
การมีส่วนร่วมของเยาวชนในการผลิตสื่อเป็นการช่วยรักษาสิทธิในการแสดงออกของพวกเขา และยังช่วยฝึกทักษะสำหรับอนาคตด้วย

เรากำลังมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของทัศนคติที่สังคมมีต่อเด็ก จากเดิมเด็กถูกมองว่าเป็นเสมือนทรัพย์สมบัติของผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันสังคมกำลังมองว่าเด็กเป็นคนๆ หนึ่งที่มีตัวตน มีสิทธิ มีคุณค่า และมีศักยภาพในการทำประโยชน์ให้สังคมเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ทัศนคติที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ช่วยทำให้เด็กมีความเสี่ยงน้อยลงที่จะถูกทอดทิ้ง แสวงประโยชน์ ล่วงละเมิด และละเลย

ถึงกระนั้นก็ดี เรายังคงต้องรณรงค์ต่อไปในการส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงสิทธิเด็กและการเคารพในสิทธิของเด็ก และการรณรงค์ควรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม เช่น ชุมชน รัฐบาล สถาบันการศึกษา นักการเมือง เด็กและเยาวชน ภาคเอกชน และสื่อ

การรณรงค์ทำได้หลายรูปแบบ เช่น รณรงค์ในระดับนโยบายกับผู้มีอำนาจตัดสินใจในการออกกฎหมายและกำหนดนโยบาย ความสำเร็จที่ผ่านมา คือ การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งเพิ่มบริบทการคุ้มครองเด็กมากขึ้น และปรับปรุงวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่งานยุติธรรมและตำรวจให้มีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของเด็กที่ทำผิดกฎหมาย

ส่วนการรณรงค์ในระดับชุมชน หมายถึง การทำให้ครอบครัวตระหนักในสิทธิต่างๆ ของเด็ก และพร้อมที่จะดูแลและปฎิบัติต่อเด็กเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ

นอกจากนี้ ปัญหาของเด็กควรได้รับการนำเสนออย่างกว้างขวางในสื่อ เพื่อที่ว่าปัญหาเด็กจะไม่ถูกละเลย องค์การยูนิเซฟส่งเสริมให้เกิดการแสดงความคิดเห็นและการวิเคราะห์นโยบายของรัฐบาลและทัศนคติของสังคมที่มีต่อเด็กในสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ เป้าหมายต่อไปของเรา คือ การนำเสนอสื่อสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จทั้งที่ทำโดยผู้ใหญ่และที่เด็กทำเอง เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การส่งเสริมให้สื่อใช้อำนาจที่มีอยู่ในทางที่ดีและสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เนื่องจากประชาชนจำนวนมากบริโภคสื่อในรูปแบบต่างๆ โดยร้อยละ 95 ของครอบครัวคนไทยในปัจจุบันมีโทรทัศน์ เพราะเหตุนี้ จะเห็นได้ว่าเรื่องที่สื่อนำเสนอสามารถมีอิทธิพลต่อทัศนคติของคนในสังคมอย่างมาก

© UNICEF-Thailand/2000/Youkonton
เด็กๆ สัมภาษณ์คุณอานันท์ ปันยารชุน ในกิจกรรมหนึ่งของโครงการเพิ่มการมีส่วนร่วมของเด็กในสื่อ

สื่อมีอิทธิพลต่อเด็กอย่างยิ่ง เด็กจำนวนมากบริโภคสื่อในรูปแบบต่างๆ แต่ผู้ผลิตสื่อจำนวนมากกลับมักมองข้ามเด็ก รายการเด็กเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการให้ทั้งความรู้และความบันเทิงแก่เด็ก โดยสื่อสำหรับเด็กสามารถสอนเด็กเรื่องสิทธิที่ตนพึงมี และสอนให้เด็กรู้จักรักษาสิทธิตนเอง ทั้งยังสามารถช่วยเตือนเด็กๆ ถึงอันตรายของเอชไอวี/เอดส์ และพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ซึ่งเด็กๆ จะได้รู้สึกว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงสื่อที่เป็นประโยชน์กับเขาได้เมื่อต้องการ

รูปแบบของการบริโภคสื่อในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ครัวเรือนร้อยละ 95 มีโทรทัศน์ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ห่างไกลในหุบเขาและในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบัน มีคนไทยเพียงร้อยละ 43 เท่านั้นที่ฟังวิทยุ แม้ว่าจะยังคงเป็นที่นิยมของวัยรุ่นและเยาวชนอยู่ก็ตาม

ร้อยละ 10 ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนทั้งเพศชายและหญิง โดยส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในเขตเมือง
นักวิจารณ์มักติเตียนสื่อว่ามีอิทธิพลในทางลบกับเด็ก แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวยังไม่ชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กให้ความเห็นว่าปัญหาที่แท้จริงคือการขาดการควบคุมตรวจสอบสื่อ ดังนั้น ถ้ามีระบบตรวจสอบความเหมาะสมของข้อมูล การใช้อินเตอร์เน็ตและโทรทัศน์ก็น่าจะเป็นประโยชน์

ใน พ.ศ. 2546 รัฐบาลได้สนับสนุนสถานีโทรทัศน์และวิทยุต่างๆ ให้นำเสนอรายการสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวอย่างน้อยร้อยละ 15 ของช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการออกอากาศ (primetime)

 

 

 

 

ข้อเท็จจริง

• สื่อมวลชนมีเสรีภาพพอสมควร แม้จะมีเรื่องที่น่าวิตกเกี่ยวกับการควบกิจการและผลกระทบจากกฎระเบียบของรัฐบาล

• สื่อในประเทศรายงานปัญหาเกี่ยวกับเด็กอยู่บ้าง แต่มักไม่ใส่ใจหรือไม่เข้าใจในสิทธิเด็กเท่าที่ควร

การสร้างจิตสำนึกและการให้ความรู้เรื่องปัญหาต่างๆ ของเด็กแก่สื่อมวลชน รัฐบาลและชุมชนถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ร้อยละ 95 ของครัวเรือนทั้งหมดดูโทรทัศน์

ร้อยละ 43 ของประชากรฟังวิทยุ

ร้อยละ 10 ของประชากรใช้อินเตอร์เน็ต


ค้นหา

 Email this article

unite for children